พฤษภาคม 2018

10 ที่พักยอดนิยมสวนผึ้ง อยากเป็นคนฮอตต้องมาพักที่นี่




อากาศช่วงนี้กำลังดี แต่ถ้าจะฟินกว่านี้ลองหาเวลาสักสองสามวันแล้วมุ่งหน้าไปยังเมืองตากอากาศใกล้

กรุงเทพอย่างสวนผึ้งดู ส่วนเรื่องโรงแรมหากไม่รู้ว่าจะไปปักหมุดกันที่ตรงไหน ขอเชิญมาส่องกับ 10 ที่พักสวนผึ้งที่เราจัดมาให้ ที่ไหนที่คิดว่าใช่ก็กดจองได้เลยอย่ารอช้า แต่ถ้าตะขิดตะขวงใจว่าที่จองไปจะถึงโรงแรมจริงๆไหม แนะนำให้จองที่พักกับ Traveloka ค่ะ นอกจากจะชัวร์เรื่องยังไงก็มีห้องให้พักแล้วแน่ๆ ราคาก็สมเหตุสมผล ไม่มีธรรมเนียมจุกจิกบวกเพิ่ม และที่สำคัญคือมีที่พักสวนผึ้งให้เลือกอยู่เพียบ!





1.ลา ทอสคาน่า รีสอร์ท (La Toscana Suanphueng)






ถ้าจะบินไปเที่ยวที่แคว้นทัสคานีของประเทศอิตาลีมันเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากความเกินไป ไหนจะลางาน

ไม่ก็มีงบไม่พอ ลองมาหย่อนกายกันที่ ลา ทอสคาน่า รีสอร์ท ที่สวนผึ้งกันดูค่ะ เพราะเขาจำลองบรรยากาศของแคว้นนี้ออกมาในทุกรายละเอียดอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ห้องพักก็มีให้เลือกหลายรายการ แต่ที่เก๋ก็คือทุกห้องมาพร้อมอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ในแบบคลาสสิกให้คุณได้แช่กันไปเลยทั้งวัน ในเมื่อมาพักผ่อนก็ต้องผ่อนคลายให้ เต็มที่สิ ถูกม่ะ?

● ราคาเริ่มต้นที่ 3,3xx บาท
● ปักหมุด Google Maps
● จองที่พัก ลา ทอสคาน่า รีสอร์ท กับ Traveloka


2.อริสโต ชิค รีสอร์ท แอนด์ ฟาร์ม (Aristo Chic Resort and Farm)







ใครว่าสวนผึ้งจะมีรีสอร์ทแนวชนบทเน้นงานธรรมชาติแต่เพียงอย่างเดียว เพราะดีไซน์ชิคๆ สไตล์โมเดิร์น
เมดิเตอร์เรเนียน ที่นี่เขาก็มีพร้อมเสิร์ฟให้คุณเช่นเดียวกัน โดยอริสโต ชิค รีสอร์ท แอนด์ ฟาร์มนั้นตัวรีสอร์ทมา ในรูปแบบของวิลล่าทรงสี่เหลี่ยมโค้งมน ทั้งหลังฉาบด้วยปูนสีขาว คล้ายกับหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาอย่าง หมู่เกาะซานโตรินีของประเทศกรีซ และไม่ต้องห่วงเรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะวิลล่าทุกหลังของที่นี่ตั้งอยู่ห่างจาก กัน ทั้งยังแบ่งออกเป็นสองชั้นสำหรับห้องนอนห้องนั่งเล่น ใครใคร่นอนชมทัศนียภาพก็ครองชั้นบนได้เลยตาม สบาย ส่วนท่านไหนที่อยากแช่น้ำในอ่างจากุชชี่กลางแจ้งก็จัดได้เลยที่ด้านล่าง หรือถ้าในกรณีที่มากันเป็นกลุ่ม ทางรีสอร์ทก็มีห้องพักแบบโดมไว้คอยบริการ ข้อดีก็คือทำเลของห้องพักนั้นจัดว่าเด็ดมากเพราะอยู่ในตำแหน่งที่สูงที่สุดของรีสอร์ท สามารถมองวิวภูเขากว้างได้ 360 องศาเลยทีเดียว

● ราคาเริ่มต้นที่ 3,8xx บาท
● ปักหมุด Google Maps
● จองที่พัก อริสโต ชิค รีสอร์ท แอนด์ ฟาร์ม กับ Traveloka


3.มอร์นิ่ง กลอรี่ รีสอร์ท (Morning Glory Resort)






