มีนาคม 2015
ปีใหม่เพิ่งผ่านไป ไวเหมือนโกหก ยังไมได้ทำอะไรเลย แป๋บเดียวเวลาก็ผ่านล่วงเลยไปย่างเข้าเดือนที่ 4 แล้ว หน้าหนาวเพิ่งผ่านไปยังไม่ค่อยจะได้สัมผัสอากาสหนาวสักเท่าไหร่ เข้าหน้าร้อนอีกแล้ว ซึ่งประเทศไทยก็รู้ๆกันอยู่ว่าร้อนแค่ไหน ถึงขั้นอยากจะนอนแช่อยู่ในน้ำตลอดเวลาเลย 555 และเเล้วคราวนี้เลยได้มีโอกาสเดินทางไปพักผ่อนที่หัวหิน ให้เหมาะกับหน้าร้อนอย่างนี้ซะหน่อยเลยอยากจะรีวิวสถานที่ของการไปพักครั้งนี้เพื่อเอามาฝากเพื่อนๆค่ะ


ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า หัวหินเพื่อนๆหลายคนคงจะเคยไปกันหมดแล้วคงไม่ต้องแนะนำเส้นทางการเดินทางอะไรมากมายเท่าไหร่เนอะ คร่าวๆก็มีการเดินทางไปหัวหินหลายแบบคือ 
1.รถส่วนตัว 
2.รถตู้(สามารถขึ้นได้ที่อนุเสาวรีย์) 
3.หรือใครที่ชิวมากๆหน่อยก็เดินทางโดยรถไฟก็ได้ค่ะ 

โดยครั้งนี้เลือกการเดินทางไปโดยใช้รถส่วนตัวค่ะ โดยใช้เส้นทาง บางแค-เพชรเกษม วิ่งผ่าน สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี แล้วก็ชะอำแล้วก็ถึงหัวหินแล้วค่ะ ใช้เวลาในการขับรถประมาณ 2 ชั่วโมงเองค่ะ หัวหินถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ไกลจากกรุงเทพเลย ครั้งนี้เลือกที่จะไปพักที่ The sea-cret garden ค่ะ หลายคนยังอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนสักเท่า แต่ไม่ต้องสงสัยค่ะ เป็นรีสอร์ทเปิดใหม่ของหัวหินเลย อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง อาจจะไม่ติดทะเลอย่างที่เพื่อนๆหลายคนต้องการ แต่ภายในรีสอร์ทเองก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง สามารถชดเชยกับทะเลได้ โอบล้อมไปด้วยขุนเขาและต้นไม้ ตั้งอยู่บนเส้นทาง หัวหิน-ห้วยมงคง ถ้าพร้อมแล้วก็เข้าไปชมรีสอร์ทแห่งนี้พร้อมกันเลยค่ะ



และนี่เลย ทางเข้าและด้านหน้าของตัวรีสอร์ทแห่งนี้คะ



พอขึ้นมาก็จะเจอ Lobby ซึ่งมีความโอ่อ่า และความกว้างขวางมากค่ะ มีการตกแต่งได้มีเอกลักษณ์และมีสไตล์มากค่ะ โดยรีสอร์ทแห่งนี้มี concept ที่ว่า สำหรับคนที่ต้องการหนีความวุ่นวายจากในตัวเมืองและต้องการ การมาพักผ่อนจริงๆ ต้องการความเงียบสงบโดยแท้จริงและมีความเป็นส่วนตัวสูงค่ะ 







เดินมาอีกนิดก็จะเจอมุมนั่งเล่นที่น่ารัก เหมือนเป็นช่องลมพอดี สามารถนั่งรับลมและดื่มด่ำกับวิวและบรรยากาศโดยรอบของรีสอร์ทแห่งนี้ได้เลยค่ะ หรือถ้าใครชอบถ่ายรูป ที่นี่เหมาะมากเลยค่ะ เพราะรอบๆรีสอร์ท มีมุมให้เลือกถ่ายรูปได้เยอะแยะเลยค่ะ




