เมษายน 2015





การเดินทางครั้งนี้ ผมไม่รู้ว่ามันเริ่มมาจาก ตอนไหน และเมื่อไหร่ ผมมารู้อีกที กระเป๋าเสื้อผ้า และกล้องถ่ายรูป ของผมก็ถูกจัดลงกระเป๋าใบโตเสียแล้ว การเดินทาง ที่ ไปเรื่อยๆ ไม่รีบเร่ง กับเส้นทางแห่ง ที่เค้าบอกกันว่าต้องใช้ความอึดในการขับรถ เป็นอย่างมาก 

เช้านี้ผมตื่นมา ราวๆ ตี3 กับภารกิจ ขับรถ ตรงสู่ จังหวัดกระบี่ ช่วงเวลาการขับรถช่วงเช้าเป็นไปอย่างสบายๆ การเดินทางคราวนี้ผมไปอย่างไปรีบเร่ง เสียงเพลงบนรถถูกเปิดอย่างเบาๆ ท้องฟ้ายามเช้าเริ่มเปิดออกมาให้เห็นแสงสว่าง เสียงเพลง ท้องฟ้า และท้องถนน สามสิ่งที่ คอยดันให้เรามุ่งหน้าเดินทางอย่าไม่ท้อ
สนใจติดตามเพจ www.faceboo.com/yhibklong


กระบี่เที่ยวต้องมา......ครั้งเดียวไม่เคยพอ





ตกเย็น ผมออกไปหาขนมและของอร่อยที่ถนนคนเดิน ถนนคนเดินที่จังหวัดกระบี่ ยาวมากครับ และความยาวของถนนยังเต็มไปด้วย ขนม อาหารทะเลสดๆ และอีกทั้งเสื้อผ้า หรือแม้แต่เคสมือถือ ที่พ่อค้าแม่ค้าต่างนำมาขายในราคา ถูกแสนถูก ผมจึงไม่แปลกใจว่าทำไม ถนน สายนี้ คนถึงเเน่นเหลือเกิน





ชีวิตคืนแรก กับการมากระบี่ ทำให้รู้ว่าเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ ไม่ได้แพงอย่างที่คิด เริ่มด้วยห้องพัก แบบโฮมสเตย์ใจกลางเมือง (บ้านโชคลาภ)ตกคืนละ250บาท ต่อคืน ผมพัก3วัน ตกอยู่ 700บาท(ราคาลดครับ) สำหรับอาหารมือแรกที่จังหวัดกระบี่ ผมไปซื้อของในตลาดเพื่อมากินกันอย่างเต็มที่ เริ่มต้นด้วยหอยนางรม ตัวใหญ่ยักษ์ ปกติ ที่กทม ตัวละ 50-70บาทต่อตัว แต่ที่กระบี่ ตัวละ20บาท (เริ่ด) ปลาเผา ตัวใหญ่กว่าฝามือ ตัวละ150บาท ปกติ กทม กินแบบนี้230อัพ ยำหมึกไข่ 60 บาท ถ้าไปกินในร้านคงโดนไป120แน่ๆ ยำวุ้นเส้นทะเล 60 บาท ถูกสุดๆ หมูย่างกับลูกชิ้นรสเด็ด 50บาทปิดท้ายด้วย โรตีกรอบ 40บาท เต็มๆถ้วย สรุป ตกมา หารๆกันไม่เกิน150 

ถึงได้ว่า กระบี่ที่เดียวเที่ยวได้ครบเครื่อง จริงๆ







เช้าวันแรกที่กระบี่ เช้าที่ผมเดินทางไปยังอ่าวท่าเลน แต่เช้า เพื่อไปจองคิวพายเรือคายัค ที่นั้น ระหว่างเส้นทางผมมองไปเห็น พระอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น แสงสีแดงที่สาดส่อง หมอกจางๆในฤดูร้อนค่อยๆคืบคลาน ท้องฟ้ายามเช้า พร้อมอากาศที่บริสุทธิ์ ความงามข้างทางที่ทำเอาใจผมหยุดไปชั่วขณะ ไม่แปลกเลยที่ผมจะใช้เวลาจอดรถอยู่ข้างทางซักพัก เพียงเพื่อมองแสงของวันใหม่



