พฤษภาคม 2016


Take Me Home

หากเพื่อนๆ เป็นคนรักอาหารสุขภาพ และอยากหาร้านอาหารเพื่อสุขภาพที่อร่อย และ ราคาไม่แพง วันนี้ผมอยากจะลองแนะนำ ร้าน TAKE ME HOME ร้านเล็กๆที่ ใจกลางเมืองบุรีรัมย์แห่งนี้ครับ

ติดตามเพจ www.facebook.com/yhibklong
ติดตาม เว็บ www.yhibklong.com

สำหรับร้าน TAKE ME HOME นี้หาไม่ยากเลยครับ เมื่อเข้ามาภายในร้านจะพบกับสีเขียวอ่อน กับน้องหมีน่ารัก คอยต้อนรับ อยุ่ ด้านหน้า

ร้าน TAKE ME HOME เป็นร้านเล็กๆ ที่ตกแต่งเน้นบรรยากาศเป็นกันเอง มีโต๊ะ ภายในร้านไม่กี่ที่ เพื่อพอเหมาะสม และไม่เบียดจนเกินไป

เมื่อท้องหิว เมนูแรก ที่ ผมสั้งมา คือ สลัดกุ้งโรล


สลัดที่ มาพร้อมกับ กุ้งตัวโตๆ  

เวลาทาน ก็ หยอดน้ำจิ้มลงไปนิดนึง เพื่อให้อร่อยยิ่งขึ้น สำหรับเมนูนี้ จะได้ความสดของผัก และ
ความสดของกุ้ง ทำให้ เวลาเคี้ยว ได้รสชาติที่สด อร่อย เลยทีเดียว



สำหรับ น้ำที่ เราสั่งมาทานคู่กันคือ น้ำชามะละกอ ครับ  เรียกว่า ผมไม่เคยชิมชามะละกอที่ไหน เลยจริงๆ เพิ่งได้มา ชิมที่นี่เป็นที่แรก บอกตรงๆเลยครับ ว่าอร่อย และไม่ควรพลาดจริงๆ 


มาถึง เมนู สเต็กอกไก่ กันบ้างครับ เมนูเป็นเมนู ที่ ตอนแรกผมนึกว่าอกไก่จะแห้งแข็งมาก แต่ พอเอาจริงๆกับนุ่ม กว่าที่คิดครับ ทานกับน้ำจิ้มลงตัว เลย
และที่สำคัญ จานนี้ ถูกจัดวางมาให้ทาน แค่ จานเดียวอิ่มครับ โดยจะมาพร้อมผักต่างๆ
สำหรับ จานนี้ ผมชอบฟักทองมากๆครับ กัดคำแรก นุ่มอร่อย เลยทีเดียว 
มาที่เมนูเผ็ดร้อนกันบ้างครับ กับ เมนูกุ้งผัดต้มยำแห้ง 
จานนี้ เรียกว่าเผ็ดร้อน เเซ่บ แถมได้สุขภาพ อีกด้วย กุ้งยังตัวโตๆเหมือนเดิม แถมความเผ็ดร้อน ที่คลุกเคล้ากันได้ดี จากนนี้ถ้ามาร้าน Take Me Home  ไม่ควรพลาดเลยจริงๆ
เมนูเผ็ดร้อน อีกจาน กับ ลาบทอด 
ลาบทอด ที่เจ้าของร้านบอกเลยว่า เผ็ดร้อน แต่ ไม่อ้วน แน่นอน นี่แหละครับ เป็นเมนูน่าสนใจเลยทีเดียว สำหรับ อาหารสุขภาพ แบบนี้

ถ้าใครชอบ แนวๆเผ็ดๆ แซ่บๆ ก็ ต้องยำเส้นแก้ว 

ที่นำหมู กุ้ง และเส้นแก้วมายำ เวลาทานเราจะได้ ความกรุ๊บกรอบของเส้นแก้ว อร่อยไปอีกแบบ เมนูนี้ต้อง ทานคู่กับข้าว ร้อนๆ 