เป็นรีสอร์ทน่ารักๆ ในแบบเมดิเตอร์เรเนียนอีกที่ที่เราอยากจะแนะนำให้มาพักกัน มอร์นิ่ง กลอรี่ รีสอร์ท ขึ้นชื่อเรื่องทำเลอันแสนวิเศษ ด้วยความที่ตัวรีสอร์ทตั้งอยู่บนเนินเขา นอกจากจะถูกห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติ ที่นี่
ยังสามารถชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างเต็มตาแบบพาโนรามา โดยที่ไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆ มาบดบังอีกด้วย นอกจาก
นั้นภายในรีสอร์ทยังมีฟาร์มกระต่ายหลายสายพันธุ์ มาให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับความน่ารักของเจ้าตัวน้อย อ้อ! เบเกอรี่ของที่นี่ก็จัดว่าเด็ดค่ะ โดยเฉพาะมาการงและครัวซองก์คือรายการที่ต้องห้ามพลาด ส่วนเค้กก็ไม่หวาน
เลี่ยน ใครที่ไม่ชอบทานหวานน่าจะถูกใจอยู่ไม่น้อย เอาเป็นว่าอร่อยไม่อร่อยหลายโรงแรมในสวนผึ้งก็รับมาการง
ของที่นี่ไปรับรองแขกของตนเองอ่ะ คิดดู๊

● ราคาเริ่มต้นที่ 4,xxx บาท
● ปักหมุด Google Maps
● จองที่พัก มอร์นิ่ง กลอรี่ รีสอร์ท กับ Traveloka


4.อาสคาญ่า บูติก รีสอร์ท (Ashcarya Boutique Resort)






          ใครที่อยากลองว่ายน้ำท่ามกลางวิวภูเขาสักครั้งในชีวิต ขอให้มาลองกันที่ อาสคาญ่า บูติก รีสอร์ทแห่งนี้ ดูค่ะ นอกจากจะสวยจนอยากแหวกว่ายกันจนตัวเปื่อยแล้ว ความแตกต่างอีกอย่างของพี่เขาและถือว่าเป็นจุดเด่น ของที่นี่เลยก็คือวิลล่าแต่ละหลังนั้นตั้งลดหลั่นกันอยู่บนเนินเขา เท่ากับว่าคุณจะได้เสพวิวอย่างเต็มที่ ทั้งบริเวณ รอบๆ ก็ครึ้มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ สร้างความร่มรื่นให้แก่แขกผู้เข้าพัก ยังรวมถึงจำนวนของวิลล่าที่มีอยู่เพียง 12 หลัง ดังนั้นความเป็นส่วนตัวย่อมหาได้จากอาสคาญ่า บูติก รีสอร์ทแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์


● ราคาเริ่มต้นที่ 3,6xx บาท
● ปักหมุด Google Maps

● จองที่พัก อาสคาญ่า บูติก รีสอร์ท กับ Traveloka



5.สแตมป์ฮิลล์ รีสอร์ท (Stamp Hills Resort)









ทำเลที่สะดวกสบายไปไหนมาไหนง่ายคือจุดเด่นของรีสอร์ท ในกรณีที่ไม่ได้อยากดื่มด่ำกับธรรมชาติภาย   ในรีสอร์ทแต่เพียงอย่างเดียว แต่ชอบที่จะตระเวนรอบสวนผึ้งมากกว่า ส่วนห้องพักนั้นเป็นสไตล์ยุโรปวินเทจ ข้างๆ กันกับที่พักมีลำธารสายเล็กที่สร้างความสดชื่นให้แก่ที่พักแบบถ้วนทั่ว นอกจากนั้นสแตมป์ฮิลล์ รีสอร์ทยังพร้อม พรั่งไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างครบครัน ตั้งแต่ห้องสัมมนาที่จุได้เต็มที่ถึง 150 คน, สระว่ายน้ำ, ห้องอาหาร และคาเฟ่ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เราจะพอสรุปได้เลยล่ะว่า ณ รีสอร์ทแห่งนี้เพียบพร้อม เหมาะสำหรับในวันพักผ่อนซะจริงๆ

● ราคาเริ่มต้นที่ 1,9xx บาท
● ปักหมุด Google Maps
● จองที่พัก สแตมป์ฮิลล์ รีสอร์ท กับ Traveloka



6.บางเวลา สวนผึ้ง (Bang Wela @Suanphung Resort)