เช้านี้ผมเข้าไปจองเรือที่กระบี่ ดิสคัฟเวอรี รีสอร์ท เมื่อเข้าไปทำให้ทราบว่าน้ำทะเล ลงมากไม่สามารถไปพายคายัคได้ในช่วงเช้าแต่จะสามารถไปพายตอนช่วงบ่ายได้ ทำให้ผมต้องไปช่วยบ่ายแทน ส่วนค่าใช้จ่าย ราคา 2คน500บาท แต่ผมมากัน 3คน เลยได้ราคา600บาท เท่านั้น แต่ด้วยเราขอเพิ่มเอาไกด์ไปด้วย เลยเสียเงินเพิ่มอีก 300บาทครับ รวมเป็น900บาท ต่อสามคน หรือเท่ากับคนละ 300บาท ครับ

หลังจากจองเรือแล้ว ผมก็มาทานอาหารเช้าที่ท่าเรืออ่าวท่าเลน อาหารเช้าวันนี้ของผมเป็น ขนมที่เจ้าของร้านทำเองใหม่ๆ กับ ชาร้อนๆ พอทานสองอย่างพร้อมๆกัน มันช่างอร่อยอย่างบอกไม่ถูก



เมื่อทานอิ่ม ผมออกไป นั่งเล่น ชมวิวยามเช้าที่ อ่าวท่าเลน สายลมเย็นๆ ที่พัดมาพร้อมกลิ่นไอทะเล เสียงนกร้องเคล้ากับเสียงคลื่น การนั่งห้อยขาชมวิวทะเล มันช่างมีความสุขเสียเหลือเกิน







สำหรับผมความสุขที่ได้อยู่ตรงนี้ ท่ามกลางความสวยงาม ที่แม้แต่ผมจะถ่ายรูปออกมาให้ดีแค่ไหน ก็ยังมิอาจจะเทียบเท่าตาเห็นได้ ผมได้เพียงแต่นั่งฟังเสียงทะเล ฟังเสียงคลื่น แล้วใช้เวลากับมันไปอย่างช้าๆ 





ระหว่างรอเวลา ผมแวะมาที่ ท่าปอมคลองสองน้ำ เพื่อถ่ายรูปสวยๆ







ทางเข้า ไปด้านในจะมีสะพานทอดยาวที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ สองข้างทาง








ความสวยงามของทะเลและน้ำจืดที่มาผสมรวมกันออกมาเป็นน้ำใสๆ สองสีสวยงาม




ความงามของสายน้ำ ที่ใสจนมองลงไปเห็นยังตัวปลา 




ความร่มรื่นของป่าไม้ ที่ทำให้ ที่ตรงนี้ สวยงามกว่าที่ใดๆ ข้อดีอีกข้อหนึ่งของทีท่าปอม ก็คือ ห้ามลงไปเล่นน้ำ บริเวณนี้ เพราะหาก ลงไปเล่นอาจจะเผลอไปเหยียบ หรือลงไปทำลาย รากไม้ ทำให้ต้นไม้ตายได้ 

คงเป็น เพราะการห้ามแบบนี้ เลยทำให้ ธรรมชาติยังคงอยู่ และสวยเสมอ








ผมค่อยๆเดินไปอย่างเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน ค่อยๆ ซึบซับ กับความสวยงามทีละน้อยทีละน้อย









สำหรับที่ ท่าปอมคลองสองน้ำ ยังคงเป็นธรรมชาติที่สุขสงบ และเหมาะสำหรับคนรักการพจญภัยต้องการหา กิจกรรมแปลกใหม่ ผมอยากแนะนำให้มาเที่ยวที่ท่าปอมคลองสองน้ำแห่งนี้ ผมเชื่อว่าคุณจะหลงรักที่นี่อย่างแน่นอน








เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักก็ถึงเวลาที่ ผมต้องไปพายเรือคายัคเสียแล้ว เรือคายัคลำใหญ่ของผมถูกนำมาวางไว้ เพื่อเตรียมพร้อม ออกเดินทางอย่างเต็มที่