สุดท้ายเป็นเมนุ น้ำตกคีนูว เป็นเมนู ที่ทำจากเต้าหู้ แท้ๆ
เมนูนี้ จะได้รสชาติ เต้าหู้ ที่หอมอร่อย บวกกับความเผ็ดร้อน ของพริก และ เครื่องยำต่างๆ ทำให้ รสชาติออกมา เด็ดเลยทีเดียว
จากที่ผมได้ทาน มาหลายๆเมนูต้อง ชม ร้าน TAKE ME HOME ว่าออกแบบเมนูได้ดีทีเดียว อร่อยทุกเมนูเลย และที่สำคัญราคา ยังถือว่า อยู่ในราคาที่พอรับได้ เรียกว่าถ้าใครได้มาเที่ยวยังบุรีรัมย์แล้วอยากหา ร้านอาหารคลีน หรือ อาหารเพื่อสุขภาพแล้ว ละก็ ไม่ควรพลาดร้านนี้เลย
สำหรับ ที่อยู่ร้าน Take Me Home

42/23 Sansuk Rd. Moung Buriram Muang Buriram

 เบอร์ติดต่อ 096 246 6615

https://www.facebook.com/Take-Me-Home-310620809095590/



การเดินทางครั้งใหม่ของผมได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง บนเส้นของทางการเดินทางกับเวลาเพียง2วัน1คืน ที่กาญจนบุรี เส้นทาง อีกเส้นทางหนึ่งที่ใกล้กรุงเทพ 

วันนี้ เสียงนาฬิกา ที่ผมตั้งปลุกดังขึ้น สายตาที่งัวเงีย ของผมมองไปที่ เวลา7โมงเช้า ของวันใหม่
ผมรีบลุกอย่าง ไม่รอช้าดีดตัวเองจากที่นอน อาบน้ำแปรงฟัน แต่งตัวแล้ว ออกเดินทางไปยัง จุดหมายของ ครั้งนี้

กาญจนบุรี


ติดตามรีวิว ใหม่ๆได้ที่ www.yhibklong.com
ติดตามแฟนเพจได้ที่ www.facebook.com/yhibklong

เส้นทางการเดินทางไปกาญจนบุรีของผมคราวนี้ ผมเน้นเส้นทางที่ไม่เหมือนกับการเดินทางไปกาญครั้งใดๆ เหตุผลเพียงผมอยากจะไปเจอที่เที่ยวใหม่บ้าง ไม่นานเพียงสองชั่วโมงผมก็มาถึงจุดหมายแรก

โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยเทียน โครงการพระราชดำริ

            วันที่ 9 มิถุนายน 2524 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชดำริ แก่เจ้าหน้าที่กรมชลประทานให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยเทียน เพื่อจัดหาน้ำช่วยเหลือราษฏร ในเขตตำบลทุ่งกระบ่ำ ตำบลหนองฝ้าย ตำบลหนองโสน อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ให้มีน้ำทำการเพาะปลูกและอุปโภค-บริโภค ได้ตลอดทั้งปี กรมชลประทานได้สนองพระราชดำริเริ่มดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยเทียนในปี พ.ศ. 2527 และได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ ปี พ.ศ. 2530 สามารถส่งน้ำ

และที่สำคัญ อ่างเก็บน้ำนี้ยัง สามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ประมาณ 7,000 ไร่
วันนี้ผมคงโชคดี ที่ได้มาเจออากาศ ที่แสนดีพอดี ท้องฟ้าที่สดใส ทำให้ผมได้เห็นภาพที่สวย แม้วันนี้น้ำในอ่างอาจจะยังเหลือไม่เยอะมากแต่ ก็ ที่พึ่งของชาวบ้านได้อีกมาก


แม้การเดินทางมายังที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้จะยากมากมาย แต่ เมื่อเข้ามาถึงแล้ว ผมกลับชอบมาก เสียดายช่วงเวลาที่ผมเข้ามา กลับเป็นตอนกลางวัน หากเป็นตอนเย็นๆ ที่มีแสงตะวันกำลังลาลับฟ้าคงจะสวยงามไม่น้อย 


ผมขับรถพร้อมเสียงเพลงไปไม่นาน เสียงฟ้าที่ร้องดังมาแต่ไกล น้ำฝนเริ่มตกมาเป็นละอองที่ละนิดทีละนิด ฟ้าที่เคยใสกลับแปรเปลี่ยนกลับเป็นสีเทา

และท้องฟ้าที่เคยสดใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเหงา 

เส้นทาง สายยาวที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ ต้นไม้ใหญ่ที่ปกคลุมตลอดสองข้างทาง

