วันนี้การเดินทางของผมเริ่มต้น อีกครั้งในรอบปี การเดินทางที่ไปยังจังหวัดที่ผมเคยเป็นแต่แค่ทางผ่าน แต่คราวนี้ ผม อยากไปสัมผัส จังหวัดสกลนคร อีกครั้ง แต่ไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่เป็นการไป เที่ยวที่สกลนคร 4วัน สามคืน
    ตี4 ของเช้าวันนี้ ผมเก็บของ พร้อมกับ ความสดใสของร่างกาย การเดินทางไปสกลนคร สามารถเดินทางได้หลายทาง ไม่ว่าจะนั่งรถทัวร์ ขับรถเอง หรือ แม้แต่จะขึ้นเครื่องก็ทำได้ แต่ ผมชอบการเดินทางด้วยรถยนต์มากกว่า เลยขอเดินทางไปสัมผัส แผ่นดินอีสาน ด้วยหัวใจชิวๆดีกว่า




 ผา เสวย



แม้ผาเสวย จะเป็นทางผ่านระหว่างทางของการเดินทางไปสกลนคร ก็ตามที แต่ จุดหมายแห่งนี้ ก็ทำให้ ผม หายเหนื่อยจากการเดินทางได้ดีทีเดียว ความร่มรื่นพร้อมกับความเย็นของสายน้ำ ทำเอาผมพักผ่อนจนลืมเวลาไปเสียเลย





..ช่วงวันที่ผมเดินทางมา เป็นวันธรรมดาพอดี ผู้คนเลยน้อย ทำให้เดินเล่นถ่ายรูปได้อย่างสบาย


วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร

           ...... ไม่นานนัก ผมก็มาถึงที่จังหวัดสกลนคร จังหวัดที่ผมได้เกริ่นไว้ว่า ที่แห่งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ผมได้มาเที่ยวจริงจัง ในครั้งนี้ สถานที่แรกที่ผม อยากมาที่สุด ตั้งแต่ก่อนออกเดินได้ คือวัด พระธาตุเชิงชุม วรวิหารแห่งนี้




เมื่อได้เข้ามาด้านใน ผมกับ หลงใหลไปกับความสวยงามของวัด พระธาตุเชิงชุม เหลือเกิน




 ความสงบและ ความงาม ของวัดพระธาตุเชิงชุม สวยอย่าลงตัว ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไม วัดแห่งนี้ถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของคนสกลนคร


และ ภายในวิหารใกล้พระธาตุเชิงชุม เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์แสนอันศักดิ์สิทธิ์ เป็น ที่เคารพนับถือ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดสกลนคร


Farm Hug

ตอนเย็น ผม แวะมาเที่ยวที่ ฟาร์มฮัก  ที่ฟาร์มแห่งนี้ นอกจากเป็นสถานที่ ชิคๆที่มีแกะน้อยน่ารัก กระต่ายตัวน้อย และมุมเก๋ๆ ยังมี ร้านอาหาร โคขุน คุณทอง ที่เป็นร้านเนื้อเด็ด ของสกลนครที่ไม่ควรพลาดนะครับ


เมื่อเดินเข้ามา จะมี มุมน่ารักน่ารัก ให้ ถ่ายรูปกันเพียบเลย


สำหรับ ฟาร์มฮัก เปิดทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 11.00 – 22.00 น. เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 22.00 น.
ถ้าใคร มาเที่ยวที่นี่ ผมแนะนำให้ มาช่วงเย็นๆ จะดีกว่าครับ อากาศจะได้ไม่ร้อนเกินไป และเที่ยวเสร็จ ก็ แวะทานข้าวที่ร้านโคขุน ต่อเลย


ช่วงเย็นๆ ที่ ฟาร์ม ฮัก อากาศ ดีจริงๆ ดีที่ผมเลือกได้ถูก ไม่ได้มาช่วงบ่ายๆ ไม่งั้นคงร้อนไม่ไหวแน่ๆเลย


แม้จะมาช่วงเย็นแล้วก็ตาม แต่ การได้มาถ่ายรูป เล่นที่ฟาร์มฮัก ในวันนี้สนุกมากเลยทีเดียว และ แอบอิจฉา คน สกลนครที่ได้มีที่เที่ยวน่ารัก แบบที่ ฟาร์มฮัก


