มกราคม 2016

ในวันสิ้นปี หลายๆคน ต่างเลือกเส้นทางการเดินทาง ของแต่ละคนไว้หลากหลาย
เส้นทาง แต่ละที่ ต่างก็มีเรื่องราวมากมาย ให้เราออกไปค้น ออกไปหา เช่นกัน ปีนี้เส้นทางที่ผมเลือก

มันอาจจะเป็นจังหวัดเล็กๆ จังหวัดหนึ่งภาคเหนือ ที่หลายๆคน แทบจะไม่เคยมาสัมผัส จังหวัดนี้เลย

การเดินทาง ครั้งนี้ของผม มันคงเกิดจากการที่ผม อยากออกไปสัมผัส จังหวัดที่คน ไม่ค่อยไป จังหวัดนี้ จังหวัด พะเยา 

ติดตามแฟนเพจ www.facebook.com/yhibklong

ติดตามรีวิว www.yhibklong.com

สอบถามเพิ่มเติมการท่องเที่ยวเชียงรายพะเยา ได้ที่ ททท สำนักงานเชียงราย-พะเยา 053 717434


ตี สาม ในเวลาที่หลายๆคน นอนหลับอย่างสบาย เสียงล้อรถคันเล็กๆ ที่เตรียมของกินเต็มคันพร้อมกระเป๋า หนึ่งใบ ออกเดินทางไปยังจังหวัดพะเยา เสียงเพลงเบาๆ พร้อมเนื้อร้องที่ผมฮัมเพลงไปตลอด ทาง เสียงเพลงทำเอาผมหลงลืมช่วงเวลาไป เสียเลย แสงถนนจากที่มืดก็กลายเป็น แสงสีทองของวันใหม่ แสงที่ส่องแสงขึ้นมาสว่างไปรอบๆตัว แสงที่ทำเอาเช้าวันนี้ ผมพบว่า การเห็นพระอาทิตย์ขึ้นระหว่าง การขับรถระหว่างทาง มันช่างสวยงามเหลือเกิน

เวลาผ่านไปไม่นาน ผมก็ถึงจุดหมายแรก ที่พะเยา ...วัดอนาลโยทิพยาราม





วัดอนาลโยทิพยาราม ตั้งอยู่บนดอยบุษราคัมห่างจากตัวจังหวัด 20 กม วัดแห่งนี้สำหรับผม ช่างเป็นวัดที่ใหญ่ โตและสวยงามเหลือเกิน 



แค่แรกเข้ามาที่วัดแห่งนี้ ความงดงามของรอบๆวัดก็ทำเอาผม ได้แต่ยืนมอง ความสวยงามอยู่นานหลายนาที








ประหนึ่งผมได้ตกอยู่ใน ภวังค์ ในที่แห่งนี้เสียแล้ว ความสวยงาม ความสงบ ของวัดอนาลโยทิพยาราม ทำให้ ผมรู้สึกว่าการเดินทาง ของผมที่นานแสนนานมันได้หายไปหมดเสียสิ้น กลับกลายเป็นความเสียดาย เสียดายที่ผม มายังที่แห่งนี้ได้ช้าไป 













ถ้าเราเดินเข้ามายังด้านใน ยังมี จุดที่น่าสนใจอีกหลากหลายจุด เช่น วิหารพระพุทธชินราช พระพุทธรูปปางนาคปรก หอพระเงิน




และที่สำคัญ ยังมี จุดชมวิว ที่สามารถ มองไปเห็นยัง กว๊านพะเยาได้ อีกด้วย









ช่วงเย็นผมกลับมา ยังที่พัก เก็บกระเป๋า และพักเอาแรง ก่อนจะถึงเวลาช่วงเย็น ที่ผมจะไปยัง
วัดติโลกอาราม วัดที่อยู่กลางน้ำ ที่กว๊านพะเยา สำหรับค่าเรือ ไปกลับ ตกคนละ 30บาท ระหว่างทางเราจะได้พบ กับวิว ของกว๊านพะเยายามเย็นที่สวยงาม 