แสงแดดอ่อนๆ พร้อมกับสายลมที่คอยพัดพา คลื่นที่สงบนิ่งหมายราวทำให้การเคลื่อนตัวของเรือไปได้อย่างสบายๆ เสียงฝีพายที่คอยจุ่มน้ำเป็นจังหวะ ทำให้การเคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็ว











วิวเขาที่อยู่ด้านหน้าพร้อมทำให้ผมตื่นตาตื่นใจเสมอ การพายเรือไปเรื่อยๆ พร้อมหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายมันไม่ง่ายเลย แต่หากด้วย ความสวยของรอบๆ มันก็ทำให้ผมจำเป็นต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายตลอดเวลา












เพียงเวลาไม่นาน ผมมาถึงจุดพักแรก ก่อนที่จะเข้าไปยังป่าชายเลน 








การพักเพียงไม่นาน มันกลับเติมพลังให้ผมอย่างบอกไม่ถูก พลังที่พร้อมจะก้าวไปต่อยังจุดหมายที่สวยงามด้านหน้า ป่าชายเลน นั้นเอง








ไกด์ เดินมาบอกผม ว่าพร้อมหรือยัง คำตอบที่ผมได้บอกออกไปอย่างไม่คิด คือ พร้อม !!

เสียงลากเรือลงน้ำ การประจำตำแหน่งถูกจัดวางอย่างเดิม เสียงฝีพายค่อยๆดังขึ้นมา พร้อมพายออกจากจุดพัก ไม่นานนัก ก็มายังป่าชายเลนขนาดใหญ่ เสียงลิงที่ร้องดัง แมลงและนกต่างพากันร้องเป็นระยะ ความร่มรื่นของต้นไม้สลับกับเขา ภาพตรงหน้าของผม มันเป็นความสวยงามที่หาดูได้ยากเสียเหลือเกินจากที่อื่นๆ 












ความเหนื่อยที่หายไป มันหายไปตอนไหนผมไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีผมได้แต่ปล่อยกายปล่อยใจไปกับ เค้าเสียแล้ว เค้าที่นี่ไม่ใช่ใคร แต่เป็นภาพที่สวยงามที่อยู่เบื้องหน้า 












ภาพที่ทำเอาผมตกอยู่ใน มนต์สะกดเสียแล้ว หากวันนี้รูปที่ผมถ่าย มันได้ซักเพียงครึ่งหนึ่งของที่ผมเห็นวันนั้นได้ ก็คงจะดี เพื่อนๆคงจะได้เห็นความสวยงามที่ อยู่ในมนต์สะกดนั้นเป็นเช่นไร หากจะบอกเล่ามันก็เป็นเพียง การที่ พายเรือไป แล้วมีภูเขาที่ใหญ่สวยงาม โอบกอดเราไป ตลอดการเดินทาง ไม่ว่ามองไปทางไหน ทางไหน ก็ มิอาจจะหนีจากมนต์นี้ไปได้เสีย ผมได้แต่พายเรือไปพร้อมรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ผมหมายจะบอกคนอื่นๆว่ามีความสุขมากมายเพียงใด 





คงได้แต่ขอบคุณท้องฟ้า ท้องทะเล และต้นไม้ ที่ ก่อให้เกิดสถานที่สวยๆ แบบนี้ ผมไม่แปลกใจเลย ว่าทำไม คนจากหลากหลายชาติ ต่างเดินทางมาพายเรือยังที่แห่งนี้ เพราะความน่าตื่นเต้น และความงามสองข้างทางนั้นเองคือคำตอบทั้งหมด








แม้เวลา ที่ผมอยู่ มันอาจจะไม่ได้นานมากมายเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ผมได้มามันกลับอย่างบอกไม่ถูก จากการมาแบบไม่ได้คาดหวังอะไร แต่สิ่งได้กลับไปมันช่างมีค่าเสียเหลือเกิน 








หากใครเคยไปแล้ว คงไม่แปลกใจ ว่าทำไม ผมถึงได้หลงรักที่นี่ หากแต่ใครยังไม่ได้ไป ผมอยากให้ลองมาเที่ยวดูนะครับ ไม่ไกลจากตัวเมืองเลย ขอเวลาไม่กี่ชั่วโมง คุณจะได้อะไรใหม่ๆ กับไปอย่างแน่นอน อย่างน้อยๆ ความสุข พร้อมรอยยิ้ม เค้าก็คอยคุณนำเค้ากลับไปเสมอ