หากยังเป็นเส้นทางที่ ทำเอาหัวใจผม หลงไปกับวิวสองข้างทาง 

ความเหงาที่ผลัดเปลี่ยน กับเสียงเพลงดนตรีบนรถ  การขับผ่านหลักกิโลไปเรื่อยๆ
 ...สุดท้าย ผมก็มาถึงจุดหมาย อีกที่อย่างไม่ทันตั้งตัว ณที่แห่งนี้

ถ้ำธารลอด

ถ้ำที่สวยอีกแห่งหนึ่งของกาญจนบุรี

สายน้ำฝนยังคงตกอยู่ตลอดเวลา น้ำที่มาพร้อมกับความสดชื่นของป่าใหญ่ ความเย็นสบายเริ่มเข้ามา 
ขาของผมเริ่มย่างก้าว ไปสู่ถ้ำธารลอด


ภายในน้ำ ช่างกว้างใหญ่โต กว่าที่ผมคิดมากมาย

ถ้ำขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยมากมาย 

ถ้ำธารลอดน้อย แห่งนี้ ตัวถ้ำจะมีความยาวประมาณ 300 เมตร และปากถ้ำจะกว้างประมาณ 25 เมตร สูงประมาณ 10 เมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยปรากฏเป็น รูปทรงต่าง ๆ และยามเมื่อกระทบกับแสงไฟจะส่องประกายระยิบระยับงามจับตามาก ภายในถ้ำจะมี น้ำเป็นลำธารเล็กๆ ไหลผ่าน ตลอดเส้นทาง เราสามารถได้ยินเสียง น้ำไหลผ่านได้ตลอดเส้นทาง เดิน และ จากถ้ำธารลอดน้อยจะมีทางเดินไปถึงถ้ำธารลอดใหญ่ได้
แสงไฟในถ้ำยัง ส่องสว่าง ทำให้ผมได้เห็นความงามที่ซ่อนอยู่ภายในถ้ำแห่งนี้ เสียดายผมใช้เวลา ในที่แห่งนี้ไม่ได้นานมากนัก อาจจะเป็นเพราะ สายฝนที่หล่นลงมา ทำให้ ไฟในถ้ำอาจจะดับลงได้ ผมจึงต้องรีบออกมายังด้านนอกก่อนกำหนด  
ระหว่างทาง  ท้องฟ้าที่เคยหม่นสีเทา ได้กลับกลายเป็นฟ้าที่เริ่มมีแสง 
       อาหารกลางวันของผม กลับล่วงเลยมาถึง ช่วงบ่าย ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ข้างทางร้อนๆ ที่ผมจอดแวะทาน วันนั้นมันกลับส่งกลิ่นหอมเสียเหลือเกิน อาจจะเป็นเพราะความหิว บวกความอรอ่ย ก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่ ได้หมดลงอย่างรวดเร็ว
หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จ ผมขับรถมาที่ อำเภอห้วยกระเจ้า เพื่อมาชม วัดทิพย์สุคนธาราม ความงาม พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ หรือ พุทธอุทยาน การเรียนรู้แห่งใหม่

เมื่อมาถึง วัดทิพย์สุคนธาราม วัดที่สวยและใหญ่แห่งหนึ่งของกาญจนบุรี ผมกลับชอบมากอย่างบอกไม่ถูก วัดแห่งนี้  ด้วยความร่มรื่น และการออกแบบรอบๆ อย่างสวยงาม ผมเชื่อเหลือเกินว่า หากใครได้มาเยี่ยมได้มาชม ต้องชอบสถานที่แห่งนี้แน่นอน

สำหรับ ประวัติโดยย่อ 



ความเป็นมา

เกิดจากดำริของสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสรมหาเถร ป.ธ.9) อดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม ที่จะสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ สูง 32 เมตร (อาการแห่งกายครบบริบูรณ์ทั้ง 32 ประการของมนุษย์-มหาปุริสสลักษณะ) เพื่อเป็นสถานที่ศูนย์รวมความเคารพสักการบูชาของเหล่าพุทธศาสนิกชนอีกแห่งหนึ่ง และเป็นอนุสรณ์แด่พระพุทธรูปแห่งบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน ซึ่งนับว่าเป็นศิลปะพระพุทธรูปยุคแรกที่เผยแพร่มาจากอารายธรรมกรีกโบราณ ซึ่งมีความงดงามทางด้านพุทธศิลป์ ควรค่าแก่การเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในอดีตที่แห่งนี้เคยเป็นฐานที่มั่นของพระพุทธศาสนามาเป็นเวลานานกว่า 2,000 ปี