เปรียบได้กับบ้านเล็กในป่าใหญ่ งานไม้ สไตล์มินิมัล สบายๆ ทว่าอบอุ่นคือสัมผัสต่างๆ ที่คุณจะได้รับจากที่นี่ แต่กิจกรรมที่เราขอแนะนำให้คุณทำเมื่อได้มาพักเพราะไม่อย่างงั้นคงจะเสียดายแย่ คือการปั่นจักรยานค่ะ เพราะเส้นทางด้านหน้ารีสอร์ทนั้นสวยงามไม่ให้เสียชื่อของสวนผึ้ง ทิวเขาที่สลับกันทั้งสองข้างทาง ผสานเข้ากับอากาศที่แสนจะสดชื่น ด้วยแล้ว ยังมีอะไรที่ต้องการมากกว่านี้อีกเหรอ?

● ราคาเริ่มต้นที่ 1,1xx บาท
● ปักหมุด Google Maps
● จองที่พัก บางเวลา สวนผึ้ง กับ Traveloka


7.บ้านไร่พรสวรรค์ (Ban Rai Pornsawun)







สัมผัสสายหมอกในช่วงหน้าหนาว กางเต็นท์นอนท่ามกลางทุ่งดอกทานตะวัน (แต่ถ้าจะให้แนะนำคงต้องเป็นช่วง กลางเดือนธันวาคมถึงปลายมกราคมจะดีที่สุด) หรือถ้าไม่สะดวก บ้านไร่พรสวรรค์ก็มีโซนบ้านดินและปูนเป็นหลังๆ ไว้ บริการแขกทุกท่าน ส่วนกิจกกรรมอยู่นี่รับรองว่าไม่มีเหงา ซึ่งทางรีสอร์ทก็จัดให้ได้แบบไม่มีขาดตกบกพร่อง ตั้งแต่ โหนสลิง, กลิ้ง Softball จากเนินเขาสูง 4 เมตร, ขับรถ ATV ชมวิว ไปจนถึงนำทางคุณและคณะขึ้นเขากระโจม ทั้งหมด ที่กล่าวมาขอเพียงแค่รีเควสมาเท่านั้น

● ราคาเริ่มต้นที่ 9xx บาท
● ปักหมุด Google Maps
● จองที่พัก บ้านไร่พรสวรรค์ กับ Traveloka


8.บ้านอ้อมกอดขุนเขา (Baan Aom Kod Kun Kao)






รีสอร์ทกลิ่นอายบาหลีผสานเข้ากับสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน บริเวณรอบๆ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณไม้ สายน้ำ ไหลผ่านที่พัก แนวเขาสูงต่ำ รวมถึงน้ำพุ และบ่อน้ำขนาดใหญ่ คือธรรมชาติที่พร้อมเสิร์ฟจากบ้านอ้อมกอดขุนเขาแห่งนี้ ไม่พอภายในรีสอร์ทยังมีหลายมุมได้คุณได้แชะภาพกันจนเพลิน หรือคนไหนอยากที่จะดื่มด่ำท่ามกลางบรรยากาศเงียบ สงบ แนะนำดาดฟ้าบนที่พักเลยค่ะ สงบ เป็นส่วนตัว ทั้งร่มรื่นอย่างที่อยากได้แน่นอน

● ราคาเริ่มต้นที่ 2,9xx บาท
● ปักหมุด Google Maps
● จองที่พัก บ้านอ้อมกอดขุนเขา กับ Traveloka




9.ตะนาวศรี & ครีคไซด์ รีสอร์ท (Tanaosri & Creekside Resort)







ใครมากันเป็นคณะขอให้ลองที่นี่เลยค่ะ ตะนาวศรี & ครีคไซด์ รีสอร์ท สถานที่ที่ได้รวบรวมเอาความสะดวกสบาย ต่างๆ ไว้ในหนึ่งเดียว รวมถึงกิจกรรมมากมายที่เอาไว้ผ่อนคลายระหว่างเข้าพักก็มาให้แขกได้เพลิดเพลินหลายอย่าง ได้แก่ พายเรือคายัค, ปั่นเรือหงส์, ลานเปตอง, ขี่จักรยานชมธรรมชาติภายในรีสอร์ท ฯลฯ นอกจากนี้ ตะนาวศรี แอนด์ ครีคไซด์ยังล้อมรอบไปด้วยบรรยากาศสวยงามน่าพักผ่อน ทิวเขาโดยรอบๆ ก็เขียวขจีไปด้วยป่าไม้นานาพรรณ ที่สำคัญ ใกล้แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของสวนผึ้ง อย่างเขากระโจมและน้ำตกผาแดงอีกด้วย