ผมรอเรือไม่นานนัก เรือน้อยๆ ของผมก็ ค่อยๆ ลอยล่องออกจากฝั่ง การเดินทางโดยทางเรือที่มีคุณลุง ที่คอยพายเรือ อยู่ด้านหลัง




ระหว่างทาง เสียงคุณลุงก็ ดังขึ้น พร้อมเรื่องเล่า เกี่ยวกับ วัดแห่งนี้และกว๊านพะเยา เรื่องเล่าของคุณลุงชวนฟัง มากมาย ผมหันกลับไปมองพระอาทิตย์อีกครั้ง พระอาทิตย์สีทอง เริ่มจะค่อยๆ ลดแสง อากาศที่หนาวเย็น ค่อยๆ เข้าเอาความหนาวมาวนรอบตัว เสียงของคุณลุงก็ยัง คงเล่าไปเรื่อยๆ การเล่าเรื่องที่มาพร้อมกับวิวที่สวยงาม ทำเอา ผมมีแต่รอยยิ้ม




แสงยามเย็น ที่ ที่มาพร้อมกับแสงไฟที่ วัดติโลกอาราม 










ธรรมชาติ กับการเดินทางที่ ช้าๆ จากการล่องเรือ มันทำให้ ผมได้เห็น ได้คิดอะไรมากมาย ได้เห็นแสงสวยๆ วิวดีดี ได้นานขึ้น สำหรับผม เพียงแค่ ไม่กี่ชั่วโมงที่พะเยา ก็ทำให้ ผม พูดได้ว่ารัก เสียแล้ว




เรือลำน้อยค่อยๆ เทียบท่า แสงไฟยามเย็นที่ทำเอา วัดแห่งนี้ สวยงามมากขึ้น ผมหยิบธูปเทียน ที่เตรียมมา ค่อยๆก้มลงกราบ คำขอพรของผม คงไม่ได้มากมายอะไร เพียงขอให้ชีวิตมีความสุขและได้เที่ยวมากขึ้น







เช้า วันที่สอง


ตัวผมตื่นขึ้นมาพร้อมเสียง นาฬิกาปลุกที่ผมตั้งไว้ นาฬิกาปลุกที่ส่งเสียงดังราวๆ ตี5ครึ่ง 


เสียง ปลุก ของนาฬิกา ที่ดังขึ้น มาเป็นระยะ จนทำให้ผมตื่นจากความหลับใหล แต่งตัวแล้วพร้อมเดินทาง


เช้านี้จุดหมายปลายทาง ของผม อยู่ที่ 


อุทยานแห่งชาติแม่ปืม 


อากาศที่หนาวเย็นยามเช้า เสียงของนกที่ส่งเสียงร้องดังไปรอบๆ








ผมได้แต่มองไปรอบๆ พร้อมกับความหนาวเย็น ความงามและเงียบสงบของ อุทยานแห่งชาติ แห่งนี้ ทำเอาเช้านี้ของผม เต็มไปด้วยความสวยงาม








ผมรอจนแสงหมดไป เช้านี้ที่อุทยานแม่ปืม ยังส่งอากาศดีดี ท่ามกลางป่า เขา ให้ผมได้สูดอากาศได้เต็มปอด ก่อนที่จะอำลากลับเข้าไปยังเมืองพะเยา








ผมกลับมาที่โรงแรม อาบน้ำ ทานข้าว และมาที่ จุดหมาย ในวันที่สองของผม จุดหมายนี้ เป็น ที่วัดลี ทำไม ถึงเลือกที่จะมาวัดลี เพราะ ผมได้อ่านมาว่า ที่พิพิธภัณฑ์เวียงพยาว ของวัดลี ได้เก็บรวบรวม เรื่องเล่าของเมืองพะเยา และของเก่าต่างๆ มากมาย ให้เราได้มาอ่านและชมกันได้ ความรู้มากมาย










