สิงหาคม 2018

pizza in the sky @ okinawa




ชื่อร้าน Pizza in the Sky  ผมเชื่อว่าหลายคนมาเที่ยวโอกินาว่า ต้องได้ยินชื่อนี้แน่ๆ เมื่อมาถึง ผมทำการจองคิว แล้วก็เข้ามามาเดินชมวิว รอบๆร้าน เพื่อรอรอเวลา



สำหรับร้านนี้ไม่แปลกใจเลยทำไม ผู้คนถึงพูดถึงวิวที่ร้าน  pizza in the sky  มาก เพราะ ด้วยภาพที่ผมเห็นด้านหน้า วิวสวยเหลือเกิน  แถมกลิ่นหอมของพิซซ่าก็ หอมลอยมาเข้าจมูกผมตลอด




ไม่นานนัก เจ้าหน้าที่ร้านก็เรียกคิวผม .... ปล่อยให้หิวตั้งนาน555


ผมเลือกนั่งด้านใน เพราะอากาศ ด้านนอกหนาวมากกก ร่างกายเค้ายังต้องการความอบอุ่นอยู่


ที่เห็นพัด จริงๆ เป็นเมนูอาหารนะครับ จะมีเขียน เมนูไว้ไม่กี่อย่างเอง และ ผมก็จัดการเลือก จานเด็ดๆๆมาเลย


เริ่มต้นด้วย พิซซ่า จานใหญ่ จานนี้ไม่ต้องบอกความอร่อย เลย เพราะเป็นของขึ้นชื่อของที่นี่อยู่แล้ว พิซซ่าหอมมากกก แบ่งกันทานคนละสองชิ้นยังอยากทานอีกเลย


ผมสั่งสลัด มา ทานแก้เลี่ยน


พิซซ่าที่นี่เป็น พิซซ่าเตาถ่าน ทำให้กลิ่นหอมมากก


ชิสมาเต็มๆๆเลย



สำหรับคนมองหา ร้านพิซซ่าอร่อยๆๆ อยากแนะนำเลยครับ ที่ร้าน pizza in the sky โอกินาวะ คือคำตอบ ว่าต้องมาให้ได้

เที่ยว ย่างกุ้ง 

ดินแดนแห่งศรัทธาและความเชื่อ



การเดินทางของผมเริ่มต้นอีกครั้ง เนื่องจากมีวันหยุดพิเศษ มนุษย์เงินเดือนอย่างผมไม่รอช้า จัดทริปกระทันหันทันที จากการคุยกับเพื่อน ว่าเราจะไปเที่ยวไหนกันดี มีเพื่อนเสนอว่า เราเป็นพม่ากันมั้ย ไปไหว้พระกัน เป็นช่วงวันเข้าพรรษา ผมตกลงทันที เพราะผมตั้งใจหลายครั้งแล้วว่าอยากจะมาพม่า แต่ไม่มีโอกาสซักที

ทริปนี้ตัดสินใจจองตั๋ว จองที่พักอย่างรวดเร็ว ถูกและดี คือ คอนเซ็ปของเรา 555

ติดตามเพจ ได้ที่ www.facebook.com/yhibklong


ติดตามรีวิวอื่นได้ที่ www.yhibklong.com





เพื่อนจัดการหาไกด์ทริปครั้งนี้ หาข้อมูลเปรียบเทียบหลายเจ้ามาลงเองที่ Nanda Traveller เป็นคนพม่าที่พูดภาษาอังกฤษดีเยี่ยมเลยครับ เมื่อเรามาถึงย่างกุ้ง ออกมาก็เจอป้ายต้อนรับอย่างอบอุ่น ประทับใจ




ชาวเรามากัน สี่คน จึงใช้รถขนาดเล็ก นั่งสบายปลอดภัย แต่ถ้ามากันหลายคน Nanda ก็มีบริการรถขนาดใหญ่นะครับ





