แม้ผมจะเดินเล่น และถ่ายรูปในนี้ ไม่นานนัก แต่ ทุกๆนาที ก็คุ้มค่ามากทีเดียว เรียกว่าใครมาเที่ยวสกลนคร ก็ไม่ควรพลาดที่นี่นะครับ


โคขุน ขุนทอง... ร้านเนื้อย่าง ที่ อยู่ใน ฟาร์มฮัก แห่งนี้ สำหรับผมที่เคยได้ยินชื่อเสียงของโคขุน ขุนทองมานานมาก  และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสมาลิ้มลองที่ สกลนคร


สำหรับเรื่องราคา เนื้อสำหรับผม ราคาไม่แพง ถ้าเทียบกับคุณภาพ น้ำจิ้มมีให้เลือก หลายรส แต่สำหรับผม ชอบทานเนื้อ จิ้มเกลือ ไม่รู้ใคร เป็นแบบผมบ้าง 555
      ไม่นาน เนื้อ ลายสวยก็ถูกจัดวางมาบนโต๊ะ กลิ่นเนื้อย่าง ที่ถูกย่างก็หอมมาโดนจมูกทันที เมื่อทานเนื้อคำแรก ผมไม่แปลกใจ ว่าทำไม เนื้อร้านโคขุน ขุนทองถึงขึ้นชื่อ


ยิ่งใครชอบ เนื้อกะทะร้อน ผมบอกเลย ว่าอร่อยล้ำเลยทีเดียว สำหรับมื้อนี้เรียกว่าทานจนอิ้ม แน่นท้องมาก ครับ สำหรับผม ตอนนี้แค่ได้มาทานเนื้อย่างอร่อย ก็คุ้มค่าการเดินทางแล้ว



อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ

 เช้าวันที่สอง ที่ สกลนคร ผม มาเที่ยวที่ อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ ก่อนเป็นที่แรก ผมแนะนำ การมาเที่ยวที่นี่ให้มาเช้าๆ หรือไม่ก็เย็นๆ ไปเลย จะได้ไม่ร้อนมาก ที่ อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ ยังมีจักรยานให้ เช่าปั่นด้วยนะครับ เพราะภายในตัว อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ ค่อนข้างกว้างเลย



อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับบึงหนองหาน อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ตั้งอยู่ใกล้ๆกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2553 เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมบัวพันธุ์ต่างๆ และรองรับการประชุม วิชาการบัวนานาชาติปี พ.ศ.2553 ที่จัดขึ้นที่วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร


วันเวลาเปิดทำการ จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 8.30 – 18.00 น.



สำหรับใครชอบบรรยากาศ สวยๆ ที่ รายล้อมไปด้วยดอกบัว สวยๆ ไม่ควรพลาดที่นี่เลยจริงๆครับ


นอกจาก บริเวณ บึงบัวแล้ว รอบๆ อุทยานยังมีที่สวยๆ ให้เราถ่ายรูปเล่นกัน อีกมากมาย แต่ผมแนะนำว่าให้เช่าจักรยาน ปั่นเล่นไปด้วยดีกว่า จะสนุกกว่า


ปัจจุบันอุทยานบัวแบ่งออกเป็น 3 ส่วนดังนี้
1.ส่วนรวบรวมพันธุ์บัว เป็นการรวบรวมพันธุ์บัวทั้งในและต่างประเทศทั้งหมด 34 สายพันธุ์ เช่น บัวกระด้ง บัวสาย บัวผัน-เผื่อน และบัวฝรั่ง รวบรวมไว้ในรูปแบบสระบัวบนพื้นที่ 10 ไร่ โดยมีทางเดินเชื่อมต่อกันที่สามารถเดินลงไปชมบัวได้อย่างใกล้ชิด
2.ส่วนแสดงพันธุ์บัว โดยนำบัวพันธุ์จำนวน 74 สายพันธุ์มาจัดโชว์บนกระถาง เพื่อให้ผู้สนใจได้ใกล้ชิดกับบัว มากขึ้น
3.ส่วนนิทรรศการ ได้จัดแสดงไว้ในชั้นล่างของอาคารวิจัยและพัฒนา ซึ่งเป็นนิทรรศการความรู้ และความเป็นมาของบัว พันธุ์ต่าง ๆ เหมาะแก่การศึกษาค้นคว้าได้เป็นอย่าง