● ราคาเริ่มต้นที่ 1,8xx บาท
● ปักหมุด Google Maps
● จองที่พัก ตะนาวศรี & ครีคไซด์ รีสอร์ท กับ Traveloka


10.ไฮซีน รีสอร์ท (Hi - Scene Resort)







จะดีแค่ไหนถ้าเราตื่นนอนมาแล้วเห็นทัศนียภาพอันสมบูรณ์ของสวนผึ้งเป็นอย่างแรก พร้อมได้สูดอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มปอดในทุกๆ วัน ไฮซีน รีสอร์ท ที่พักที่ตั้งอยู่บนเนินเขากระจายตัวลดหลั่นกันออกไป อากาศเย็นสบาย ทั้งยังเป็น ส่วนตัว สอดแทรกความน่ารักด้วยกิมมิกของชื่อวิลล่าทั้ง 9 หลังที่เจ้าของเรียกตามชื่อภูเขาชื่อดังของโลก อาทิ บ้านคิลมิ มานจาโร, บ้านมองท์บลัง, บ้านเอเวอร์เรส, บ้านเอลป์, บ้านเคทู ฯลฯ ภายในรีสอร์ทมีสระน้ำเกลือกลางแจ้ง ทั้งรถกอล์ฟ คอยรับ-ส่งแขกผู้เข้าพัก บวกกับทำเลที่ตั้งที่ถือว่าสะดวกสบาย เพราะใกล้กับตลาดน้ำเวเนโต้เพียง 500 เท่านั้น

● ราคาเริ่มต้นที่ 2,9xx บาท
● ปักหมุด Google Maps
● จองที่พัก ไฮซีน รีสอร์ท กับ Traveloka


เป็นไงกับ 10 ที่พักสวนผึ้งที่เรารวมรวบมาให้ สวยๆ ทั้งนั้นเลยใช่ไหมคะ? สำหรับใครที่เคาะแล้วว่าจะพักที่ไหน แต่ติดปัญหาตรงที่ยังหาราคาที่ถูกใจไม่ได้ บางเว็บไซต์ราคาที่เห็นกับที่ต้องจ่ายจริงดันไม่ตรงกัน ยังไม่รวมถึงค่าตัดบัตร เครดิตที่ต้องเสียอีก ย้ำอีกครั้งว่าปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปค่ะหากคุณจองกับทราเวลโลก้านอกเสียจากจะไม่เสียค่าจุกจิก เพิ่มเติม ว่ากันเรื่องราคาก็ยังนิ่งกว่าเจ้าอื่นด้วย ไม่เชื่อก็เชิญพิสูจน์กันได้ที่ Traveloka

เดอะ แบมบู บาร์ ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ
คว้ารางวัลบาร์ที่ดีที่สุดแห่งเดียวในประเทศไทย
ติดหนึ่งในสิบ ครองอันดับที่ 9 จากผลประกาศรางวัล 50 บาร์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asia's 50 Best Bars) ประจำปี 2018










เดอะ แบมบู บาร์ (The Bamboo Bar) ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เป็นบาร์แจ๊สชั้นนำแห่งแรกในประเทศไทย

ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2496 ปัจจุบันครบรอบ 65 ปี เกิดขึ้นจากห้องเล็กๆ ภายใน ‘ออเธอรส์ วิงค์’ อาคารประวัติศาสตร์อายุ 142 ปี บาร์แห่งนี้กลายมาเป็นบาร์คลาสสิคชั้นนำแห่งแรกที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทยและระดับโลก ซึ่งเติบโตขึ้นจากนักเดินทาง ที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคมจากทั่วโลก เป็นผู้ที่หลงใหลในดนตรีแจ๊สได้กล่าวขวัญถึงบาร์แห่งนี้ จนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ต่อมาปี พ.ศ. 2557 เดอะ แบมบู บาร์ ได้ถูกปรับปรุงเปลี่ยนโฉมใหม่ เน้นตกแต่งให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยย้ายมาอยู่บริเวณส่วนของอาคาร ’ริเวอร์ วิงค์’ บนพื้นที่กว้างขวาง และได้นำไม้ไผ่มาเป็นองค์ประกอบหลักในการปรับรูปลักษณ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เก้าอี้ ผนังห้อง เพดานกระจกหุ้มกรอบด้วยไม้ไผ่สีดำ และหมอนผ้าไหมไทยพิมพ์ลายไม้ไผ่ ควบคู่กับพัดลมเพดานสานด้วยหวายสไตล์โคโลเนียล เฟอร์นิเจอร์เครื่องหนังชิ้นเดิมบางส่วนถูกนำมาดัดแปลงตามแบบยุคยี่สิบต้นๆ โดยมีโซฟาหลักหุ้มด้วยหนังสไตล์เชสเตอร์ฟิลด์ย้อนยุค เก้าอี้บางชุดพิมพ์ลวดลายของเสือแบบซาฟารี เพิ่มเสน่ห์ให้เรียบหรูสอดคล้องกับพื้นที่นั่งตลอดทั้งด้านในและด้านนอก เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้านักเดินทางทุกยุคทุกสมัยในปัจจุบัน