First meal in Yangon, Myanmar at Khaing Khaing Kyaw 


ผมบอกอยากทานอาหารท้องถิ่นพม่า Nanda แนะนำร้านนี้เลย ตอนแรกก็เห็นอาหารแบบสีดำๆ อารมณ์เหมือนแกงอะไรซักอย่าง ด้วยความหิว ปนกับอยากลอง จึงสั่งมาเต็มโต๊ะกันเลยทีเดียวครับ 




ตอนแรกก็เกี่ยงกับเพื่อนว่า ใครจะเป็นคนลองก่อน ก็ได้ข้อสรุปว่า ลองกันคงละอย่างละกัน หลังจากชิมกันแล้ว ก็มีความเห็นว่าอร่อยทุกอย่าง ไม่น่าเชื่อ อาหารพม่าชั่งถูกปากพวกเราจริงๆครับ น้ำพริกอร่อยมากกกก ผักมีความสด ผมกับเพื่อน กินอย่างเอร็ดอร่อย ใครจะมาแนะนำร้านนี้นะครับ ประทับใจมาก ราคามิตรภาพด้วยครับ






















เมื่อท้องอิ่ม เราเดินทางกันต่อครับ สถานที่ที่แรก คือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุน (Kyaik Pun Pagoda) เมืองหงสาวดี (Bago) ประเทศพม่า เป็นวัดที่สร้างเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์ หันพระพักตร์ไปทุกทิศ แทนความหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ ถ้าเทียบจากขนาดตัวคน จะเห็นได้ว่า พระพุทธรูปมีขนาดใหญ่มากทีเดียว และมีความงดงามแบบศิลปะของพม่าครับ













ไม่ไกลนัก เราก็มาถึง พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว หรือ พระนอนยิ้มหวาน (Shwethalyaung Buddha) เมืองหงสาวดี (Bago) ประเทศพม่า เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์อันดับสองของเมืองหงสาวดี รองจากพระมหาธาตุมุเตา และเป็นพระพุทธไสยาสน์ที่มีความยาว 181 ฟุต สูง 50 ฟุต 





ภายในบริเวณ มีที่ขายของพม่า ร้านค้ามากมาย แม่ค้าพากันเชียร์ให้ซื้อของ เค้าบอกว่าที่นี่ถูกที่สุด ผมเลือกดูโสร่งที่ถูกใจ ในราคา สองร้อยบาท ส่วนเพื่อนผู้หญิงก็ได้ผ้าถุงพม่ากันคนละผืน สีสันสวยงาม เราจะเป็นร่างกลมกลืนเป็นชาวพม่ากันแล้วนะครับ






ไม่นานฝนนักก็ตกหนัก เรามาถึง สถานที่ที่สาม กันแล้ว Mahazedi Pagoda เมืองหงสาวดี (Bago) ประเทศพม่า เป็นเจดีย์ใหญ่สูงเด่นตระหง่านอยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง ฐานเป็นรูปทรงปิรามิดแปดเหลี่ยมใหญ่มาก ตัวเจดีมีลักษณะเป็นฐานทรงแปดเหลี่ยมสีขาว ซ้อนกันสูงถึง 9 ชั้น ส่วนบนเป็นองค์เจดีย์ฐานทรงกลมสีทอง ภายในบรรจุพระเขี้ยวแก้วที่ได้มาจากศรีลังกา









น่าเสียดายที่ฝนตกหนักเกินไป ผมเก็บภาพเจดีย์มาให้ชมได้แค่นี้ครับ ซึ่งมีความงดงามมากจริงๆ









Kanbawzathadi Golden Palace พระราชวังกัมโพชธานี พระราชวังแห่งเมืองหงสาวดี (พะโค) ของพระเจ้าบุเรงนอง เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของพระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอ (พระธาตุมุเตา) 










"บัลลังก์ภุมรินทร์" หรือ "บัลลังก์ผึ้ง" พระที่นั่งจำลองของพระเจ้าบุเรงนอง















ด้วยความอลังการของพระราชวังสีทองอร่ามตามาก เพื่อนเหมือนแม่นางมาก 


























เรามาฝากท้องอาหารกลางวันที่ ร้าน HanthaWaddy ซึ่งอยู่ติดกับวัง เราดูเมนูก็ไม่รู้จะสั่งอะไร เพื่อความปลอดภัยจึงสั่งทุกอย่างที่เป็นไก่ ต้มข่าไก่ ไก่ผัดพริกไทยดำ แล้วก็ไข่เจียว รสชาติอาหารอร่อยดี คล้ายๆบ้านเรา 