หากใคร มากับแฟน หรือคู่รัก ผมว่าเหมาะกับที่นี่ เลย ถ้าได้อากาศดีดียามเย็นหรือยามเช้า ปั่นจักรยาน เล่นเรื่อยๆ แล้วมานั่งริมน้ำ คงจะฟินกันไม่น้อย สำหรับที่ บึงบัวแห่งนี้ ผม ขอให้เป็นสถานที่ที่ พลาดไม่ได้ เลย หากมาเที่ยวสกลนคร


โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล

สายๆ ผมออกมาที่ ชุมชนท่าแร่ สำหรับเพื่อนๆคนไหนถ้าได้โอกาสมาเที่ยว สกลนคร ต้องไม่ควรพลาดแวะมาเที่ยว ชม โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล นะครับ เพราะที่ โบสถ์แห่งนี้ มีความงดงามไม่เหมือนใคร 




โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดโบสถ์ขนาดใหญ่รูปทรงคล้ายเรือ ตั้งอยู่ในชุมชนคาทอลิกแห่งหนึ่งที่บ้านท่าแร่ ซึ่งเป็นชุมชนคาทอลิกที่มีประชากรนับถือคาทอลิกมากที่สุดในประเทศไทยนับหมื่นคน โดยคริสตชนท่าแร่ดั้งเดิมนั้นอพยพมาจากเวียดนามในราวปี พ.ศ. 2427 หรือ ค.ศ.1884 โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอลเป็นโบสถ์รูปทรงเรือเนื่องจากเพื่อเป็นการระลึกถึงการอพยพมาตั้งถิ่นฐานของคริสตชนในหมู่บ้านนี้


 โดยเมื่อปี ค.ศ.1881 คุณพ่อยอห์น บัปติสต์ โปรดม และคุณพ่อซาเวียร์ เกโก พระสงฆ์คณะมิสซังแห่งกรุงปารีสได้รับมอบหมายจากพระสังฆราชหลุยส์ เวย์ ให้มาเผยแผ่ศาสนาที่ภาคอีสาน จนกระทั่งเดือนเมษายน ค.ศ.1884 คุณพ่อโปรดม กับคุณพ่อเกโก และ ครูทัน ครูเณรชาวเวียดนามได้เดินทางจากอุบลฯ มายังนครพนมและตั้งกลุ่มคริสตชน แต่เดิมมีชื่อว่าวัดมหาพรหมมีคาแอล หนองหาร ใช้เป็นศาสนสถานสำหรับการรับศีลล้างบาปของคริสตศาสนิกชน จนเมื่อวันที่ 16 เมษายน ค.ศ.1971 จึงได้ชื่อ “อาสนวิหารอัครเทวดา มีคาแอล” โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอลยังเป็นอาสนวิหารประจำอัครมุขมณฑลเขตมิสซังท่าแร่


ผมว่า เท่าที่ผมเดินทางเที่ยวที่ประเทศไทย มาหลายจังหวัด ผม ยกให้ โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ของสกลนคร แห่งนี้ ถือว่าสวยที่สุดที่ผมเคยเห็นมาเลย 



ชุมชนท่าแร่

จุดน่าสนใจใกล้ๆ โบสถ์ เก่าแก่ ก็จะมี คฤหาสน์ อุดมเดชวัฒน์ ความสวยงามของบ้านโบราณอายุมากกว่า 100 ปี โดยอาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นแบบตึกปูนทรงยุโรปในรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสผสมเวียดนาม



สำหรับ บ้านเก่าแก่ เหล่านี้ สวยงาม แปลกไม่เหมือน บ้านเรือนทั่วๆไป ของคนท่าแร่ เลย