ที่พิพิธภัณฑ์เวียงพยาว มี เรื่องราวมากมาย ต่างถูกเก็บ รวบรวมไว้ ถึง 2ชั้น ให้เราเข้าไป เยี่ยมชมได้ ที่นี่ไม่อนุญาติให้ถ่ายรูปนะครับ พอดีทางผมได้ขอ ถ่ายเพื่อนำมาลง เพียงแค่ 1 รูปเท่านั้น




นอกจาก พิพิธภัณฑ์เวียงพยาว แล้ว ที่ วัดลี ยังมี จุดน่าสนใจอีกหลาย จุด ถ้าเพือ่นๆ มาที่พะเยา ผมอยากให้ ลองมาเที่ยวชม วัดลี ครับ จะได้ข้อมูล มากมายเลยทีเดียว










ตกกลางวัน ผม ไปชิมร้านส้มตำ ติดปาก ร้านส้มตำนี้เป็นร้าน อร่อย ระดับต้นๆของเมืองนี้เลย สำหรับผม ผมว่าความอร่อยลงตัวและรสชาติดีเลยทีเดียว











เมื่อทานอาหารเสร็จ ผม ก็มาไหว้พระที่พระธาตุจอมทอง เป็นวัดที่อยู่ใกล้ๆ วัดลี พระธาตุจอมทองตั้งอยู่บนดอยจอมทอง ผมมาไหว้ขอพร ที่พระธาตุจอมทองผมใช้เวลาไม่นานนัก






จากพระธาตุจอมทอง ผมมาต่อที่วัดประจำจังหวัด วัดศรีโคมคำ วันศรีโคมคำ นี้ ถ้าหากใครมาที่พะเยาแล้วไม่ได้มา กราบไหว้ขอพรยังวัดศรีโคมคำแห่งนี้แล้ว ผม ถือว่า ยังไม่ได้มา จังหวัดพะเยาเลยก็ว่าได้






ทริปพะเยานี้ ทำให้ผมรู้ได้ว่า วัดที่จังหวัดพะเยา นั้นมีความสวยงามมากๆ และยัง มีประวัติ อันยาวนาน เหลือเกิน 






ตกเย็น ผม ยืมจักรยาน ที่ โรงแรม KM ที่โรงแรม KM แห่งนี้มีบริการให้ยืมจักรยานฟรี สามารถเลือกได้ ว่าจะชอบแบบไหน สำหรับผม ผมเลือกแบบมีตะกร้า จะได้ใส่ของแล้วปั่นไปได้ อย่างไม่กังวล









ผมใช้เวลาไม่นาน ก็ มาถึง ยังบริเวณ กว๊านพะเยา ... เสียงเด็กที่ส่งเสียง เล่นกันอย่างสนุกสนาน เสียงพ่อแม่ ลูกที่ ชักชวนกันมาเดินเล่น เสียงเพื่อนๆ ที่มากันเป็นกลุ่มสนุกสนาน 


บรรยากาศ ที่แสนดี ท่ามกลางเรื่อง เล่า ที่ผ่านเสียงหัวเราะมากมาย และ มีความสุข กันตลอดเส้นทางการปั่น รอๆ กว๊านพะเยาแห่งนี้ 




แสงพระอาทิตย์ที่กำลังตกลง ตรงกลางกว๊านพะเยา แสงที่ทำให้ ผมได้เห็นความสวยงามอีกมุมหนึ่งของกว๊านพะเยา ที่น้อยคนจะได้เห็น ได้รู้จัก ณ ที่แห่งนี้ 









เสียงเครื่องยนต์บนท้องฟ้า ทำเอาผมต้องเงยมองตาตาม เสียงเครื่องบินพารามอเตอร์ ที่บิน บนท้องฟ้า ผมได้แต่คิดว่า ภาพที่ เค้าเห็น คงจะสวยกว่าผมเป็นแน่แท้ เพราะได้เห็นวิว ด้านบน ที่ ลับขอบฟ้ายามเย็น