    ล่าสุด เดอะ แบมบู บาร์ ‘คว้ารางวัลบาร์ที่ดีที่สุดแห่งเดียวในประเทศไทย’ ติดหนึ่งในสิบและครองอันดับที่ 9 จากรางวัล 50 บาร์ ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asia's 50 Best Bars) ประจำปี 2018 ผลประกาศวันที่ 3 พฤษภาคม 2561 ณ ประเทศสิงคโปร์ ที่ผ่านมา ในโอกาสแห่งความสำเร็จครั้งนี้ เจมี่ ไรนด์ (Jamie Rhind) ผู้จัดการบาร์ ผู้ซึ่งเคยร่วมงานกับทีมบาร์ The Artisan Bar ที่มีชื่อเสียงที่สุดในกรุงลอนดอนด้วยรางวัล The World's 50 Best Bars ผลโหวตจากดาราดังติดอันดับหนึ่งต่อเนื่องถึงสี่ปีซ้อน เค้าได้รับการฝึกฝนจากบาร์เทนเดอร์มากฝีมือที่มีชื่อเสียง Alex Kratena และ Simone Caporale จนกลายเป็นบาร์เทนเดอร์ผู้ชำนาญการและเชี่ยวชาญด้านคิดค้นสูตรเครื่องดื่ม เค้าได้จับมือกับ คุณแอน ปิ่นสุดา พงษ์พรม หัวหน้าบาร์เทนเดอร์สาวสวย ผู้มากประสบการณ์ และได้รับรางวัล Rising Star จากผลโหวต The Bar Awards 2017 ร่วมกันคิดค้นเมนูเครื่องดื่มค็อกเทลสูตรเฉพาะ ณ เดอะ แบมบู บาร์ พร้อมเปิดตัวเมนูค็อกเทลใหม่ล่าสุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘COMPASS’ เปรียบเสมือน ‘เข็มทิศ’ แห่งอิสรภาพทางรสชาติค็อกเทลแตกต่างกันทั้ง 5 ทิศ โดยนำวัตถุดิบหลักจาก 5 ภูมิภาคของประเทศไทย จากภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้   
    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) และภาคตะวันออก โดยได้แรงบันดาลใจจากการเล็งเห็นวิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์ และน่าสนใจ แตกต่างกันทั้งทางด้านวัฒนธรรมในรูปแบบที่พวกเขา กิน ดื่ม และการดำเนินชิวต จึงได้สร้างสรรค์ Signature Cocktail Menu ชื่อว่า ‘Get The Mortar’ ค็อกเทลส้มตำในครก ราคา 420++ บาท (ราคา 495 บาทสุทธิ) รสชาติจัดจ้านกลมกล่อมครบรสเป็นเอกลักษณ์อาหารอีสาน ด้วยส่วนผสมของ วอดก้า น้ำมะเขือเทศ มะละกอเชื่อม น้ำมะนาว น้ำตาลมะพร้าว และพริก เป็นต้น สามารถเลือกลิ้มลองรสชาติสดชื่น แฝงด้วยความสนุกสนานไปกับค็อกเทล ‘เข็มทิศ ทั้งห้าภูมิภาค’ พร้อมเครื่องดื่มนานาชนิดได้ทุกวันบริการวันอาทิตย์ ถึงวันพฤหัสบดี เวลา 17:00 – 01:00 น. และวันศุกร์ ถึงวันเสาร์ เวลา 17:00 – 02:00 น.

     พร้อมสัมผัสบรรยากาศสุดคลาสสิค เคล้าคลอไปกับเสียงเพลงอันไพเราะของ นิคกี้ คิดด์ (Nikki Kidd) นักร้องแจ๊สชาวอเมริกันคนใหม่ โด่งดังด้านแนวเพลงแจ๊สคลาสสิค และเคยร่วมงานกับศิลปินแจ๊สชื่อดังมากมาย มาคอยขับกล่อมบทเพลงหลากหลายจังหวะไม่ซ้ำกันในทุกวัน (ยกเว้นวันอาทิตย์ โชว์การแสดงบรรเลงเปียโน) ช่วงเวลาการแสดงในวันจันทร์ ถึงวันพฤหัสบดี เวลา 21:00 – 23:45 น. และวันศุกร์ ถึงวันเสาร์ เวลา 21:00 – 24:45 น.





สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ +66 (0) 2 659 9000 หรือ อีเมล์ mobkk-restaurants@mohg.com

www.mandarinoriental.com/bangkok

สวัสดี ระนองงงง 

ผมจำได้ว่าระนองนี่เป็นจังหวัดที่ นานมากกกก แล้วที่ผมได้มาเที่ยว และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมมีโอกาสได้กลับมาเที่ยวนี่ แห่งนี้ และทริปนี้ผมมีโอกาสได้มาเที่ยว หลายๆที่อีกด้วย แต่ หัวใจหลักของการมาเที่ยวระนองครั้งนี้ จะเป็นการมาเที่ยวที่เกาะค็อกเบิร์น เกาะใหม่ล่าสุด ที่เลิฟอันดามัน ทัวร์ที่เรารู้จักกันดี

โดยเริ่มจากการเดินทาง จากกรุงเทพมายังระนอง ด้วยสายการบิน ที่ราคาไม่แพง แถมยังตรงต่อเวลา สายบินแอร์เอเชียนั้นเอง  


ขอฝากบ้านเล็กๆ ของเพจหยิบกล้องไปท่องโลกด้วยนะครับ
www.facebook.com/yhibklong



โตนเพชร กรีนเนอรี่ การ์เด้น
เริ่มที่แรกหลังจากผมลงเครื่อง  ผมได้มีโอกาสไปทานอาหารที่ โตนเพชร กรีนเนอรี่ การ์เด้น 


ที่นี่เป็นที่พัก รวมทั้งมีอาหารบริการด้วยนะครับ ราคาก็เริ่มต้นเพียง 600 บาทต่อคืนเท่านั้นเอง บรรยากาศก็ดีร่มรื่นมากเลยทีเดียว 


ที่สำคัญมี มุมถ่ายรูปเยอะมากมาย และยังเงียบสงบ อีกด้วยนะครับ


และแล้ว มื้อกลางวัน มื้อแรกของผมที่ระนอง ก็ มาจนได้ มื้อนี้เป็นแนว บาบิคิว ที่จัดมาหลายไม้เลยทีเดียว เรียกว่า อิ้มไปได้ทั้งวัน  สำหรับใครที่อยากมาเที่ยวเป็นกรุ๊ปที่นี่ ก็มีบริการนะครับ ลองติดต่อมาได้นะครับ


มาถึงที่พัก หลักๆของผม ในสองคืน ต้องที่นี่เลยครับ

เพชรระนอง

ที่พักของผมจะเป็นที่พัก ราคาไม่แพง แถม ห้องใหญ่สะอาด 


แม้จะเป็นห้องพัก ที่ดูเรียบง่าย แต่ ภายในห้องสะอาด ดีเลยทีเดียวครับ แถมสีสัน ก็ทำเอาน่านอนนะ


ด้านล่างของรีสอร์ท ยังมีที่ถ่ายรูปชิคๆๆ อีกด้วย  สำหรับคนที่มาเที่ยวระนอง อยากได้ที่พักราคาไม่แพง ถูกคุ้มค่า ลองแวะเข้าไปชมที่เว็บ https://www.facebook.com/petchranong/ นะครับ


บ่อน้ำร้อนสวนสาธารณะรักษะวาริน 

หลังจากเข้าที่พักแล้ว ผมก็ออกมาเที่ยว ต่อที่ บริเวณบ่อน้ำร้อนสวนสาธารณะรักษะวาริน ซึ่งเป็นบ่อน้ำร้อนซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาตินี้มีอยู่ 3 บ่อ คือ บ่อพ่อ บ่อแม่ และบ่อลูก ทั้ง 3 บ่อ มีอุณหภูมิสูงประมาณ 65 องศาเซลเซียส น้ำพุร้อนแห่งนี้ได้รับการวิเคราะห์จากกรมวิทยา ศาสตร์บริการว่าประกอบด้วยแร่ธาตุ ที่สำคัญ และเป็นแหล่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีสารกำมะถันเจือปนอยู่เลย