ทุกๆ วันที่ 25 ธันวาคม ของทุกปี ชุมชนแห่งนี้จะจัดเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส โดยจัด "ขบวนแห่ดาวคริสต์มาส" ที่ อ.เมือง โดยเชื่อว่า "ดาว" เป็นสัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาประสูติบนโลกมนุษย์ของพระเยซู ขบวนรถจะตกแต่ง ด้วยดาวขนาดใหญ่ ประดับประดาด้วยดวงไฟวิทยาศาสตร์หลากสีสันอย่างสวยงาม และจะสื่อถึงเรื่องราวการประสูติของพระเยซู ในทุกปีจะมีรถดาวเข้าร่วมขบวนประมาณ 200 คัน ชาวบ้านก็จะตกแต่งโคมไฟรูปดาวไว้ที่หน้าบ้าน จากนั้นเป็นการเฉลิมฉลองในหมู่ชาวคริสต์ มีการร้องเพลงประสานเสียง การประกวดร้องเพลงคริสต์มาส มีการจำหน่ายสินค้าและมีมหรสพทั้งคืน




สำหรับใคร ที่เหนื่อยๆ ก็จะมีร้านกาแฟใกล้ๆ คฤหาสน์ อุดมเดชวัฒน์  สามารถนั่งจิบกาแฟ ชิวๆได้ นะครับ สำหรับ ใครที่ได้มาสกลนคร ผมว่า ชุมชนท่าแร่ มีทั้งประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และ มีความสวยงาม ที่ อยากให้คุณมาเห็น 



พิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น

หากใครได้มาเที่ยว สกลนคร ต้องห้ามพลาดมากราบไหว้ พระอาจารย์ฝั้น เพื่อเสริมศิริมงคล กัน


ด้านใน จะมีประวัติ ของพระอาจารย์ฝั้น มากมาย และ ยังมีรูปปั้นจำลองท่านที่สวยงาม อยู่ด้านในด้วย


ความเป็นมาในการสร้างเจดีย์พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้น อาจาโรได้มีพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ภายหลังจากการสรงน้ำศพพระอาจารย์ฝั้น อาจาโรว่าในฐานะที่เราเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์ ขอให้ทุกคนได้สามัคคีกัน อย่าให้เกิดความแตกแยกและขอให้ยึดมั่นในคำสอนของท่านไว้ให้มั่นคง ขอให้เก็บอัฐิของท่านพระอาจารย์ไว้แห่งเดียวกัน เครื่องอัฐบริขารของท่านอาจารย์ ถ้าสามารถเก็บรวมรักษาไว้เป็นที่เดียวกันก็จะดี


สำหรับทางกลับเข้าเมือง ผม ขับรถผ่าน ร้านกาแฟ ชื่อดัง อีกร้านนึง ของ สกลนคร นั้นคือร้านกาแฟดริปยิปซี นั้นเอง ร้านกาแฟเล็กๆ ริมข้างทางที่ มีรสชาติกาแฟที่อร่อย หอม และที่สำคัญขายในราคาไม่แพง


บรรยากาศภายในร้านเป็นไปอย่างเรียบง่ายครับ ร้านอาจจะดูรกไปนิด แต่ ร้านนี้ดีตรง เมื่อเดินเข้ามาจะได้กลิ่นกาแฟที่หอม ชวนหลงใหลเลย



สำหรับ ร้านนี้ มีความพิเศษ คือกาแฟ ดริป นี่หละครับ กว่าจะได้แต่ละแก้ว อาจจะต้องใช้เวลารอกันซักนิด แต่รับรองเมื่อได้ ดื่มแล้ว จะรู้สึกคุ้มค่า แน่นอนครับ


สำหรับกาแฟดริปยิปซี แม้จะเป็นร้านกาแฟเล็กๆ ที่เป็นทางผ่านก็ตาม แต่ สำหรับคอกาแฟ ก็ไม่ควรพลาดนะครับ


สามอังคารเมล่อนฟาร์ม

ถ้าพูดถึง จุดเช็คอิน ใหม่สดๆ ต้องที่ สามอังคาร เมล่อนฟาร์มเลยครับ เพราะที่นี่ แทบจะเพิ่งเปิดฟาร์มสดๆร้อนๆเลยครับ