โดยชื่อพระพุทธรูปองค์นี้มีความหมาย 3 ประการ ดังนี้


1. เป็นพระพุทธรูปซึ่งเป็นที่พึ่งของประชาชนชาวไทยและชาวโลก

2. เป็นพระพุทธรูปซึ่งเป็นที่พึ่งของ 3 โลก อันได้แก่ โลกสวรรค์ โลกมนุษย์ และยมโลก

3. เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระพุทธรูปแห่งบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน 

ผมเดินชมรอบๆ พร้อมกับ ไหว้พระก่อนกลับ ด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม   

ผมกลับเข้าสู่ตัวเมืองกาญ พร้อมรอยยิ้มในใจ  ระหว่างเส้นทางมายังตัวเมือง น้ำฝนยังคงตกอย่างช้าๆ  ยามเย็นของวันนี้ ผม มาฝากท้องที่หิว ไว้ที่ครัวต้นแม่กลอง


เสียดายที่ฝน ยังคงตกมา บางๆ ท้องฟ้าเลยยังคงหม่นหมอง สายน้ำคงนิ่งสงบ พร้อมแรงลมที่พัดผ่าน 

อาหารจานแรกของร้านครัวต้นแม่กลอง ก็ถูกจัดวางออกมา ออกมา กลิ่นหอมทำเอาผมไม่รีรอ หยิบเนื้อปลาที่หอมหวานมาทาน
ไม่นานนัก อีกจานก็ถูกนำมา เห็นออริจิผัดกุ้ง เมนู ที่ผมชอบอีกเมนูนึง

สุดท้ายขอจบที่ ฉู่ฉี่ ปลาคัง จานนี้ ไม่ค่อยเผ็ดเท่าไหร่ ถ้าได้ความ เผ็ดกว่านี้คงจะดีไม่น้อย

วันแรก ของวันก็ผ่านไป อย่างรวดเร็ว

เช้าวันใหม่ ผมออกเดินทางไปยังสะพานมรณะ สะพานเหล็กสีดำ ท่ามกลางแม่น้ำแคว

สะพานที่มีเรื่องเล่ามากมาย แห่งนี้ ไม่ว่ากาลเวลาผ่านไปแค่ไหน สะพานนี้ก็ยังคงอยู่ในใจเราตลอดไป



ก่อนกลับผมแวะมายังบ่อพลอย เพื่อมาเที่ยวยัง ซาฟารีปาร์ค ที่สวนสัตว์แห่งนี้แบ่งออกเป็น ทั้งหมด 7 โซน

ส่วนที่ 1 สวนกวางและแอนทีโลป (Deer and antelope Section) เป็นพื้นที่ดูแลสัตว์ตระกูลกวางและแอนทีโลป เช่นฝูงกวางฟอลโลว์สีขาว และกวางฟอลโลว์ธรรมดา รวมทั้งแอนทีโลปจากแอฟริกาและอินเดียเช่น เกรตเตอร์คูดู ,อีแลนด์ และแบล็คบั๊ค

ส่วนที่ 2 สวนหมี (Beer section) เป็นส่วนจัดแสดงของหมีควายหรือหมีดำเอเชีย

ส่วนที่ 3 สวนเสือ (Tiger section) เป็นส่วนจัดแสดงของเสือโคร่งเบงกอล

ส่วนที่ 4 สวนสิงโต (Lion section) เป็นส่วนจัดแสดงของสิงโตแอฟริกา

ส่วนที่ 5 สวนเสือชีตาห์ (Cheetah section) เป็นส่วนจัดแสดงของเสือชีตาห์

ส่วนที่ 6 สวนสัตว์ขนาดใหญ่ (Big animals sction 1) เป็นส่วนจัดแสดงของสัตว์กินพืชขนาดใหญ่อย่าง กวางม้าหรือกวางป่า ,นกกระทุงและนกกาบบัว ,ควายป่าไบซัน ,กวางดาว ,เนื้อทราย ,นกอีมู และสัตว์ชนิดอื่นๆ