สุดท้าย กระบี่ไม่ได้มีดีแค่เกาะเพียงอย่างเดียวนะครับ 




ขอบคุณที่มาชม นะครับ.... หยิบกล้องมาท่องโลก 












สวัสดีค่า เวลาผ่านไปเร็วมาก เผลอแป๊ปเดียวนี่ก็เข้าเดือนที่สี่ของปีกันแล้วนะคะ ขออนุญาตสวัสดีปีใหม่ไทยกับทุกท่านตรงนี้ด้วยนะคะ ตอนนี้หลายท่านคงสนุกกับเทศกาลปีใหม่ไทย หรือวันสงกรานต์ แน่ๆเลย คนเฝ้ากรุงเทพฯ อย่าง psstory คงต้องขอลงรีวิวแก้เหงากันหน่อยคะ และแน่นอน คงต้องไม่พ้นเรื่องกินอีกแน่ๆ อิอิ วันนี้ psstory จะพาไปชิม อาหารกลางวัน สไตล์นิวยอร์คบิสโทร กัน ที่ The St. Regis bangkok แค่เอ่ยชื่อโรงแรม คงไม่ต้องบอกถึงความเหนือระดับแล้วใช่ไหมคะ อย่ารอช้า ตาม psstory ไปชมและชิมพร้อมๆกันเลยค่ะ


ก่อนอื่น ขอฝากอีกหนึ่งช่องทางในการร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์การท่องเที่ยว บ้านหลังเล็กๆอีกหนึ่งหลังของ ps story ด้วยนะคะ https://www.facebook.com/psstorytrip


ฝากช่องทางการติดต่อของโรงแรมด้วยค่ะ






มาดูการเดินทางสักนิดนะคะ ครั้งนี้ psstory เดินทางโดย BTS ซึ่งสะดวกมากๆ ลงสถานีปุ๊ป ก็มีทางเชื่อมเข้าที่โรงแรมได้เลย


( รูปแผนที่ประกอบจากรีวิวพี่เอ็มพักสบาย นะคะ ขอบคุณค่ะ )




พอเข้าถึงด้านใน เลี้ยวซ้ายสักนิด จะเห็นลิฟท์ กดไปที่ชั้น 12 วันนี้เราจะทาน lunch กันที่ห้องอาหาร VIU ซึ่ง ห้องอาหาร VIU แห่งนี้จะให้บริการทั้งมื่อเช้า และ กลางวัน และมื้อค่ำ ซึ่งในช่วงเวลาต่างๆ จะมีความสวยงามแตกต่างกันออกไป วิวจากห้องอาหาร VIU แห่งนี้ สามารถมองเห็นวิวสวยๆจากสนามกอล์ฟราชกรีฑาสโมสร สนามหญ้าสีเขียวมองแล้วผ่อนคลาย ซึ่งวิวแบบนี้ หายากจริงๆ ในโรงแรมภายในกรุงเทพฯ นอกจากนั้นในเวลากลางคืน เราจะได้เห็นวิวอีกแบบหนึ่ง เป็นบรรยากาศกรุงเทพในยามค่ำคืน สวยงามไม่แพ้กัน ถ้า psstory มีโอกาส จะเก็บภาพบรรยากาศในช่วงค่ำคืนมาฝากกันนะคะ มาต่อกันในช่วงเวลา Lunch ของเรากันดีกว่าค่ะ




ความพิเศษของ อาหารกลาง วันนี้ก็คือ ห้องอาหาร VIU แห่งนี้ บริการอาหารกลางวันรูปแบบใหม่เป็นสไตล์ที่เรียกว่า นิวยอร์คบิสโทร พร้อมกับเพิ่มอรรถรสในการทานอาหาร ด้วยการ ชม ขั้นตอนปรุงอาหารแบบใกล้ชิด ผ่านไลฟ์ สเตชั่น เรียกว่า ทำสด ปรุงใหม่ เห็นกันชัดๆเลยค่ะ นอกจากนั้น เราสามารถ ครีเอทเมนูเองได้ เรียกว่า อยากทานอะไร แบบไหน ยังไง ส่วนผสมเอาอะไรใส่บ้าง แค่บอกเชฟ เชฟจัดให้ได้เลยค่ะ หลงรักที่นี่ก็ตรงนี้เล๊ยยย :D เดี๋ยวเรามาสำรวจ ไลน์อาหาร กันสักนิดนะคะ