ผมปั่นจักรยานไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้คิดเรื่องอื่นใด ได้แต่ ปั่นไปพร้อม มองแสงด้านข้างไปเรือ่ยๆ ก่อนที่แสงที่สวยจะอำลาไป ผม หยุดลงตรงด้านหน้า เพื่อมาสัการะบูชา ที่ อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ยังมีตำนานเล่าว่า พ่อขุนงำเมืองเป็นผู้ทรงอิทธิฤทธิ์กล่าวกันว่าเมื่อพระองค์เสด็จไปทางไหน แดดก็บ่อฮ้อน ฝนก็บ่อฮำ จักให้แดดก็แดดจักให้บดก็บด จึงได้พระนามว่างำเมือง 








ผมปั่นจักรยาน ไปวนไปวนมาเรื่อยๆ อากาศที่เย็นสบาย วนมาสัมผัส ตัวผม ผมกลับปล่อยตัวผมให้ล่องลอยไปกับ ธรรมชาติ ของพะเยาแห่งนี้ 








แสงธรรมชาติ ที่ทำเอาผมได้แต่ ตกตะลึงในความงาม แสงสีที่เหมือนมีคนวาดภาพอยู่บนฟ้า ได้วาดสีออกมาได้ สวย งาม ให้คนในวันนั้นได้ชม 



หากวันนี้ เปรียบ พะเยา สำหรับผม คงไม่ใช่แค่เมืองทางผ่านเหมือนเดิมอีกแล้ว 








กลับกลายเป็นเมืองที่ ต้องมาเยือน ซักครั้ง เลยทีเดียว เมืองพะเยา ยังคงมีอีกหลายที่ ที่ผมยังไม่ได้ไป และผมคาดหวังว่าจะกลับมา เดินทางอีกหลายที่ในจังหวัดนี้



การมาพะเยา ครั้งนี้ ทำให้ผมได้รู้ว่า กว๊านพะเยา นั้น สวยงามมากกว่า ภาพถ่ายที่ผมเคยเห็นมาสวยงามกว่าคำบอกเล่าของใครต่อใคร หาก เป็นไปได้ ผมคงอยากให้คุณมาสัมผัส ด้วยตัวเอง 




สรุปค่าใช้จ่าย


น้ำมัน 750 บาท


วันแรก 


เช้า ก๋วยเตี๋ยวไก่ 36 บาท


กลางวัน ก๋วยเตี๋ยวเป็ด 65 บาท


เย็น ข้าวเย็นอาหารตามสั่ง 140 บาท


ค่าเรือ 30 บาท


วันที่สอง 


เช้า อาหารเช้าฟรี โรงแรม


กลางวัน ส้มตำ 79บาท


เย็น ข้าวเย็นอาหารตามสั่ง 166 บาท


ค่าโรงแรม 2 คืน 750 บาท (หารกะเพื่อน 2คน)


ค่าอื่นๆ 180 บาท


รวม 2200 บาท 


แล้วพบกันใหม่ กับรีวิวหน้านะครับ ฝาก หยิบกล้องไปท่องโลกด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

สอบถามเพิ่มเติมการท่องเที่ยวเชียงรายพะเยา ได้ที่ ททท สำนักงานเชียงราย-พะเยา 053 717434










สำหรับปีนี้ งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2559 ครั้งที่ 36 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 13 – 17 มกราคม 2559 เวลา 12.00 – 22.00 น. ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร

วันแรกของงานเปิดผมได้มีโอกาส ไปสัมผัสงานใหญ่ อีกงานนึงของเมืองไทย เป็นงานที่ผมเชื่อเหลือเกินว่า งานนี้งานเดียวจะทำให้เพื่อนๆ รู้จักเมืองไทยได้อีกหลายมุม




การเดินทางมาที่งานไม่ยากครับ ถ้าใครเน้นสะดวก ก็มาทางรถไฟใต้ดินก็ได้ครับ ให้มาลงสถานีสีลมให้เดินมาออกทางออก 1 พอขึ้นมาด้านบนก็ จะถึงหน้างานเลยครับ