ด้วยชื่อฟาร์ม ก็คงไม่ต้องบอกว่า เด่นเรื่องอะไร คงหนีไม่พ้นเมล่อน แน่ๆๆ เพราะ ทางร้านแนะนำว่าห้ามพลาดเมล่อนร้านนี้เลย เมื่อเดินเข้ามา เราจะเจอ ฟาร์มผัก สดที่ ปลอดสารพิษ และสามารถเดินเข้าไปชมฟาร์ม ด้านในได้ด้วย



ด้านในฟาร์ม จัด ทางเดินไว้น่ารักมาก ใครชอบถ่ายรูปก็ไม่ควรพลาดนะครับ แวะมาถ่ายรูปก่อนได้


สำหรับ จุดเด่น ที่น่าสนใจ ของ สามอังคาร เมล่อนฟาร์ม อีกจุดนึงก็คือ ทุ่งนา สีเขียวๆ ฝั่งตรงข้าม


เราสามารถเข้ามาถ่ายรูปชิคๆ ได้ด้วยน้าา แต่ เสียค่าเข้าคนละ 50บาท และค่าเข้านั้น จะถูกไปหัก กับค่าอาหารถ้าเราสั่งทานในร้าน


... ใครว่าสกลนคร ไม่มีทุ่งนา สวยๆ ชิคๆกะเค้า สกลก็มีเหมือนกันนะครับ


ยิ่งหากถ้ามาเที่ยว ที่ สามอังคาร เมล่อนฟาร์ม ตอนเช้าๆแล้วนะก็ จะได้ ชิวไปกับอากาศดีดี อีกด้วยน้าา และสามารถเดินถ่ายรูปมุมต่างๆโดยไม่มีคนได้ทั้งวันเลย


สำหรับค่าเข้าฟาร์ม เราสามารถมาหัก กับค่าอาหารได้เต็มจำนวนนะครับ สำหรับ จานเด็ด ต้องเมล่อนแน่นอนครับ ความหวานหอม ของเมล่อนที่นี่ไม่เป็น สองรองใครแน่นอน


ส้มตำก็มีให้ ลองนะครับ รสชาติดีทีเดียว




ปิงซู เมล่อน ก็มีนะครับ ขนมหวานที่ผม เชื่อเหลือเกินว่าใครมาเที่ยวที่นี่ ต้องลองครับ แถมอร่อยอย่าบอกใครเลย



ทะเลสาบหนองหาน

   ....ทะเลสาบหนองหาน หรือ หนองหานหลวง เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ เป็นรองจากบึงบอระเพ็ด



ผมมาที่ ทะเลสาปหนองหานตอนเย็นๆ บอกเลยแสงยามเย็นของที่นี่สวยงามมาก 


ระหว่างเดินถ่ายรูป ผมกลับหยิบมือถือมาเปิดเพลง ฟัง เบาๆ เสียงทำนองเหมือนโอบกอดตัวผมไปกับ ท้องฟ้า


ก่อนสิ้นแสงยามเย็น ผมได้แต่เพียง ให้ ความสวยงามแห่งนี้ เดินไปอย่างช้าๆ เพื่อที่ผมจะได้เก็บ ความทรงจำ นี้ไว้ให้นานที่สุด



เช้าวันใหม่ ผม เดินทางมาที่หมู่บ้านเกลือ 

สำหรับ หมู่บ้านทำเกลือ-ตำบลกุดหมู่บ้านทำเกลือ ตั้งอยู่ที่ ตำบลกุดเรือคำ อ.วานรนิวาส เป็นสถานที่ทำเกลือจากใต้ดิน ที่ใหญ่ที่สุดในอีสานอีกด้วย



เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกของ ผมเลยที่ได้มาเที่ยวที่หมู่บ้านเกลือ เกลือเหล่านี้เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่ สูบน้ำขึ้นมาแล้ว ต้ม จนเกิดเป็นเกลือ



ที่หมู่บ้านเกลือ จะทำเกลือแทบทุกหลังคาเรือน ซึ่งถือเป็นธุรกิจหลักของชาวบ้าน ที่นี่




น่าแปลก แม้จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเกลือทั้งหมด แต่ผมกับชอบ หมู่บ้านแห่งนี้เหลือเกิน หากมี
โอกาส ผมยังหวังว่าจะได้กลับมาที่ หมู่บ้านเกลือนี้อีกครั้ง