ไลฟ์ สเตชั่น แรก จะเป็นส่วนของมุมสลลัดบาร์ ผัก ต่างๆ เราสามารถ เลือกชนิด และ ผสมผสาน น้ำสลัดที่เราชอบได้เลย หรือคนชอบอาหารรสจัดจ้าน สามารถ สั่ง เป็น ยำ ก็ได้นะคะ บอกเชฟได้เลยว่าเป็นสไตล์ไหน วันนี้ psstory สั่งยำแซลมอน แบบ thai style และ ceasar salad top ด้วยแซลมอน เดี๋ยวรอชิมนะคะ






มุมต่อเป็น ซูชิและซาชิมิ ใครชอบทานอาหารญี่ปุ่น สั่งเชฟจากตรงนี้ได้เลยค่ะ




มุมต่อมา ขนมปังต่างๆ




สดใหม่จากเตากันเลยทีเดียวเชียวค่ะ




ham และ salami ต่างๆ






มุมต่อมาเป็น ไลฟ์ สเตชั่น ที่เด็ดที่สุดเลยก็ว่าได้ จากตรงนี้ จะมี สเต็กหมูพอร์คชอป ขาแกะ เนื้อสตริปลอยด์ และเมนูต่างๆมากมาย ที่สำคัญ เปลี่ยนไปทุกวันไม่มีซ้ำและจำเจ นอกจากนั้นยังมี การ์แตง ผักโขมอบชีส ให้เลือกทาน และเราสามารถ สั่งเมนูพาสต้า หรือ สปาเกตตี้ ราดซอสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โบโลเนส คาโบนาร่า ซีฟู้ดเพลโต้ หรือจะครีเอทขึ้นเองก็สามารถบอกเชฟได้เลยค่ะ




ต่อมาเป็นส่วนของ อาหาร ซีฟู้ด ปิ้งย่าง คนรักซีฟู้ด น่าจะถูกใจคร่า :D






เสียดาย ปลาหมึก ตัวเล็กไปสักนิด




นอกจากนี้ยังมี มุมอาหารไทย หลากหลายอย่าง แกงพิ้นบ้าน ให้เลือกทานกันด้วย เดินไปสำรวจก็ไปสั่งเอาไว้เกือบทุก station เลย จะทานหมดไหมนี่ 5555 มาชม station สุดท้าย เป็น bakery ต่างๆ ซึ่งขนมหวานที่นี่ก็ลือชื่ออยู่ไม่น้อยเลยนะคะ หน้าสวยงามน่าทานทุกอย่างเชียวค่ะ










สำรวจเสร็จเรียบแล้ว ได้เวลา ทานแล้วค่ะ


ดับกระหายด้วย Mocktail หนึ่งใน 3 moctail signature at Viu restaurant


แก้วนี้มีชื่อเรียกสวยๆ ว่า Viu Rose Lemanades ราคา 180++


แก้วนี้หอมกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ ดื่มแล้วสดชื่นทีเดียวค่ะ




มาเริ่มกันเลยค่ะ สั่งยำแซลมอนมา ยังไม่ทันได้ถ่าย คนข้างๆ แอบทานหมด น่าเสียใจ TT มาดูในส่วนของซูชิดีกว่าค่ะ






จัดเต็มอย่างจุใจ




มาต่อกันที่ Ceasar salad top ด้วยแซลมอนค่าา






ต่อมาติดๆ ด้วยจานนี้เลยค่ะ Capellini seafood with black pepper sauce


จานนี้ของพี่ชายซึ่งครีเอทขึ้นเองค่ะ




แอบชิมของพี่ชาย จานนี้อร่อยมากๆเลยค่า :D






มาถึงจานหลักกันแล้ว










เริ่มอิ่มแล้วค่า แต่ที่สั่งมายังไม่หมด นะคะ จานนี้ seafood mix grills ซึ่งเชฟ ให้คำนิยามจานนี้ว่า