เราออกจากเมืองหงสาวดีเพื่อเดินทางไกลไปที่พระธาตุอินแขวน ซึ่งอยู่ที่เขาไจ้ติโย ซึ่งต้องนั่งรถอีก 3 ชั่วโมงเราจองที่พีพักโลตัส ดา ดาร์ ผ่าน agoda เลือกเป็นห้องใหญ่ เพื่อความปลอดภัย และราคาไม่แพงด้วยครับ บล๊อกหน้าจะพาไปชมและนมัสการพระธาตุอินแขวนด้วยกันนะครับ
สวัสดีค่ะ หายหน้าหายตาไปนาน วันนี้ กลับมาแล้วนะคะ รีวิวนี้ทราย จะพาคุณแม่ ไปเที่ยวรอบๆ เกาะสีชัง แล้วนอนค้างที่ ปารีฮัท รีสอร์ท เกาะสีชัง กัน 1 คืน ต้อนรับวันแม่ ปีนี้เลยนะคะ

สามารถ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: www.weekdayspecialthailand.com หรือ Facebook Fanpage : วันธรรมดาน่าเที่ยว




สำหรับการเดินทาง

จาก กรุงเทพฯ นั่ง BTS ไปลง สถานี เอกมัย >>> เดินไปสถานีขนส่งเอกมัย
เราเลือกใช้บริการรถตู้ ค่ารถ 100 บาท/คน ปลายทางของเราคือ "ห้างโรบินสัน สาขาศรีราชา"
ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้น นั่งรถตุ๊กๆ หรือมอเตอร์ไซค์ ไปที่ 
"ท่าเรือจรินทร์" เนื่องจาก "ท่าเรือเกาะลอย" ปิดปรับปรุงค่ะ










"เกาะสีชัง" มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเป็น สถานที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดินถึง 3 พระองค์ คือ รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6

     สำหรับ การเดินทางภายในเกาะ เราใช้บริการ "รถสกายแลป" ค่ะ ค่าบริการโดยทั่วไปสำหรับ ผู้ที่ไปเช้าเย็นกลับ ก็ 250 บาท รถจะพาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเกาะ จำนวน 4 แห่งค่ะ แต่สำหรับทริปนี้ เราค้างที่เกาะ 1 คืนค่ะ เราเลยเหมารถ 2 วัน ค่าบริการ 550 บาท ค่ะ


เมื่อเรือใกล้ถึงฝั่ง เรามองเห็นประภาคารสวยๆ แบบนี้ แปลว่าถึงแล้วค่ะ ...



สำหรับ สถานที่ท่องเที่ยวที่แรกที่เราจะไปกันวันนี้ คือ
   
    "หาดถ้ำเขาพัง" ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของเกาะ มีลักษณะเป็นป่าวโค้งมีชายหาดกว้าง ทรายละเอียด น้ำใสสะอาด เหมาะแก่การเล่นน้ำ


"หาดถ้ำเขาพัง" เท่าที่สังเกตุ เห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ เยอะพอสมควร บางคนก็นอนอาบแดด บางคนก็เล่นน้ำ




นอกจากนั้น "หาดถ้ำเขาพัง" มีร้านอาหารบรรยากาศดีๆ ให้เลือกหลายร้านเลยค่ะ






อิ่มแล้ว ก็ออกสำรวจกันต่อค่ะ ด้านบนจะเป็นจุดชมวิวค่ะ จากมุมนี้ สามารถมองเห็น วิว "หาดถ้ำเขาพัง" จากมุมสูงได้ค่ะวิวมุมสูง "หาดถ้ำเขาพัง"เมื่อเดินสำรวจจนเหนื่อย เราก็โทรเรียก "รถสกายแลป" ให้มารับค่ะ


สถานที่ที่ 2 "พระจุฑาธุชราชฐาน"