ส่วนที่ 7 สวนสัตว์ขนาดใหญ่ (Big animals section 2) เป็นส่วนจัดแสดงของสัตวกินพืชเช่นกันเช่น ยีราฟโซมาลี ,ม้าลาย ,นกกระจอกเทศ,อูฐโหนกเดียว,ลามะ ,นกฟลามิงโก้ เป็นต้น

มาที่โซนแรก โซนกวาง

เมื่อเข้ามา เราจะได้เจอกวาง เยอะมากมาย

ผมผ่านมาที่โซนที่สอง เจ้าหมี ก็เดินออกมาทักทาย อย่างเป็นกันเอง


มาถึงโซนที่ 3 โซนเสือ ภายในจะมีเสือ ให้เราชมอยุ่หลายตัว 



โซนที่4 สิงโต สำหรับใครที่อยากเจอเจ้าป่า ผมว่าโซนนี้จะเป็นโซนที่น่าตื่นเต้นที่สุด เพราะจะเห็นสิงโต เดินผ่านไปผ่านมารอบรถ กันหลายตัวเลยทีเดียว

ส่วนที่ 5 สวนเสือชีตาห์ (Cheetah section) เป็นส่วนจัดแสดงของเสือชีตาห์ สำหรับโซนนี้จะทำให้ผม เห็นเสือชีตาห์  เจ้าแห่งความเร็วที่น่าเกรงขาม สีหน้าของเจ้าเสือชีตาห์นั้นดู มีลึกลับ และทรงพลังจริงๆ

ผมขอตัดมามุม ที่ น่าตื่นตาตื่นใจ สวนสัตว์แห่งนี้ก็คือ มุมยีราฟนั้นเอง เมื่อเข้ามาที่แห่งนี้ เจ้ายีราฟคอยาว ต่างเอาหัวยื่นเข้ามาทักทาย หากถ้าใครมีอาหาร ที่ได้ซื้อมา ก็สามารถยื่นให้เจ้ายีราฟทานกันได้ 
ภายในกรงยังมีเจ้าตัวนี้ด้วย น่ารักเลยทีเดียว


สำหรับส่วน โซนนี้ เราจะได้เห็นสัตว์นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นนกกระจอกเทศ ม้าลาย ยีราฟ ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นโซนนึง ที่ หลายๆ คนรวมทั้งเด็กๆ ชอบเลยทีเดียว

ถัดจาก การดูสัตว์ต่างๆ ในแต่ละโซนแล้ว ก็จะเข้าสู่ช่วงการแสดง โชว์แรกคือการโชว์ จระเข้ 

ซึ่งการแสดงชุดนี้ ทำเอา ใจหายใจคว่ำไปเลยทีเดียว เพราะมีทั้งเสียงงับ ของจระเข้ ดังลั่น

ซึ่งการแสดง จะมีทั้งเอาหัวเข้าไปในปากจระเข้ เอาปากไปจูม รวมถึงนำมือเข้าไป ซึ่งถ้าหากพลาดนิดเดียว อาจจะ สูญเสียอวัยวะไปได้ 


จากการแสดง จระเข้ ก็ไปต่อที่การแสดงของช้างแสนรู้ การแสดงสุดน่ารักของเจ้าช้างน้อย ที่มาพร้อมกับความสามารถมากมาย

ทั้งโชว์ห่วง ตีกอล์ฟ และการละเล่นต่างๆ ก็ทำออกมาได้ ดีเลยทีเดียว  แม้จะเป็นการแสดงสั้นๆก็ตาม แต่ก็ได้ใจ ผู้ชม มากมาย


สุดท้าย การเดินทางของผมจบลง ใน 2 วัน1คืน การเดินทาง ที่ทำให้รู้ว่า กาญ มีเรื่องเราดีดีมากมาย และยังคงมี ที่เที่ยวสวยๆอีกมากมาย ที่ให้เราได้เดินทาง ไปเที่ยว ไม่แปลกหาก กาญจนบุรี จะมีคน ต่างแวะเวียนมาเที่ยวไม่ขาดสาย และผมหวังว่า เพื่อนๆ จะได้มีโอกาส มาเที่ยวยัง จังหวัดนี้กันนะครับ