เข้ามาด้านในยังมีลานสุขภาพซึ่งลานนี้มีความพิเศษ คือจะมีความร้อน ซึ่งทำให้มีคนนิยมมานอน หรือนั่งเล่นกันเยอะมาก ตอนแรกผมเดินลงไปก็ร้อนเท้ามาก แต่พอเดินไปมาสักพักก็เริ่มชิน ยิ่งพอได้ลงนั่ง ทำให้สบายตัวมากเลยทีเดียว


น้ํานอง ฮอทสปา

เป็น บ่อน้ำร้อน ของเอกชน แต่เป็นบ่อที่สะอาด และอยู่ในร่ม ที่สำคัญจะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า และยังมี สตรีมซาวน่าอีกด้วย ซึ่งค่าใช้บริการ คนละ 200 บาท โดยบ่อจะแยกออกเป็นโซนชาย  และโซนผู้หญิง

ด้านใน มี ที่แช่ จากุซซี่ด้วยนะครับ เอาว่า ใครอยากแช่แบบส่วนตัว ผมแนะนำเลยครับ แช่ไม่นานหายเมื่อยแน่นอน


แช่น้ำเสร็จแล้วเรามาต่อที่ร้าน เด็ด ของระนอง เรียกว่าใครก็ต้องมาร้านนี้

คุ้นลิ้น 



ร้านคุ้นลิ้น นอกจากอาหารอร่อยแล้ว ยังมีมุมถ่ายรูปสวยๆเพียบ 


เรียกว่าระหว่างรออาหาร ก็ มาแชะๆๆ รูปสวยๆกันก่อนได้เลย


แอบหนีไปถ่ายรูปแล้ว ขอมาแนะนำเมนูเด็ดๆ ก่อน เริ่มจากไข่เจียว แกงเขียวหวาน ที่นำแกงเขียวหวานมาใส่ บนไข่เจียว


ตามต่อด้วย เมนูห้ามพลาด เน้นเลยนะครับว่าห้ามพลาด กับ ปูนิ่ม สติ๊ก เนื้อปูนิ่มอร่อยมาก หอมมัน ลงตัวเลยทีเดียว


หากใครชอบ แนว แกงส้ม ต้อง หม้อนี้ครับ แกงส้มไข่ปลาริวกิว แซ่บถึงใจจริงๆ


กุ้งตัวใหญ่ ๆก็มีนะครับ


เมนูเด็ด ที่มีคน คนถามหาเวลามาร้าน คุ้นลิ้น คือปลาทูทอดกะปิ เมนูนี้หอมกะปิมากครับ ที่สำคัญยิ่งทอดมาร้อนๆ คลุกกับข้าวสวย นี่เรียกว่า ฟินเลยทีเดียว


ขอเบรก ที่ น้ำผัก ซักนิดเพื่อความสดชื่นซักหน่อยนะครับ


ขอปิดท้ายด้วย ผัดน้ำพริกกะปิ กับ หอยแมงภู่ผัดฉ่า เรียกว่า ครบรสชาติจริงๆมื้อนี้ ทั้งอิ่มอร่อย



THE WALKING STREET RANONG 
หรือ ถนนคนเดินระนอง

ตกกลางคืน พวกผมไม่รอช้า ออกไเดินเล่นที่ถนนคนเดินกันอย่างสนุก


ที่ถนน คนเดิน นอกจาก ของถูก แสนถูกแล้ว ยังมี อาหารและขนม อร่อยอีกมากมาย ให้เลือกซื้อทานกัน


แม้ถนนคนเดิน ที่ระนองแห่งนี้จะไม่ได้เปิดทุกวัน มีแค่เพียงวันเสาร์ เท่านั้น ก็ ทำให้ ทุกๆเสาร์เป็นเสาร์ที่คึกครื้น ที่ระนองได้เลยทีเดียว


ก่อน กลับไปที่พักยังค่ำคืนนี้ ผม ขอฝาก ถนนคนเดินแห่งนี้ ให้เพื่อนๆได้มาเที่ยวกันในยามที่ได้มาที่เมืองระนองแห่งนี้


เช้าวัน เดินทาง

ผมตื่นเช้า รถตู้ค้นใหญ่ได้ มาจอดรับที่โรงแรม โดยจุดหมายปลายทาง ยังคงเป็นเกาะใหม่ที่ผมมิเคยไป


การเดินทางครั้งนี้ ที่เกาะ Cock Burn ยังคงเป็นความทรงจำครั้งแรกที่ผมกำลัง จดจำลงไปยังการเดินทางครั้งนี้ พร้อมความตื่ีนเต้นที่ได้ออกเดินทางไปยังที่หมายใหม่