เนื่องจาก ในอดีต รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชฐานบน "เกาะสีชัง" ขึ้นเป็นแห่งแรก เพื่อเป็นสถานที่ประทับในฤดูร้อนและพระราชทานนามว่า "พระจุฑาธุชราชฐาน" ตามพระนามพระราชโอรสที่ประสูติบนเกาะสีชังแห่งนี้ ค่ะ



"เรือนไม้ริมน้ำ (เรือนเขียว)"


ในอดีต รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเสด็จมายังเกาะสีชัง เป็นประจำโดยเรือกลไฟ และทรงประทับแรมบนเรือพระที่นั่ง โดยไม่ได้สร้างพลับพลาที่ประทับ แต่ในเวลานั้น ก็มีเรือนไม้พักผ่อนริมทะเล ปลูกสร้างอยู่แล้ว คือ "เรือนเขียว" แต่ ปัจจุบัน ได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเป็นร้านกาแฟ ไว้บริการนักท่องเที่ยว ค่ะ


"เรือนผ่องศรี" เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติ และประวัติบุคคลผู้มีบทบาทสำคัญกับเกาะสีชังในอดีต





เดินมาเรื่อยๆ เพื่อนๆ จะพบกับ ฐานของ "พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์" ซึ่ง ได้มีการรื้อถอน และย้ายมาไว้ ณ พระราชวังดุสิต หรือ "พระที่นั่งวิมานเมฆ" ในปัจจุบันค่ะ


เดินชมวิวมาเรื่อยๆ ค่ะ






สะพานไม้สีขาว ที่ทอดยาวออกไปกลางทะเล ดูแล้วสวยงามยิ่งนัก คือ "สะพานอัษฎางค์" ค่ะ





สะพานอัษฎางค์" เป็นสะพานที่ รัชกาลที่ 5 ทรงใช่เป็นท่าขึ้นเทียบเรีอ หลังจากที่เสด็จประพาสฝรั่งเศส
** ภายในบริเวณ "พระที่นั่งจุฑาธุชราชฐาน" ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอีกมากมายหลายที่เลยค่ะ


อยากแนะนำให้เพื่อนๆ เผื่อเวลาไว้เยอะๆ นะคะ

** ขออนุญาต บุคคลทั้งสองท่าน ที่ติดอยู่ในภาพนะคะ
สถานที่ต่อไปค่ะ "ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่"



"ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่" ตั้งอยู่บนเขาห่างจาก
ท่าเรือเทวงศ์ ไปทางด้านเหนือของเกาะ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ


"ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่" มีลักษณะเป็นถ้ำดัดแปลงเป็นศาสนสถาน





จากบริเวณ "ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่" เพื่อนๆ สามารถมองเห็นวิว ด้านหน้า "เกาะสีชัง" ได้ชัดเจน ค่ะ



สถานที่ที่ 4 "ช่องเขาขาด" ตั้งอยู่ด้านหลังของ "เกาะสีชัง"



"ช่องเขาขาด" มีสะพานที่ทอดยาวยื่นออกไปยังแหลมให้เดินชมวิว รวมทั้งสามารถชนพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงาม





"ช่องเขาขาด" มีหาดหินกลม ซึ่งเต็มไปด้วยหินกลมๆ ขนาดต่างๆ มากมาย ค่ะ


หลังจาก ตะลอน ตะลอนกันมาทั้งวัน คืนนี้ เราจะพักกันที่ ปารีฮัท เกาะสีชัง ค่ะ

และนี่ หน้าตา "รถสกายแลป" พาหนะที่พาเราเที่ยวในทริปนี้ค่ะ ติดต่อเช่ารถเที่ยวรอบเกาะ

"คุณเมย์" 081-7580869



ถึงแล้วค่ะ ที่พักของเราคืนนี้

ที่พักสุดฮิพ บน "เกาะสีชัง" ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ "คุณนุช 091-5149156