ถ้ามาทางรถเมล์ มีหลายสายให้เลือกขึ้น ทั้งสาย 4, 13, 14A, 15, 29, 45, 47, 50, 62, 67, 76, 77, 89, 505





ผมเดินเข้างานมาอย่างไม่รีบเร่ง ได้พบได้เจอได้เห็น แสงไฟที่ประดับเต็มไปทั่วทั้งทางเดิน แสงไฟที่ทำเอา หลายๆคนหยุด ชื่นชมกับความงดงาม




ภายในงาน ประกอบไปด้วย 4 โซนหลักๆ ได้แก่

1. โซน กิจกรรมนิทรรศการ โซนนี้จะแบ่ง เป็น 3 ส่วน ย่อย 

- โซนนิทรรศการการท่องเที่ยวไทย 


- โซน 12 เมืองต้องห้ามพลาดพลัส ( 24 เมือง )


- โซน “เขาเล่าว่า” ( 24 เรื่อง 24 เมือง )


2. โซน 5 ภูมิภาคท่องเที่ยว

2.1 ภาคเหนือ ภายใต้ Theme “เหนือฝันล้านแรงบันดาลใจ”

2.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายใต้ Theme “แซบนัว”


2.3 ภาคกลาง ภายใต้ Theme “สุขกลางใจใกล้แค่เอื้อม”


2.4 ภาคใต้ ภายใต้ Theme “ปักษ์ใต้…ปักหมุดหยุดเวลา”


2.5 ภาคตะวันออก ภายใต้ Theme “สีสันตะวันออก”

3. โซน ของดีชุมชน 50 เขตกทม.


4. โซนเวทีใหญ่



เข้ามา ตามทางเรื่อยๆ ก็จะเจอน้องสุขใจออกมาทักทาย ด้วยความน่ารักของน้องสุขใจ ผมไม่แปลกใจเลยที่มีผู้คนหยุดมาขอถ่ายรูป กับ น้องสุขใจมากมาย








การมาเที่ยว งาน "เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2559" นอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังได้ ชมการแสดงต่างๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงพืิ้นบ้านของแต่ละภูมิภาคของไทย ที่ เราจะได้เห็นจาก หลายๆเวทีในสวนลุมแห่งนี้



การเดินวนรอบๆ อยู่ในงานนี้ ผมไม่รู้ตัวว่าเวลาผมหายไปตอนไหน ราวกับว่า เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน อาจจะเป็นเพราะความสนุก ความงาม และ ข้อมูลที่น่าสนใจต่างๆของงานนี้ มันทำให้ ผมสนุก และมีรอยยิ้ม กับ ทุกสิ่งจนหลงลืมเวลาไปเสียเลย









เพื่อนๆ ชอบการแสดง จากเวทีไหน ก็สามารถ นั่ง การแสดงต่างๆได้ทั่วงาน ฟรี อีกต่างหาก






ผมเดินไป ซักพักนึง กลิ่นหอมของอาหารก็ลอยเข้ามา เสียงท้องร้อง ที่ดังเอาตามกลิ่นเสียง ผมเดินไปตามกลิ่นอย่างไม่รอช้า จนพบกับ โซนอาหาร ที่จัดมาเต็มเหลือเกิน อาหารมากมาย หลายภูมิภาค อาหารที่ คัดมาจากร้านอรอ่ยๆ มากมาย










ผมไม่แปลกใจ เลย ว่า จะมีคน ต่อคิวซื้อ ขนม ซื้ออาหารกันอย่างมากมาย แม่ค้าพ่อค้าที่แต่งชุดไทย ทำให้ งานนี้ย้อนเหมือนกลับไปในสมัยก่อน 