“บางแสน” ฟังแล้ว นึกถึงทะเลจริงๆเลยค่า เชฟอารมณ์ดีสุดๆ 555555




จานคู่กับน้ำจิ้มแจ่วก็แซ่บไม่เบา








มาถึงของหวาน เป็นเมนูปิดท้ายแล้วค่ะ




ทานอิ่มแล้ว เดี๋ยวแอบไปชมห้อง พักสักนิดนะคะ




หรู หรา ตาม สไตล์ st. regis




เต็มอิ่มกับมื้อกลางวันกับการเปิดประสบการณ์เหนือระดับกับมื้อกลางวันสไตล์นิวยอร์คบิสโทรที่ The St. Regis bangkok A Luxury 5-Star Hotel In Bangkok กันแล้ว น่าจะถูกใจ ใครหลายๆคนนะคะ


สุดท้ายมาสรุป ข้อดีและข้อเสียของที่นี่กันค่ะ


ข้อดี


1 อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า เดินทางสะดวกสบาย


2 อาหารแปลกใหม่ อยากทานแบบไหนสามารถบอกเชฟได้เลยค่ะ รู้สึกสนุกสนานกับการทานอาหาร


ข้อนี้ถูกใจมากค่ะ


3 เชฟเป็นกันเองและน่ารักมากๆ


4 . อาหารรสชาติดีค่ะ


ข้อเสีย


1 ไลน์อาหารอาจจะดูน้อยไปสักนิด แต่บางอย่างสามารถสอบถามเชฟได้ เลยค่ะ


2 ไม่มีไลน์อาหารทะเลสด


มื้อกลางวันสุดพิเศษแบบนี้ มีบริการวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 12.00 น – 14.30 น ในราคา 795 ++ ต่อท่าน (ราคานี้รวมเครื่องดื่มเป็นชาและกาแฟ )


(ราคาอาหารดังกล่าวยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและเซอร์วิสชาร์จ)


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ THE ST. REGIS โทร 02 207 7777


E-mail : fb.bangkok@stregis.com




ขอฝากข่าวประชาสัมพันธ์กันสักนิดค่ะ


เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ขอเชิญชวนคู่รักร่วมงาน เดอะ เซนต์ รีจิส เวดดิ้ง แฟร์ (The St. Regis Wedding Fair) ในวันที่ 25 เมษายน ตั้งแต่เวลา 10.00น. ถึง 20.00น. ณ แอสเตอร์ บอลรูม ชั้น 14


สัมผัสบรรยากาศงานวิวาห์ เดอะ เซนต์ รีจิส เวดดิ้ง แฟร์ ณ แอสเตอร์ บอลรูม เผยทัศนียภาพอันงดงามของกรุงเทพฯ และสนามกอล์ฟราชกรีฑาสโมสรจากมุมสูง เนรมิตรพื้นที่เสมือนงานวิวาห์ในรูปแบบต่างๆให้คุณได้ชม ตกแต่งอย่างสวยงาม ประดับด้วยดอกไม้ พร้อมตัวอย่างอาหารและเค้กสำหรับงานแต่งงานรังสรรค์โดยเชฟผู้เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ ชมชุดวิวาห์หรูออกแบบเพื่อคู่บ่าวสาว เครื่องประดับ ภาพถ่ายงานแต่งงานโดยช่างภาพมืออาชีพ พร้อมพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานแต่งงานที่ให้คำปรึกษาวางแผนงานของคุณให้เป็นจริง เพื่อให้วันพิเศษของคุณเป็นวันที่น่าจดจำและน่าประทับใจ


ไฮไลท์ในงานนี้ ได้เนรมิตพื้นที่ เสมือนงานวิวาห์แห่งความฝันรายล้อมด้วยไฟประดับประดาและของตกแต่งล้ำสมัยที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งความคลาสสิค เสมือนหยุดเวลาไว้ให้เป็นความทรงจำที่สวยงามตลอดกาล โดยทีมงานมืออาชีพจาก GLITZ เพลิดเพลินกับมุมจัดดิสเพลย์จากร้านชั้นนำต่างๆ อาทิ ร้านชุดแต่งงาน ร้านของชำร่วยและบัตรเชิญ ร้านเครื่องประดับ และกิจกรรมในงาน อาทิ ประเพณีการเปิดแชมเปญด้วยดาบ ชวนคุณตื่นตาตื่นใจไปกับบัฟเฟต์น้ำชายามบ่าย โดยเชฟ ฐิติพงษ์ สวนบ่อแร่ เชฟขนมหวานแห่งเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ได้รังสรรค์นานาเมนู อาทิ เค้กขนาดใหญ่ ขนมอบกลิ่นหอมอบอวล มินิคัพเค้กหลากรส มาการูนสีหวาน ช็อกโกแลต จิบกาแฟหอมกรุ่นหรือชารสเลิศ