ด้านในส่วนที่รีสอร์ท มีการจัดตกแต่งสวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อนจริงๆ บรรยากาศภายในเงียบสงบมากๆ






เดินถัดมาอีกนิดถึง ก็จะถึงที่นั่งชิวๆเห็นสระว่ายน้ำ คนที่ชอบการอ่านหนังสือ หรือว่าต้องการนอนอาบแดด ก็สามารถมานั่งเล่น ผ่อนคลายที่นี้ได้สบายเลย




จาก Lobby เพื่อนๆก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะต้องเดินแบบสัมภาระไปที่ที่พักเองหรือว่าไม่ต้องกลัวที่จะต้องถือของหนักและเหนื่อย เพราะที่นี่เค้ามีรถกลอ์ฟบริการไปรับ-ส่ง และถ้าต้องการออกจากบ้านพักไปที่รถ เพื่อออกไปเที่ยวหรือหาอะไรกินข้างนอก ก็สามารถโทรแจ้งพนักงานได้เลยค่ะ รอไม่นาน รถก็จะมารับ เพราะที่นี่เค้ามีการบริการที่ดีมากๆ และพนักงานทุกคนนอบน้อมและเป็นกันเองมากค่ะ 




และแล้วก็มาถึงที่พักซักที่ ที่นี้เราเข้ามาดูข้างในกันบ้างว่าเป็นยังไง เปิดประตูเข้ามาถึงก็จะเจออารมณ์เหมือนเป็นเจ้าหญิงเลยค่ะ 555 น่ารักมาก มีเคาเตอร์ครัวเล็กๆด้วย สามารถซื้ออาหารเบาๆมากินได้เลย เพราะมีเครื่องอำนวยความสะดวกที่ครบครันมากๆ ไม่ว่าจะเป็น ตู้เย็น ไมโครเวฟ และอ่างล้างจานเล็กๆ 




มีมุมโต๊ะกินข้าวเล็กๆไว้ให้ด้วย เรียกว่าครบจริงๆ มีการใช้โทนสีขาวตัดด้วยชมพูบานเย็น น่ารักเลยค่ะ 




ตู้เสื้อผ้าก็มีเสื้อคลุมไว้สำหรับอาบน้ำหรือว่าลงเล่นน้ำด้วย เพราะว่าห้องพักที่นี่ทุกหลังเป็นแบบ pool access  สามารถลงเล่นน้ำได้เลยจากหน้าบ้าน และก็มีตู้เซฟสำหรับไว้ของมีค่า 




โซนที่เป็นส่วนของเตียงนอน มีบริเวณที่กว้างขวางมาก ขนาดของบ้านพัก โดยรวมมีบริเวณที่กว้างมากเลยค่ะ ถือว่าใหญ่พอสมควร มีความโล่งโปร่งสบายไม่อึดอัด ถือว่ามีการออกแบบและตกแต่งได้อย่างลงตัวเลยที่เดียวค่ะ เตียงนอนและหมอนนุ่มมาก ขอบอกเลย 555 ทำให้การมาพักผ่อนครั้งนี้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นไปอีก 






ด้านนอกบ้าน ก็มีมุมนั่งชิวๆ รับบรรยากาศริมสระว่ายน้ำ เพลิดเพลิน ความรู้สึกที่ได้รับคือ โรแมนติกมากๆเลย เหมาะอย่างยิ่งที่จะชวนแฟนหรือคนรักไป ทำให้ลืมไปเลยว่าร่างกายต้องการทะเล 




ห้องน้ำหรูหรา และโอ่อ่ามากเลยคะ มีอ่างอาบน้ำด้วย นอนแช่น้ำได้สบายๆ มีการแยกส่วนแห้งและส่วนเป็นไว้อย่างชัดเจนเลย ชอบมากๆ เพราะส่วนตัวเป็นคนไม่ชอบห้องน้ำที่เปียกๆ ถ้าต้องเข้าไปอาบน้ำแล้วห้องน้ำต้องเละไปหมด 





ถ้าใครที่ไม่อยากอาบน้ำแบบนอนแช่ เค้าก็มีแบบ rain shower ไว้ให้ด้วย น้ำแรงสะใจเลยค่ะ 





บอกแล้วว่าห้องน้ำที่นี่ใหญ่มาก เชื่อแล้วรึยังค่ะว่าใหญ่จริงๆ 






ไปลงเล่นน้ำกันเถอะ 555 สระว่ายน้ำน่าเล่นมากๆ ตอนไปถึงรูปนี่ยังไม่อยากถ่ายก่อนเลย เห็นสระแล้วอยากจะกระโดดลงไปเล่นอย่างแรกเลย 





วิวมุมสูงของรีสอร์ท ตอนกลางคืนสวยดีค่ะ ลมเย็นสบาย 




บ้านทุกหลังสมารถขึ้นมานั่งรับลมและดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืนได้เลย เพราะทุกหลังจะมีดาดฟ้าเป็นของตัวเอง และมีโต๊ะจัดเตรียมไว้ให้อย่างเรียบร้อยเลย ถ้าใครที่มาเป็นคู่ก็จะโรแมนติดมากๆ หรือถ้ามากับเพื่อนๆก็เม้าท์กันมันส์เลย หรือจะซื้ออาหารมานั่งกินไปคุยไก็ได้ เพราะอย่าลืมว่าที่นี่เค้ามีครัวเล็กๆเตรียมไว้ให้ด้วย 



เก็บบรรยากาศโดยรอบแบบมุมสูงมาฝากอีกครั้ง 





ตื่นเช้ามาก่อนเดินไปกินอาหารเช้า ก็เดินมาเก็บภาพระหว่างทางไปที่ห้องอาหาร 





และแล้วก็ถึงห้องอาหารซะที่ ภายในห้องอาหารสามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำด้วย เป็นแบบ open air โปรงโล่งสบาย เพื่อให้ได้รับอากาศสดชื่น เพื่อทำให้การรับประทานอาหารมีรสชาติมากยิ่งขึ้น 





พอเข้ามาถึงด้านในมีการตกแต่งเป็นโทนสีม่วงกับดำตัดกัน ทำให้รู้สึกว่าห้องอาหารหรูหรามากเลย 




อาหารเช้าของที่นี่เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ค่ะ มีให้เลือกหลายหลากหลาย ทั้งอาหารเช้าแบบฝรั่งและ อาหารเช้าแบบไทยๆ ให้เลือกมากมายเลย






มีอาหารให้เลือกกินหลายมุมเลย ทั้ง กาแฟ โอวัลติน นม น้ำส้ม สลัดบาร์ เยอะจนเลือกกินไม่ถูกเลยว่ากินอะไรดี 555    






ปิดท้ายด้วยสิ่งนี้เลย ขอบอกว่าก๋วยเตี๋ยวที่นี่อร่อยมากวันที่ไปกิน เบิ้ล 2 ชามเลย




บรรยากาศที่โต๊ะอาหารคะ นั่งสบาย ชิวมากๆ เห็นวิวด้านหน้าที่เห็นเป็นน้ำสีฟ้า ที่ตกกระทบกับแสงแดด สบายตามากๆเลย




และแล้วอาหารที่กินทั้งหมดในวันนั้น อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ ขอบอก 55




หลังจากกินอาหารอิ่มแล้ว ก็สามารถปั่นจักรยานเล่นรอบๆรีสอร์ทได้นะคะ เพื่อเป็นการย่อยอาหารหลังจากที่กินอิ่มมากๆ เพราะที่นี่เค้ามีบริการจักรยานไว้ให้บริการด้วย 




ที่รีสอร์ทนี่เค้ามีบ้านพักทั้งหมด 2 โซนค่ะ แต่ว่า type ของบ้านพักที่นี่เป็นแบบเดียวกันหมดเลย แล้วก็มีสระว่ายน้ำ แบบ pool access สามารถลงเล่นน้ำได้เลยเหมือนกันค่ะ 




สุดท้ายมาสรุปข้อดี ข้อเสียของที่นี่กันนะคะ
ข้อดี
1.รีสอร์ทใหม่
2.สะอาด
3.พนักงานบริการดีมาก

ข้อเสีย
1.ไม่ติดทะเล
2.ทางเข้าจากถนนใหญ่ที่จะเข้าไปในตัวรีสอร์ท ถนนอาจจะขรุขระนิดหน่อย แต่ช่วงสั้นๆ ถ้าเดินทางมาตอนกลางคืนอาจจะไม่สะดวกสักเท่าไหร่

ช่องทางในการติดต่อของทางรีสอร์ท
สำรองห้องพักได้ที่ 032-532 288#511 , 032-533 731, 086-329 6221 และ 080-652 6776
Webside : http://www.theseacrethuahin.com
www.facebook.com/theseacretgardenhuahin


การเริ่มออกเดินทางในบางครั้งก็อาจจะยุ่งยาก ขรุขระ และอาจจะมีอุปสรรคในการเดินทางบ้าง แต่เมื่อเราไปถึงจุดหมายปลายทางแล้วก็จะทำให้เรายิ้มได้เสมอ สุดท้ายต้องขอขอบคุณรีสอร์ทดีๆนะคะที่สร้างมาเพื่อต้องสนองการพักผ่อนโดยเฉพาะ 

แล้วสุดท้ายจริงๆ ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ติดตามอ่านรีวิวจนจบมาถึงบรรทัดนี้มากคะ เพราะมันทำให้มีกำลังใจที่จะทำรีวิวมาให้เพื่อนๆอีกเพื่อเป็นข้อมูลในการช่วยตัดสินใจในการที่จะไปเที่ยวในแต่ละครั้ง และหากผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ

























DAY  2 

เช้าวันนี้กับจุดหมายปลายทางที่เมือง ยูฟูอิน (YUFUIN) สำหรับเมือง ยูฟูอินนี้ จะเป็นเมืองเล็กๆน่ารัก และเป็นอีกเมืองหนึ่ง ที่ผมพูดได้เลยว่าห้ามพลาดเลยทีเดียว 

สำหรับใครดูที่มือถือ รูป อาจจะดูแปลกๆนะครับ 

ติดตามเพจ ได้ที่ www.facebook.com/yhibklong
หรือเว็บท่องเที่ยว www.yhibklong.com



สำหรับที่ประเทศญี่ปุ่น ผมชอบช่องทางจักรยานมากๆครับ เพราะบริเวณถนน ส่วนใหญ่จะมีสัญลักษณ์แบบนี้  จะเป็นช่องทางขับขี่จักรยานเลย ซึ่งดีมากๆ เหมาะสำหรับคนที่ใช้จักรยาน แล้วไม่ต้องไปกังวลว่าจะเบียด หรือขับในช่องคนเดินทั่วๆไป ทำให้คนทั่วๆไปก็เดินได้ปกติเช่นกัน ซึ่งผมมองว่าน่าจะนำเลนจักรยานมาใช้ในบ้านเราบ้างนะครับ เพราะจะทำให้ การเดินทางสะดวกขึ้น อีกมาก


เช้าวันนี้อากาศยังคงหนาว ดังเช่นวันก่อน ยังดีที่เสื้อหนาวตัวน้อยของผม ยังคงช่วยลดความหนาวจากภายนอกได้บ้าง ทำให้พอมีไออุ่นๆ ให้คลายหนาว ผมใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงยัง สถานี HAKATA  เพื่อขึ้นรถไป ต่อไปยัง สถานี YUFUIN


  สำหรับการจองรถไฟ ไปเมืองยูฟูอิน ผมได้จองไว้ ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เลย ทำให้กะเวลาได้ สำหรับการเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างนาน อย่าลืม เตรียมขนม น้ำ ไว้ทานบนรถไฟ กันหิว ก็ได้นะครับ