รอยยิ้ม ที่ หลายๆคนต่างไม่รู้จักกัน เดินเข้ามาแนะนำขนม กันมากมาย


รอยยิ้ม ของพ่อค้าแม่ค้า ที่ ส่งให้ผม และคนอื่นๆตลอด แม้จะไม่ได้ไปอุดหนุน ก็ตาม


รอยยิ้ม ที่เชิญให้ผมไปชิมอาหารมากมาย ระหว่างทางเดิน

ผมรู้สึกว่า ที่นี่ไม่แค่ที่ขาย ของ เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นที่ รวบรวมรอยยิ้มมากมาย




ที่งาน ยังมีหนังสือแจก ให้เราฟรีอีกมากมาย หนังสือที่ทำให้เรารู้จัก เส้นทางของเมืองไทย ที่น่าสนใจอีกหลายเส้นทาง




หากใครอยากย้อนวัย ต้องมาดูหนังเก่าๆ ที่มาพร้อมรอบฉายให้เราเลือกชม หนังเก่าชื่อดัง ที่ปัจจุบัน แค่หาดูยังยากแล้ว แต่ งานนี้นำให้ฉายให้เราดูฟรี อีกต่างหาก








แม้ ค่ำคืนนี้จะดึกแค่ไหน การแสดงต่างๆ ก็ มีการแสดงต่อไปเรื่อยๆไม่หยุด ได้เห็นน้องๆคนรุ่นใหม่ที่กล้าแสดงออก ได้เห็นน้องๆที่นำการแสดงมาให้เราชม ได้เห็นน้องๆ ทีทุ่มเทกายใจ ผมได้แต่ขอบคุณ และตบมือ ให้เมือ การแสดงจบ และได้ขอบคุณที่ทำให้ งานเพียงไม่กี่วัน มีสีสรรขึ้น ตลอดงาน




อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ คือจุด การแสดง โชว์หนังตะลุง




เป็นการแสดงโชว์สดๆ ที่ถ่ายทอด ศิลปะการแสดงประจำท้องถิ่นอย่างหนึ่งของภาคใต้ 




การร้องเพลงเป็นภาษาใต้ คำพูดภาษาใต้ทีร้องเพลง ผูกร้อยเป็นเรื่องราว ที่น่าสนใจ แม้ผมจะหยุดชมไม่นาน แต่ ก็ทำให้ ผมหลงใหลไปกับ เสน่ห์ ของการแสดงนี้ไปเสียแล้ว




รอบๆนอกจาก การแสดงหลายๆ จุดแล้ว ยังมี จุดให้เดินถ่ายรูปกันมากมาย








แต่ละจุดนอกจากเราจะ ได้ถ่ายรูปแล้ว ยังมี ข้อมูล ต่างๆให้เราได้อ่านอีกมากมาย




เนื่องจากงานมีขนาดใหญ่ ถ้าใครเดินไม่ไหว ภายในงานยังมีจุดบริการรถ ให้นั่งไปแต่ละจุดฟรีอีกด้วย เรียกว่า งานนี้ สบายเลยทีเดียว





ผมว่า งาน นี้ ยังมีอะไรอีกมากมาย ผมคงจะเสียดาย ถ้าผมไม่ได้มางานนี้ 





สุดท้ายผม คงต้องขอบ คุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ส่งเสริมให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อ เกิดการกระจายรายได้ในประเทศ รวมถึงสร้างการรับรู้ความเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ แต่ละภูมิภาคทั้งในด้านวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของท้องถิ่น อันจะนำไปสู่ความเข้าใจและการตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น รวมถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวด้านวิชาการ และเผยแพร่ผลงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 


และทำให้งานนี้ออกมาได้อย่างดีมากๆ หากเป็นได้ผมอยากจะเชิญชวนเพื่อนๆ มาเที่ยวยังงานแห่งนี้กันนะครับ จะทำให้เพื่อนๆ ได้เห็นพบการแสดงที่สวยงาม และข้อมูลอีกมากมาย และได้พบศิลปินนักร้องอีกหลายคน ที่จะมาให้ความบันเทิงอีกด้วย