เพิ่มอรรถรสด้วยการชมโชว์ชุดวิวาห์และชุดพิธีการหรือชุดประเพณีกว่า 30 เซ็ตจากห้องเสื้อชื่อดัง Sol and gravite, Anya เครื่องประดับจาก ZAHIRA และ รองเท้า Jimmy Choo ปิดท้ายด้วยดนตรีอันไพเราะ สร้างสุนทรียรสของการจิบชายามบ่ายของคุณให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น นอกจากนี้บรรดาแขกที่มาร่วมงานได้รับข้อเสนอแพ็คเกจวิวหาร์แล้ว ท่านที่จองแพ็กเกจภายในงานสามารถรับสิทธิพิเศษสำหรับฮันนีมูนห้องพักหรูพร้อมอาหารเช้าจากโรงแรมในเครือสตาร์วูด โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท 14 แห่ง ทั้งในและต่างประเทศมากมาย


สำหรับคู่รักที่จองงานแต่งงานภายในงาน เวดดิ้ง แฟร์นี้ ทางโรงแรมฯ ยังมีข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับงานแต่งงาน อาทิ


· รับสิทธิพิเศษจากร้านต่างๆ ภายในงาน พร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 15%


· ห้องรอยัลสวีท 1 คืน ที่โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ในคืนวิวาห์ สำหรับคู่แต่งงานที่ได้รับคัดเลือกภายในงาน


· ลุ้นรางวัลห้องพักหรูที่โรงแรมในเครือสตาร์วูดในทวีปเอเชีย


· พบผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานมากกว่า 16 ร้านชื่อดังทั่วกรุงเทพฯ ที่พร้อมเนรมิตงานแต่งงานในฝันของคุณให้เป็นจริง


· ชมแฟชั่นโชว์ชุดวิวาห์จากห้องเสื้อชั้นนำ และดีไซเนอร์จากแบรนด์ดังทั้งในและต่างประเทศ นำเสนอโดย กูรูแฟชั่นและ สไตลิสแถวหน้าของเมืองไทย


· บริการจัดทาวเวอร์แชมเปญ และโชว์การเปิดแชมเปญด้วยดาบในงานวิวาห์


· เพลิดเพลินไปกับหลากหลายตัวอย่างเมนูอาหารที่จัดไว้ให้ลิ้มลอง เพื่อให้งานแต่งงานของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น


· สปาทรีทเม้นต์สำหรับคู่แต่งงาน เพื่อให้คุณผ่อนคลายแบบเหนือระดับโดยผู้เชี่ยวชาญจากเอเลมิสสปา


· พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานแต่งงานจากโรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ เพื่อให้คำปรึกษาทุกรายละเอียดกับคุณ


· พิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตกรุงศรี รับสิทธิ์เฉลิมฉลองสำหรับคู่แต่งงานด้วย ห้องพักสุดพิเศษ และมื้อค่ำสุดหรู ณ ห้องอาหารของโรงแรม


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อที่ ฝ่ายจัดเลี้ยง เดอะ เซนต์ รีจีส กรุงเทพฯ โทร 02 207 7777 อีเมล์ events.bangkok@stregis.com เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.stregis.com/bangkok




ก่อนรีวิวนี้จะจบลง ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามจนมาถึงบรรทัดนี้ ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ ขอบคุณทุกไลค์ ขอบคุณทุกแชร์ เป็นกำลังใจที่ดีในการทำรีวิวมากเลยค่ะ ถ้าชอบก็ฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยค่ะ พบกันใหม่ในรีวิวหน้า สวัสดีค่ะ