KhonKaze Cottage cafe

คาเฟ่ชิคๆๆอีก ที่ ในสกลที่มีบรรยากาศ ที่ภายในร้านตกแต่งน่ารักแถม อาหารยังอร่อยมากกกก




เมนู มีให้เลือกมากมาย  ที่สำคัญอร่อย และให้ค่อนข้างเยอะอีกด้วย



ที่สำคัญ ราคาอาหาร ที่นี่ไม่แพง เลย ถ้าเทียบกับคุณภาพที่ได้รับ เรียกว่าคุ้มค่ามากเลย



ทานข้าวอิ่มแล้ว ก็ไปต่อที่ เขื่อนน้ำอูน 


น้ำอูนเป็นสาขาที่สำคัญที่สุดของแม่น้ำสงคราม ในตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีต้นน้ำอยู่ในทิวเขาภูพาน จังหวัดสกลนคร ไหลลงแม่น้ำโขงที่จังหวัดนครพนม เนื่องจากที่ราบสองฝั่งแม่น้ำอูนมีลักษณะเป็นแอ่ง ดังนั้น ในเวลาฝนตกหนักจึงถูกท่วมเป็นประจำ บริเวณที่ราบแถบนี้มีการเพาะปลูกมากทั้งข้าวและพืชอื่น ๆ แต่ในเวลาฝนตกน้ำก็ท่วม เกิดอุทกภัย ทำให้พืชผลเสียหายเป็นประจำ และช่วงขาดฝนก็ขาดน้ำ ไม่เพียงพอในการเพาะปลูก กรมชลประทานจึงสร้างเขื่อนเก็บน้ำขึ้นที่บ้านหนองบัว อำเภอพังโคน และอำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

 หากที่เขื่อนน้ำอูน อาจจะมีจุดชมวิวน้อยไปหน่อย แต่ก็มีของทานเล่นให้ เลือกซื้อและนั่งเล่นบริเวณเขื่อนได้


วัดป่าสุทธาวาส

วัดป่าภูริทัตตถิราวาส เป็นวัดสำคัญ ของ จังหวัดสกลนครอีกแห่งนึงที่ สำคัญ


แม้คราวนี้ผมได้มา จะยังคงมีการก่อสร้างอยู่ แต่ ความสวยงามที่อยู่ตรงหน้า นั้น สวยงามเหลือเกิน


การได้เข้ามากราบไหว้ หลวงพ่อ อีกครั้ง ก่อนกลับจากสกลนคร กลับ รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก




หาก ผมมีโอกาส ผมอยากกลับมายังที่วัดป่าภูริทัตตถิราวาส เพราะผมกลับรู้สึกศรัทธา และ ชอบกับบรรยากาศรอบๆ 



เที่ยวถนนผ้าถนนผ้าคราม สกลนครล่ะเบ๋อ

ทุกๆวันเสาร์และอาทิตย์ ช่วงราวๆบ่ายสาม บริเวณหน้าวัดพระธาตุเชิงชุม ถนนแห่งนี้จะเต็มไปด้วยผ้าคราม ของดีของจังหวัดสกลนคร 


ตามทางเดินจะเห็น เสื้อผ้า ลายสวยๆ ของผ้าคราม มากมาย ให้เราเลือกซื้อ ให้หนำใจ





ที่สำคัญราคาสินค้า ที่มาพร้อมราคาถูก และคุ้มค่า และมีของดีให้เราเลือกซื้อมากมาย


ที่ราคาเริ่มต้นเพียงแค่หลักสิบ จนถึงหลักร้อย


และชื่นชอบผ้าย้อมครามเป็นทุนเดิมลองได้มาเดินที่นี่ เชื่อแน่ว่าจะต้องมีซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านไปคนละอย่างสองอย่างเป็นแน่นอน

 แม้สุดท้ายจะถึงเวลากลับ หลังจากอยู่เที่ยวสกลนครมาหลายวัน ที่ สกลนครนี้ทำให้ผมได้รู้ว่า จังหวัดนี้มีของดีมากมาย เยอะมาก และ ทำให้ผมได้ หลงรัก ที่นี่เลย หากมีโอกาส ผมจะหาเวลากลับมาเที่ยวที่สกลนครอีกแน่ๆ ครับ



Share To:

yhibklong

Post A Comment: