ตุลาคม 2015
สวัสดีค่า เดือนที่สองของปีผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว หน้าหนาวอยู่กับเราแค่ไม่นานจริงๆนะคะ เดี๋ยวอากาศก็ร้อนจับใจอีกแล้ว ตอนนี้รู้สึกคิดถึงอากาศเย็นๆ ไอหมอก ไอหนาว อย่างบอกไม่ถูก psstory จึงนึกถึงที่นี่และอยากรีวิวให้ทุกท่านชมกันค่ะ วันนี้จะพาทุกคนแอ่วเหนือกันอีกครั้ง ขับรถลัดเลาะ ฟันผ่า ถึง 1800 กว่าโค้ง ถึงจะเดินทางมาที่นี่ได้ ที่นี่มีชื่อว่า ลีไวน์รักไทยรีสอร์ท บ้านดินสไตล์จีนยูนาน ท่ามกลางไร่ชา นั่นเองค่ะ จะสวยงามขนาดไหน เตรียมตัวรับชมในรีวิวนี้พร้อมกันนะคะ


ก่อนอื่น ขอฝากอีกหนึ่งช่องทางในการร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์การท่องเที่ยว บ้านหลังเล็กๆอีกหนึ่งหลังของ ps story ด้วยจ้า 


จะรับชมในแบบ mini video กับ psstory channel ก็มีนะจ้า







เริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ อิ้มเดินทางด้วยเครื่องบิน จากสนามบินดอนเมือง ถึง สนามบินเชียงใหม่ เพื่อเดิน ทางต่อไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน จากสนามบิน อิ้มเลือกเดินทางต่อโดยใช้รถเช่า จากสนามบินเชียงใหม่ไปค่ะ และแน่นอน ครั้งนี้อิ้มเลือกใช้บริการรถเช่า จาก avis rent car บริการรถเช่าอันดับต้นๆของเมืองไทย เค้าท์เตอร์โดดเด่นเป็นสง่าด้วยสีแดง มองเห็นง่าย ชัดเจน ค๊าาา




มาเซ็นเอกสารที่เคาเตอร์สักครู่ รอประมาณ 10 นาที ก็ออกไปรับรถด้านนอกค่ะ




จากนั้นตรวจสภาพรถเล็กน้อย ก่อนเดินทาง




เรียบร้อยแล้วก็เตรียมตัว ออกสตาร์ท กันเลยค๊าา


การเดินทางไป จะมีอยู่หลากหลายเส้นทางนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางยอดฮิต ขับรถง่ายหน่อยก็คือ เส้นทางหลวงหมายเลข 107 และ 1095 ผ่าน อ.แม่ริม อ.แม่แตง อ.ปาย อ.ปางมะผ้า จากตรงนี้เป็นเส้นทางสุดโรแมนติก โดยผ่าน 1,864 โค้ง ก็จะถึงแม่ฮ่องสอนค่ะ แต่ครั้งนี้อิ้มเลือกใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 และ 1263 เส้นทางนี้จะผ่าน อ.จอมทอง อ.ฮอด อ.แม่แจ่ม อ.แม่สะเรียง อ. แม่ลาน้อย อ.ขุนยวม เพื่อผ่านไปยังบ้านรักไทยซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง จากตรงนี้ จะฝ่าฟัน 2,070 โค้ง ค่ะ สาเหตุที่เลือกเส้นทางนี้เพราะวันที่สองอิ้มจะพักที่ปาย จะได้ไปทางกลับทาง แต่หารู้ไม่ว่าเส้นทางนี้ใช้เวลานานมาก ถึง 6 ชั่วโมง แต่ก็คุ้มนะคะเพราะตลอดเส้นทางมีจุดชมวิวที่สวยงาม และธรรมชาติจริงๆ มาชมแผนที่การเดินทางสักเล็กน้อยนะคะ


จุดหมายของอิ้ม อยู่บนสุดซ้ายมือค่ะ




หลังจากที่เดินทางผ่าน 2,070 โค้ง มาแล้วจะบอกว่าไม่เมาโค้งเลย ดีใจมากค่า 55555 ตอนแรกเตรียมตัวมึนหัวก่อนเลย พอเดินทางมาถึงเช็คอินด้านล่างก่อน แล้วนำรถขึ้นมาจอดด้านบน ภาพที่เห็นทำเอา หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ




ลีไวน์รีสอร์ทรักไทย บ้านดินสไตล์จีนยูนาน ท่ามกลางไร่ชา แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่บ้านรักไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดินแดนที่สุดแสนจะโรแมนติก และเงียบสงบ เหมาะกับการไปพักผ่อนบำบัดร่างกายและจิตใจที่แสนจะเหนื่อยล้าจากการทำงาน “ลีไวน์รักไทยรีสอร์ท” แห่งนี้ เป็นรีสอร์ทบ้านดินที่สร้างขึ้นจากแรงบันดาลใจของเจ้าของรีสอร์ท ที่ต้องการทำไร่ชาเก่าให้กลายเป็นบ้านพักกลางไร่ชา ในบรรยากาศคล้ายลักษณะบ้านแบบจีนยูนนานโดยรีสอร์ทเลือกใช้ดินสร้างบ้านพักเพื่อรักษาอุณหภูมิให้ผู้มาเยือนไม่หนาวมากในฤดูหนาว และไม่ร้อนมากในฤดูร้อน เรียกว่า เป็นคุณสมบัติที่สุดแสนพิเศษของบ้านดินที่นี่เลยค่ะ






บ้านพักที่นี่มีหลายแบบ ต้อนรับนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ 1 คน หรือจะมาเป็นคู่รัก และ เพลิดเพลิน กับครอบครัวใหญ่ ที่นี่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ที่สำคัญคือราคาห้องพัก เริ่มต้นไม่แพงนัก ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,500 บาท รวมอาหารเช้า อิ้มเดินทางมากันสามคน บ้านหลังเล็กเต็ม จึงต้องพักบ้านหลังใหญ่ ชื่อบ้าน หอมหมื่นลี้ ค่ะ บ้านหอมหมื่นลี้หลังที่อิ้มพัก แบ่งเป็นสัดส่วน ด้านขวาสุดและซ้ายสุดเป็นห้องนอนและมีห้องน้ำทั้งสองฝั่ง ตรงกลางเป็นห้องนั่งเล่น เล็กๆ ด้านนอกมีชานระเบียง และโต๊ะไม้






ภายในสะอาดมากๆๆ ค่ะ แต่ๆๆ อิ้มไม่ได้ถ่ายรูปภายในมาให้ชมนะคะ เนื่องจากพอไปถึง ก็ หิวแสบไส้มาก รีบวางข้าวของและลงมาทานอาหารของทางรีสอร์ท รู้ตัวอีกที ห้องก็เละซะแล้วค่ะ 5555 ผ่านเรื่องห้องไป เดี๋ยวอิ้มจะพามาทานอาหารของทางรีสอร์ทกันจ้า


ร้านอาหารที่นี่ ตั้งอยู่ติดกับทะเลสาบเล็กๆ ในฤดูหนาว จะมีไอหมอก พัดผ่าน โรแมนติกทีเดียวค่ะ แต่การมาครั้งนี้ อิ้มเจอกับฝน ตลอดแทบจะไม่มีแดดเลย จึงได้รูปไม่สวยเท่าที่ควร นะคะ


สิ่งที่โดดเด่นอีก 1 เรื่อง คือเรื่องอาหาร ที่นี่มีร้านอาหารของตัวรีสอร์ทเองเปิดบริการตั้งแต่ในช่วงเช้า ถึงช่วงค่ำ เมนูส่วนมากจะเป็นอาหารจีนยูนาน เมนูอาหารจีนยูนนาน ที่นี่มีชื่อไม่น้อย และแน่นอน ที่เด็ดของที่นี่ก็เห็นจะเป็น ขาหมูทานคู่กับหมั่นโถวร้อนๆ เห็ดหอมซีอิ๊ว หมูพันปี และอีกหลายเมนูที่พร้อมเสิร์ฟให้ลองลิ้มชิมรส นอกจากนั้น ยังมีร้านกาแฟเก๋ไก๋ นั่งที่ร้านกาแฟแห่งนี้สามารถมองวิวทิวทัศน์สวยงาม มองเห็นดินแดนแห่งรักไทย ที่สุดแสนจะเงียบสงบ เหมาะกับการ พักผ่อนมากๆ




เดี๋ยวเรา มาเข้าเรื่องอาหารกันต่อค่ะ ที่นี่จะมีเมนูอาหารมีทั้งเป็นชุด และอาหารตามเมนู ราคา ถือว่าสูงไปสักนิด แต่ๆๆๆ เมื่อได้เห็นอาหารจะบอกว่า คุ้ม และควรค่า มากเลยค่ะ เพราะว่าอาหารจานใหญ่มากกก สั่งมาทานไม่หมด 5555 เหลือเยอะมาก อิ้มจึงขอให้เค้าเก็บ เอาไว้อุ่นทานตอนมื้อค่ำได้อีกด้วยค่ะ


จานแรก เป็น หมูพันปี ด้านบนเป็นเนื้อหมูชั้นดีหั่นบางๆ หมักเครื่องเทศ รสชาติ ออกเผ็ดนิดๆ หอมเครื่องเทศ ด้านใน เต็มไปด้วยผักดอง ของโปรดเลยค่ะ




เมนู สุด ฮิต ขาหมู ยูนนาน ทานคู่กับหมั่นโถวร้อนๆ เข้ากั๊น เข้ากัน




จานต่อมา ยำใบชาค่ะ




จานสุดท้าย นี่สั่งสองรอง รสชาติถูกปาก เห็ดหอมอบซีอี๊ว จานนี้อร่อยมากๆค่ะ




อาหารที่นี่รสชาติโดยรวม ถือว่าใช้ได้ สำหรับบางคน อาจจะไม่ถูกปาก สักเท่าไหร่ เพราะรสชาติอาจจะจืดไปสักนิด แต่สำหรับอิ้ม พอทานได้จ้า อีกนิด สำหรับการทานอาหารที่นี่ทุกมื้อ จะมีชายอดน้ำค้างเสิร์ฟให้ฟรีๆ อีกด้วยค่ะ


หลังจากเต็มอิ่มกันแล้ว ใกล้เวลาค่ำลงไปทุกที เวลาแห่งความสุข ใกล้จะหมดอีกแล้วค่ะ




พักผ่อนกันตามอัธยาศัย เตรียมตัวกลับขึ้นที่พักในช่วงเวลาค่ำ อากาศที่หนาวเย็นตลอดปี ในที่พักไม่มีเครื่องปรับอากาศ แต่อากาศภายนอกนั้น ให้ความเย็นสบายเหมือนเราเปิดแอร์ทิ้งไว้เลยค่ะ






ยามเช้าตื่นสายเล็กน้อย เพราะอากาศเย็นสบายมาก แทบไม่อยากลุกจากเตียงเลยค่ะ ประกอบกับช่วงกลางคืนฝนด้วย นอนเพลิน เลยค๊าา :D




ช่วงเช้าตื่นมาถ้าอากาศเป็นใจ คุณจะได้เห็นไอหมอก ลอยพ้นบนน้ำ แต่ถึงอากาศจะไม่เป็นใจ วิวด้านหน้าสายตาก็ทำให้หลงใหลไม่น้อย




เดี๋ยวเราไปทานอาหารเช้ากันค่ะ




เช้านี้ทางรีสอร์ท เสิร์ฟข้าวต้ม อุ่นๆ ทานคู่กันกับชายอดน้ำค้าง นั่งทานอาหารเช้า ข้าวต้มร้อนๆ จิบชาเบาๆ ไม่อยากจะละสายตาไปทางไหนเลยค่ะ








อิ่มท้องกันแล้ว เดินชมบรรยากาศรอบๆอีกนิดนะคะ








ถึงแม้ไม่ได้เจอหมอก ครั้งนี้ก็ไม่เสียใจเลยค่ะ เพราะภาพที่อยู่ตรงหน้า ก็สวยงามมากพออยู่แล้ว










ได้เวลาเดินทางกลับแล้วค่ะ ชมบรรยากาศบ้านดินอีกสักเล็กน้อยๆ




ด้านขวาสุดเป็นบ้านหลังใหญ่ สำหรับผู้ที่เดินทางมาหลายๆท่าน














ถึงแม้ทริปนี้ จะมีเวลาเพียง 2 วัน 1 คืน อาจจะดูน้อยไปหน่อย แต่ก็สามารถเติมเต็มความสุขและความ ประทับใจได้อย่างเต็มเปี่ยม ได้เวลาเดินทางกลับ ได้แต่บอกหัวใจตัวเองว่า จะกลับมาอักครั้งนะ ลีไวน์รีสอร์ท รักไทย






สุดท้ายมาสรุป ข้อดีและข้อเสียของที่นี่กันค่ะ


ข้อดี


1 วิวสวย บรรยากาศ อากาศดีมากๆ


2 ภายในห้องพักสะอาด


3 ราคาประหยัด


ข้อเสีย


1 อยู่ห่างจากถนนใหญ่ค่อนข้างไกล เดินทางกลางคืนอาจจะไม่สะดวก


2. เส้นทาง ค่อนข้างอันตราย ขับรถด้วยความระมัดระวังด้วยนะคะ


3. อาหารเช้า น้อยไปนิดค่ะ


ช่องทางการติดต่อ รีสอร์ท


ที่อยู่ : 3 หมู่ 6 บ้านรักไทย ตำบลหมอกจำแป๋ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58000


GPS : 19.585490, 97.942313


เบอร์ติดต่อ : 08 9552 9650, 08 9950 0955, 08 9262 1335




การเดินทางครั้งนี้ยังไม่จบนะคะ รีวิวหน้า psstory จะพาทุกท่านเข้าไปเที่ยวที่ปาย กันต่อ


การเดินทางแต่ละครั้ง อาจจะยากเย็นและลำบาก บางครั้งใช้เวลานาน จนเราแทบถอดใจ แต่ทุกๆครั้งเมื่อไปถึงที่หมาย ปลายทางนั้นย่อมสวยงาม กว่าที่คิดไว้เสมอ ขอบคุณ avis rent car สำหรับการเดินทางในทริปนี้นะคะ




ก่อนรีวิวนี้จะจบลง ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามจนมาถึงบรรทัดนี้ ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ ขอบคุณทุกไลค์ ขอบคุณทุกแชร์ เป็นกำลังใจที่ดีในการทำรีวิวมากเลยค่ะ ถ้าชอบก็ฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยค่ะ พบกันใหม่ในรีวิวหน้า สวัสดีค่ะ




ติดตามผลงานและแรงบันดาลใจเรื่องสุขภาพและไลฟสไตล์เพิ่มเติมได้ที่ 


กายไหวใจพร้อม เที่ยวได้ไม่สะดุด

นางสาวเอ พนักงานออฟฟิศ อ่านรีวิวที่เที่ยวในพันทิปทุกวัน เก็บหอมรอมริบ เพื่อทริปในฝัน ขยันทำงาน เก็บโควต้าวันหยุดไว้สำหรับท่องเที่ยว เมื่อถึงเวลาได้เที่ยวสมใจอยาก แต่สังขารเจ้ากรรมกลับไม่สบายซะงั้น ทั้งท้องผูก ท้องเสีย เป็นไข้ อาหารไม่ย่อย ไม่มีแรง อ่อนเพลีย เห้ย! แล้วที่แพลนมาเป็นปีๆ เวลาและเงินที่อุตส่าห์ทุ่มไปกับทริปนี้ล่ะ

อย่าให้เรื่องสุขภาพมากวนใจขาเที่ยว ใส่ใจซักนิด จะได้เต็มที่กับการเที่ยวไปในโลกกว้าง  

เพราะระบบร่างกายเราซับซ้อนกว่าที่ตาเห็นมากค่ะ แค่ส่องกระจกดูใครจะรู้ว่าข้างในซ่อนความเจ็บป่วยอะไรไว้ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ป่วยซะแล้ว แล้วทีนี้จะเอาแรงที่ไหนมาทำกิจกรรมล้านแปดที่ตัวเองแพลนไว้ แถมดีไม่ดี เป็นตัวถ่วงเพื่อนร่วมทริปซะอีก เพราะเมื่อออกทริปหลายคนมักมองข้ามเรื่องสุขภาพ เพราะมัวแต่คิดว่าจะเที่ยวที่ไหน บริหารงบยังไง ซึ่งก็ไม่แปลก แต่ถ้าจะให้เที่ยวแบบเต็มที่ไม่สะดุด มาดูทริคดีๆกันหน่อยดีกว่า

เรื่องแรกที่ข้ามไปไม่ได้เลยคือเรื่องกิน โดยเฉพาะสายเที่ยวที่รักการกินเตรียมเฮได้เลยสำหรับทิปส์ข้อแรก

กินแป้งเข้าไปอย่าได้กลัว...
เพราะคาร์โบไฮเดรตเป็นกลุ่มอาหารที่ให้พลังงานที่จำเป็นต่อสมองและระบบต่างๆของร่างกาย ทำให้นางสาวเอของเรามีแรงป่ายปีนและทำกิจกรรมต่างๆได้โดยไม่รู้สึกล้า สมองแล่นปรู้ดปร้าด ท้องไม่ผูก ปากไม่เหม็น เหน็บชาไม่ถามหา ใครที่ควบคุมน้ำหนักอยู่ ขอให้ลืมความเชื่อเก่ากึ้กอย่างกินแป้งแล้วอ้วนไปได้เลยนะคะ เพราะถ้ากินไม่เกิน จะเอาที่ไหนมาอ้วนล่ะ จริงมะ
กินคาร์บแบบไหนดี : ควรเป็นคาร์บที่ได้จากพืชและผ่านการแปรรูปน้อย เช่น ข้าว จากขนมปังไม่ขัดสี หรือจะขัดสีก็ยังไม่แย่ หลีกเลี่ยงการบริโภคคาร์โบไฮเดรตหในจำนวนมหาศาลและหลีกเลี่ยงการบริโภคคาร์โบไฮเดรตจำพวกฟรุกโตสที่ดูดซึมเร็วเช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม ขนมหวานต่างๆ ส่วนเค้กต่างๆยังอนุโลมทานได้ซักชิ้นสองชิ้นต่อวันไม่ถือว่าแย่ค่ะ ก็เราไปท่องเที่ยวเพื่อชิมอยู่แล้วนี่คะ ส่วนอาหารหลักหากต้องทานพาสต้า เส้นก๋วยเตี๋ยวต่างๆก็แนะนำว่าให้ทานจานเดียวต่อมื้อก็ถือว่าพอเพียงกับความต้องการของร่างกายแล้วค่ะ อย่าเบิ้ลล่ะ

พกลูกอมดื่มน้ำเกลือแร่
ในบางทริปที่ตารางการเที่ยวแน่นเอี้ยดจนบางทีก็ไม่ได้กินข้าว ซึ่งการที่ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารจะทำให้อ่อนเพลีย ง่วง ไม่มีแรง หรือในบางคนอาจทำให้ความดันต่ำอาจวูบได้ แนะนำให้พกลูกอมไว้ค่ะ เพื่อช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้ในกรณีต้องการความเร่งด่วน ทำให้เรามีแรงและสดชื่นขึ้น หรือใช้การดื่มน้ำเกลือแร่ก็จะช่วยได้เช่นกันค่ะ แต่เที่ยวเสร็จแล้วก็ต้องไปทานอาหารตามปกตินะคะ กินลูกอมมากไปเดี๋ยวจะกลมกลับมาเมืองไทยได้นะเธอ






ดื่มน้ำ
เพื่อป้องกันการขาดน้ำซึ่งจะส่งผลทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ท้องผูก ดีไม่ดีไข้ต่างๆและหวัดอาจมาเคาะประตูโรงแรมถามหาเราเป็นแน่ แอดมินแนะนำแบบสวยๆมาตรฐานทั่วไปคือ ควรดื่มประมาณ 2 ลิตรต่อวัน ซึ่งนักท่องเที่ยวอย่างเราควรพกขวดน้ำขนาดเล็ก (500-600 ml.)ไว้ตลอด วันนึงดื่มให้ครบ 4 ขวด โดยแบ่งดื่มไปเรื่อยๆนะคะ มีเทคนิคดื่มน้ำให้ได้ตามที่เราต้องการสำหรับคนที่ไม่ชอบดื่มน้ำหรือชอบลืม นั่นคือ ให้ยกดื่มชั่วโมงละ 1/2 ของขวดก็จะทำให้เราดื่มน้ำได้ในปริมาณที่ต้องการ


อิ่มปุ๊บวางช้อนปั๊บ
ระวังเรื่องอิ่มมากไปจนกระเพาะอาหารไม่ย่อยนะคะ ถ้าเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่นะเธอ รับรองว่าเที่ยวไม่สนุกแน่นอน เพราะจะปวดท้อง จุก เสียด เกิดกรดเกินในกระเพาะ เสียเวลาต้องทานยาลดกรดอีก เดินเหินก็ลำบาก ทำอะไรก็ไม่ได้เต็มที่ เที่ยวไม่สนุก และนอกจากนั้นการทานแต่พอดีนั้น เราจะได้ไม่ต้องมาลำบากลดน้ำหนักเมื่อจบทริปอีกด้วย


ยา
พกยาไปด้วยเผื่อกรณีฉุกเฉิน เพราะสถานการณ์ในต่างบ้านต่างเมืองเราไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และเมื่อถึงสถานที่ๆเราไม่คุ้นเคย เราไม่อาจทราบถึงสถานที่ขายยาหรือบางทีอาจไม่รู้ว่าร้านขายยาที่ใกล้ที่สุดนั้น  อาจอยู่ห่างไปหลายกิโลก็เป็นได้ หรือบางครั้งในบางประเทศที่มีข้อจำกัดในการจ่ายยาแม้จะเป็นชนิดยาที่บ้านเราหาได้ง่ายตามร้านยาหมอตี๋ แต่ในบางประเทศกลับกลายเป็นของยากไปเลย เช่น การจ่ายยาแก้อักเสบในมาเลย์เซียที่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์เท่านั้น หรือจะเป็นเรื่องของราคายาในบางประเทศที่มีราคาแพง ส่วนยาที่ควรจะพกไปเอง ได้แก่ ยากแก้ปวด ยาลดไข้ ยากแก้แพ้ ยาแก้อาหารไม่ย่อย พลาสเตอร์ปิดแผล แอลกอฮอลล์ขวดเล็กๆ เบตาดีน กันไว้ดีกว่าโนะ กินเนื้อที่ในกระเป๋าไม่เยอะแต่พอถึงเวลา มันจะช่วยได้เยอะเลยแหละ


ตรวจร่างกาย
อาการป่วยบางอย่างเป็นดั่งเพชรฆาตเงียบ และอาจรุนแรงถึงชีวิตหากไม่รู้จักการป้องกัน เช่น โรคหัวใจ หลอดเลือดในสมองตีบ ไม่ได้แช่งนะคะ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะคนที่เราเห็นในกระจกทุกวัน อาจซ่อนอาการป่วยอะไรไว้ก็ได้ หากได้รู้ล่วงหน้าเราจะได้ประเมินสถานการณ์และแพลนทริปของเราให้เหมาะสมกับขีดจำกัดทางร่างกายของเราด้วย ดังนั้นถ้ามีโอกาสไปตรวจเชคสุขภาพจะดีมากค่ะ การที่ได้รู้ก่อนเราจะได้เตรียมตัวไว้ ไม่ว่าจะหยูกยาประจำตัวหรือการปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้


รองเท้า
เนื่องจากรองเท้าผ้าใบถูกผลิตมาเพื่อสรีระของเท้าอย่างแท้จริง จึงสามารถทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกและน้ำหนักตัวได้ดี ทำให้เท้าและขาของเราทำกิจกรรมได้ยาวนานขึ้น และยังเป็นการหลีกเลี่ยงการปวดเท้าได้พอสมควรด้วยค่ะ ควรเลือกรองเท้าผ้าใบที่มีน้ำหนักเบา พื้นไม่หนาและหนัก ส่วนใครกลัวจะไม่แมชกับชุดที่เตรียมไป ลองหาผ้าใบสีพื้นๆอย่างสีขาวหรือสีอ่อนๆ ไม่ก็สีดำไปเลย จะช่วยให้การแต่งตัวง่ายขึ้นได้ค่ะ


เรื่องง่ายใกล้ตัวใครก็ทำได้ เพื่อร่างกายที่พร้อม แค่นี้นางสาวเอก็เที่ยวได้ถึงไหนถึงกัน คุ้มค่ากับทั้งเวลาทั้งเงินที่จะใช้ไปกับการออกท่องโลก ดังนั้นเรามาดูแลตัวเองกันนะคะ

หมายเหตุ : อาการเจ็บป่วยต่างจะยังเกิดขึ้นได้ในทุกกรณีนะคะ แอดมินไม่ได้บอกว่าทิปส์ต่างๆคือวิธีป้องกันหรือรักษาโรคนะคะ หากแต่เป็นตัวช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีสมดุลมากขึ้นเท่านั้น

ติดตามผลงานและแรงบันดาลใจเรื่องสุขภาพและไลฟสไตล์เพิ่มเติมได้ที่ 
Facebook : idontmindhappy
Website : www.idontmindhappy.com

ขอขอบคุณภาพจาก : pixabay.com และ freepix.com
เวลา สำหรับใครหลายๆคน ย่อมมีค่ามีความหมายไม่เหมือนกัน บางครั้งเราอยากให้เวลาเดินช้าเหลือเกิน และบางครั้งเช่นกัน เราก็อยากให้เวลานั้น เดินเร็วได้ไหม ...เช่นกัน สำหรับ ทริปคราวนี้ ผมกลับอยากให้เวลาเดินช้า อีกซักครั้ง 


การเดินทางมาที่นี่ ผมได้รับคำเชิญ จากโรงแรม Royal Orchid Sheraton Hotel ที่ สี่พระยา ให้มา ลอง cocktail ริมแม่น้ำ กับมาลิ้มลองรสชาติ บุฟเฟ่ต์ ซีฟู้ด สุดคุ้มที่ Royal Orchid Sheraton Hotel 


 การเดินทางมาที่นี่ ยังคงเป็นครั้งแรกของผม การเยี่ยมชมครั้งนี้ ผมมีโอกาสได้ขึ้นไปชมห้องพัก ของโรงแรม ความสะอาดของพรม หมอนที่นิ่มนุ่ม เตียงที่จัดอย่างดี สมเป็น โรงแรมระดับ5ดาว 


ผมก้าวไปอย่างช้าๆที่ริมหน้าต่าง มือน้อยๆค่อยๆเลื่อนม่านออกทีละนิดทีละนิด ภาพวิวสวยๆ เต็มๆตา ค่อยๆโผล่ออกมาจากหลังม่าน ความสวยของแม่น้ำสายใหญ่ของเมืองกรุง ความงดงามที่ผมไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็น เหมือนราวผมตกไปที่มนต์สะกดบางอย่าง


ผมลงมาเดินเล่นที่สวนด้านล่าง ธรรมชาติ มุมเล็กๆ สำหรับคนที่ อยากลงมานั่งเล่น แบบสบายๆ หญ้านุ่มๆ สามารถพาเด็กๆลงมาวิ่งเล่น กันสนุกสนาน ถัดไปไม่ไกลยังมีสระน้ำขนาดใหญ่ มีสนามเทนนิส และฟิตเนส รองรับให้คนมาเล่นกัน 






ช่วงเวลา ที่รอคอยก็มาถึง ช่วงเวลา Happy Hour : Buy 1 Get 1 สำหรับดริงค์เมนูไหนก็ได้ เมื่อซื้อ1แก้ว  จะได้ฟรี อีก1แก้วทันที่ในราคาที่เท่ากัน หรือต่ำกว่า เท่าที่ผมดูราคา จะอยู่แก้วละ 300บาท ถ้าเราซื้อ 300บาทจะได้สองแก้ว ตกแก้วละ150เอง สำหรับ ผม ผมมองว่าคุ้มมากๆครับ ได้ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ริมแม่น้ำ 







เครื่องดื่มเย็นๆ ที่มีรสชาติหอมหวน บางแก้วมีรสซ่อนเปี้ยว รอหลายๆคนมาลิ้มลอง

ของว่างที่มีให้ ทานโดยไม่คิดเงิน จะเพิ่มเติมมากแค่ไหนก็ได้ ขนมพร้อมดริ้งค์ มันพาผมเข้าสู่ความสุขอย่างบอกไม่ถูก


ความสุขในวันหยุด หลายๆครั้งผมพยายามเฝ้ามองหา ที่พักใจ ที่พักสมอง พยายามเดินหา ที่ๆเงียบๆ อยากอยู่กับเวลาและตัวเอง อยู่หลากหลายที่ สุดท้ายคงได้แต่ขอบคุณคำเชิญ ครั้งที่ ที่ทำให้ผม พบความสุข ในราคาไม่แพง แต่สิ่งที่ได้ กลับ คุ้มมากมาย 


เสียงเรือที่แล่นผ่าน สายน้ำที่กระทบฝั่ง อากาศเบาๆยามเย็น แสงอาทิตย์ที่ กำลังค่อยๆหมดไป ภาพ สองฝั่งคลอง ที่คอยปลอบหัวใจ สายลมที่คอยผ่านมาลูบหัวผมเบาๆ ที่แห่งนี้กำลังเติมพลังที่ผมหายไปนาน ให้เพิ่มขึ้น ทีละน้อยทีละน้อย 


แสงที่ค่อยๆหายไป ความมืด ที่กำลัง เข้ามา แสงสวยยามเย็น พร้อมอากาศดีดี ยังคงหมุนวนอยู่




ความสุขเบาๆ ที่ นั่งมอง เรือที่ประดับแสงสี ผ่านไป ผ่านไป 


แม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นาน ผมกลับ อยากหยุดเวลาเสียจริงๆ นี่ละมั้งที่เค้าบอกความสุข ไม่อยากให้จากไปไหน แต่ คนเรามักจะหยุดเวลาจริงไม่ได้ ผมได้แต่บอกกับตัวเอง พร้อมกับกุมมือกับสายลมและความสุข บอกเพียงแต่ว่า ขอเวลา แค่ไม่กี่นาที ความสุขอยู่กับผมให้นานที่สุด ได้ไหม 


และแล้วก็ถึงเวลา ของความอร่อย บุฟเฟ่ต์ ซีฟู้ด ที่จัดอาหารมาอย่างเต็มที่


หอยนางรมตัวโตที่คัดมาอย่างดี และที่นี่ ยังมีหอยนางรมนำเข้า พร้อมให้ชิมด้วยนะครับ


ใครชอบซีฟู้ด แบบเย็นๆ ก็มีจัดให้เต็มที่ 


ซาม่อลรมควัน พร้อม ให้คุณตักทานได้อย่างเต็มที่ 


แกงต่างๆมีให้เลือกชิม อยู่หลายอย่าง 


เนื้อที่นุ่มแสนนุ่ม มีบริการ ให้พร้อม


ราดหน้าก็ มีให้ ทานนะครับ พร้อมปรุงสดๆ 


ใครชอบ อาหารทะเล ต้องไม่พลาดที่นี่ กุ้ง กั้ง ปู มีพร้อม ชอบตัวไหนเลือกได้เลย แล้วพนักงานจะทำการ ปิ้งย่าง ให้ ทันที ท่านจะได้ ทานอาหาร ซีฟู้ด ร้อนๆ อย่างจุใจ 



กุ้งแม่น้ำ บนจานน้อยๆ กุ้งที่เพียงแค่ บิดหัว มันเหลืองๆไหล พร้อมกลิ่นที่หอมหวน ได้ข้าวสวยร้อนๆ คงไม่ต้องบอกว่า จะอร่อยแค่ไหน 


ของคาวที่ผ่านไป หลายๆคนนึกว่าของหวานคงจะมีให้เลือกทาน ไม่เยอะแต่จริงๆแล้ว เค้าจัดมาให้อย่างเต็มที่ สำหรับผม ถ้าจะให้แนะนำ ขอแนะนำเค้กที่นี่ เพราะเค้กที่นี่ นุ่ม หอม จริงๆ



ใครชอบเมนูฟองดู ก็มีให้เลือก ชิมเหมือนกันนะครับ 


สุดท้าย  ผมก็ ได้มีโอกาสขึ้นไป ชมวิว ด้านบน เพื่อชมแสงไฟกลางคืน แสงของค่ำคืนนี้ช่างสวยงามเหลือเกิน 


กรุงเทพ ใครว่า ไม่สวย สำหรับผม ถ้าเปรียบกรุงเทพเป็นสาว ก็คงเป็นสาวใหญ่ ที่ดูสง่า มีความหรูอยู่ในตัวเอง แม้บางทีเธอจะดุ จะเข้มแค่ไหน แต่ในใจ ก็แอบมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ ขี้อ้อนนิดๆ และพร้อมที่ จะกุมมือผมเวลาหลับ


สำหรับ รีวิวนี้ ผมก็หวังว่า จะเป็นข้อมูล ดีดี อีกข้อมูลหนึ่ง และจะเป็นทางเลือกนึงที่ทำให้เพื่อนใช้เป็นทางเลือกในการหาข้อมูล นะครับ

ข้อดีของที่นี่ 
1 วิวสวย ครับ เพราะวิวที่นี่ดีเลยทีเดียว
2 ดริ้งค์ราคาไม่แพง มีโปรสุดคุ้ม เลยทีเดียว
3 ความสะอาด ถือว่าดีมากๆครับ 
4 พนักงาน ต้อนรับดีมากๆครับ สมกับเป็น โรงแรม5ดาวครับ
5 บุฟเฟ่ต์ จัดอาหารแบบไม่กั๊ก ให้อาหารเต็มที่มากๆครับ

ข้อเสียของที่นี่
1 ราคาที่พักแพง ครับ 
2 ถ้าหมดช่วงเวลาโปร ดริ้งค์อาจจะราคาสูงไปหน่อย
3 ราคาอาหารบุฟเฟต์ อาจจะสูงกว่า ที่อื่นๆ 
4 น้ำจิ้มซีฟู้ด ไม่เผ็ด รสชาติจืดไปครับ
5 ชั้นบนที่ชมวิว ไม่เปิดให้ คนนอกขึ้นไปชมครับ ต้องเป็นแขกที่พัก ชั้นสูงๆเท่านั้นที่จะเข้าไปชมได้