ท้องฟ้า ท้องทะเลสี สีคราม น้ำทะเลใส ที่ทำเอาผมอดใจไม่ได้ รีบกระโดดลงไปแหวกว่ายน้ำในทันใด



จุดดำน้ำ ที่เกาะ Cock Burn สำหรับผม บอกได้ คำเดียวว่าสมบูรณ์มาก คุ้มค่ากับการรอคอยและการเดินทาง มาเที่ยว เหลือเกิน



ใต้น้ำ ที่ เหมือนอีกโลกนึง ที่ทำให้ ผมร้องว้าว ตลอดอยู่ในใจ



การดำน้ำที่เพลินไป กับ ปะการัง และฝูงปลา 



คงไม่ต้องพูดอะไรมากมาย กับ ความสุข ที่ได้มาเดินทาง เที่ยว ที่เกาะ Cock Burn แห่งนี้


พอดำน้ำเสร็จ แวะออกมาพัก ทานข้าว และชิวๆกันต่อที่หาดทราย



ทันที่ ที่เห็นน้ำทะเล ใส เหลือเกิน เรียกว่า อยากอยู่ที่นี่ไปนานๆ เลย



สุดท้าย เวลา ก็ พาเรา ได้รับรู้ถึงความเป็นจริง พระอาทิตย์เริ่มตก ผมต้องจำใจลากลับ ไป อย่าง เศร้าสร้อย แต่เพียงแค่เก็บ หัวใจและความทรงจำไว้ให้นาน ก็มีค่ามากเสียแล้ว



ก่อนออกจาก ทะเลพม่า เราแวะมา ที่จุดผ่านแดนอีกครั้ง


คราวนี้ผมเห็นแสง สวย เลยหยิบกล้องมาถ่าย เก็บภาพสวยๆเอาไว้ 




ร้านอาหารเคียงเล
หลังจากกลับมา ฝั่งแล้ว ผมไปทานข้าวเย็นที่  ร้านอาหารเคียงเล ร้านอาหารริมทะเล ที่มีทีเด็ดที่อาหารทะเลสดๆ ไม่ว่าใครที่มาเที่ยวระนอง ต่างติดใจในรสชาติ อาหารของทีนี่กันหมด


จานแรก คือกุ้งเคย อาหารที่หากินยาก มากแต่ถ้าใครมาที่ร้านนี้ ต้องไม่พลาดสั่งมาทานแน่นอน



แกงส้มปลากะพงใส่โชน


ผัดหอยแซ่บๆ ก็มีมา 



ปิดท้ายด้วยปูจั๊กจั่น ตัวใหญ่ เรียกว่า มาครบฟินเลยทีเดียว 


สุดท้าย ผม เข้านอนพร้อมความฟินที่ทะเล และ อาหารซีฟู้ดสดๆๆ ที่ เคียงทะเล ก่อนที่จะตื่น เดินทางกลับ กรุงเทพ อย่างมีความสุข

เช้านี้ ผมออกมาที่เขาหญ้า เขาที่เราอาจจะเคยผ่านๆ ตากันไปมาใน โซเชียล เขาที่เห็นแล้ว ผมคิดไว้ว่าซักวันหนึ่งจะ มาเที่ยวยังที่แห่งนี้



แม้วันนี้อากาศจะร้อนอบอ้าว ก็ตามที่ แต่ ก็อดแปลกใจ ทีเดียว ที่เขาหญ้าแห่งนี้ ถ่ายรูปออกมามุมไหน ก็ สวย


ร้านโรตีนิสรา

ก่อนจากที่จังหวัดระนอง ขอแวะมาทาน ข้าวเช้า ที่ร้านโรตีนิสรา กันก่อนสำหรับร้านนี้ ใครมาไม่ควรพลาด ไก่ ทอด หอมๆ กับแป้งโรงตีที่หอม อร่อย 



แกง ที่ รสชาติเข้มข้น อร่อยมาก เลยทีเดียว 


ใครชอบในรสชาติของโรตี ต้องบอกว่า ที่ร้านนี้ ไม่แพ้ใครจริงๆ 


แต่อย่างที่บอก สำหรับร้านนี้ ทีเด็ดผมขอยกให้ไก่ ทอดเลยจริงๆ กรอบนอกนุ่มในมากๆๆ ทีเดียว 


สุดท้ายขอปิดทริปนี้ ด้วยอาหารละกันนะครับ สำหรับใครสนใจ จะไปเที่ยวระนอง เชื่อเลยครับว่าคุ้มค่ามากมาย ครบรสจริงๆ