ภายในห้องพักค่ะ ห้องนี้ จะกว้างหน่อย นอนกัน 3 คน ตัวใหญ่ ๆ กันทั้งนั้น ... อิอิ




ห้องน้ำ ไฟจะไม่ค่อยสว่างสักเท่าไร แต่ทางรีสอร์ท มีตะเกียงไฟฟ้าไว้ให้ค่ะ







บรรยากาศรอบๆ รีสอร์ทค่ะ เดินสำรวจไปเรื่อยๆ





มีสระว่ายน้ำด้วยนะคะ











เพลินมากมายค่ะ เดินไป เดินมา ฟ้ามืดไปเฉยเลย

เสียใจมาก ว่าจะมาเก็บพระอาทิตย์ตกที่นี่สักหน่อย ดวงไม่ดีจริงๆ ... 555
หิวแล้ว ก็ออกไปหาอะไรทานกันดีกว่า ทริปนี้ เราเหมา "รถสกายแลป" ไว้ค่ะ

เราให้พี่เขาเพิ่มพิเศษให้ ราคาอยู่ที่ตกลงกันนะคะ

" ร้านไอทะเล เกาะสีชัง" 

เป็นร้านอาหารที่ พี่เมย์ (คนขับรถสกายแลป) แนะนำค่ะ

เมนูไข่เจียวกุ้ง ไข่เจียวฟู อร่อยดีค่ะ



เมนูน้ำพริกไข่ปู


เมนูลาบทะเล


ไฮไลท์ ช่วงค่ำคืนของ " เกาะสีชัง " ค่ะ เรายอมเสียเงินค่ารถเพิ่มเพื่อสิ่งนี้เลยค่ะ ....

" ประภาคาร 7 สี " ดูแล้ว ชอบจัง (อาจเก็บไม่ไม่ครบนะคะ เพราะมีบางสีที่เปลี่ยนเร็วมากมาย)




หลังจากนั้น พี่เมย์ พาพวกเราขึ้นไปชม วิวมุมสูง ยามค่ำคืนของ " เกาะสีชัง "

ถ่ายจากด้านบน "มณฑปรอยพระพุทธบาท" ค่ะ แอบเสียดายที่ไม่ได้ขึ้นมาตอนกลางวัน

เนื่องจากจุดนี้ ไม่ได้อยู่ใน 4 จุด ที่ " รถสกายแลป " จะพาเที่ยวค่ะ

** ถ้าใครจะขึ้นมาตอนกลางคืน แนะนำให้พกไฟฉายไปด้วยนะคะ และให้มากับคนพื้นที่จะดีที่สุดค่ะ เพราะด้านบนไม่มีไฟเลย มืดมากกกกกก


นอนหลับสนิทมากมายค่ะ เช้านี้ ตื่นมาก็อาบน้ำแต่งตัว ไปหาอะไรทานกันดีกว่า













บรรยากาศ ทางเข้า - ออก รีสอร์ทค่ะ



ก่อนไปขึ้นเรือ เราขอแวะที่ Somewhere เกาะสีชัง ค่ะ

จริงๆ ตอนแรก เรากะว่าจะค้างที่นี่อีกคืน แต่ดันติดธุระ เลยขอแวะทานขนมก่อนแล้วกัน
และโอกาสหน้าค่อยมาค้างที่นี่ ตั้งใจไว้แบบนั้นนะคะ







ในที่สุด ก็ถึงท่าเรือค่ะ



ซื้อตั๋วแล้ว เตรียมตัวกลับ กทม. ค่ะ



สามารถ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: www.weekdayspecialthailand.com หรือ Facebook Fanpage : วันธรรมดาน่าเที่ยว

หลังจากลงเรือที่ท่าจรินทร์ เพื่อนๆ จะเจอรถรับจ้างจอดรอค่ะ

ต่อลองราคากันได้เลยนะคะ เรามา 3 คน คุณลุงคนขับตุ๊กๆ คิดคนละ 20 บาท

เรานั่งมาลง ที่ " โรบินสัน ศรีราชา " เหมือนตอนขามาค่ะ

แล้ว ก็ขึ้นรถตู้ที่นั่นได้เลย มาลงสถานีขนส่งเอกมัย เหมือนตอนขาไปเลยค่ะขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