  ไม่นานนัก รถไฟก็พาเราออกเดินทางไปยังจุดหมายข้างหน้า จุดหมายที่เราไม่อาจะทราบได้ว่าเป็นเช่นไร หน้าต่างบานใหญ่ด้านข้างตัวผม เหมือนคอยส่งภาพริมข้างทาง หมายบอกเล่าเรื่องราว การเดินทางได้เป็นอย่างดี


เสียงทักทาย ... ก็ดังขึ้นมา เด็กชายตัวน้อยหันมาส่งยิ้มให้ พร้อมยื่นน้ำหวานขวดใหญ่มาให้ผมทาน คงเป็นการแนะนำตัวเอง อย่างน่ารักและเป็นกันเอง ช่วงเวลาผ่านไปไม่นาน เด็กน้อยหันมาชวนผมเล่นกันอย่างสนุกสนาน แม้ภาษาของเราจะสื่อสารกันไม่ได้ แต่ก็มิอาจทำให้เราลดความพูดคุยไปได้เสียเลย    เสียงภาษาญี่ปุ่น ที่ส่งมาถามคำถามผมชุดใหญ่ ผมยังคงได้แต่ส่งยิ้มตอบกลับไป และเด็กชายตัวน้อยก็ยิ้มตอบกลับมา เราสองคนได้แต่วนเวียน แบบนี้ ตลอดเส้นทาง ...แม้เราไม่รู้ว่าพูดอะไรกัน แต่มันก็สุขเหมือนกันนะ

การเดินทาง ที่สิ้นสุด.... รถไฟค่อยๆจอดที่ สถานี ยูฟูอิน 

อากาศหนาวที่คอยต้อนรับผม เมื่อมาถึง ความเย็นที่เย็นจนบอกไม่ถูก แต่ไม่นานทุกสิ่งที่หนาว ทุกสิ่งที่เย็น มันกลับหายไปหมดเสีย เหตุคงเพราะความงามที่อยู่ตรงหน้า ความงามที่ผมไม่เคยเห็นที่ใดๆ เมื่องเล็กๆที่น่ารัก กับฉากหลังที่เป็นหุบเขาหิมะ ความสวยงามมันช่างลงตัวเสียเหลือเกิน


ร้านค้าแต่ละร้าน ยังจัดมุมให้เรามาถ่ายรูปเล่นกันได้อีก อย่างมุมนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าใครๆมาก็อยากจะมายืนถ่ายคู่กับอะปังแมน ตัวน้อย และยังมีร้านคิตตี้ ร้านหมีดำคุมะคุงอีกด้วย





แต่จุดเด่นอีกจุดของเมืองนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากเจ้า snoopyนั้นเอง ร้านsnoopy ที่ยูฟูอินนั้นหาได้ไม่ยาก เพราะเดินเข้ามาจะอยู่ที่หัวมุมพอดี 


ที่ร้านจะมีขนม ชาเขียว ไอติม ให้เลือกซื้อกัน ด้วย แต่ผมลองชาเขียวแล้ว ออกจะขมไปหน่อย 


หรือถ้าใครแพ้อากาศหนาว ก็สามารถ เข้ามาทานในร้านได้นะครับ บอกเลยครับว่าภายในร้านน่ารักมากเลย 


สำหรับใครชอบ เนื้อนุ่มๆ ผมแนะนำร้านนี้ครับ เดินมาจากร้าน snoopy ไม่ไกล ร้านจะอยู่ด้านขวามือ เป็นร้านบาบีคิว เล็กๆ หาไม่ยากครับ ราคาเนื้ออาจจะค่อนข้างแพงไปหน่อย แต่สำหรับผมแล้วพอลองทานเท่านั้น บอกได้เลยว่าต้องสั่งอีกไม้จริงๆ เพราะทั้งหอมทั้งนุ่ม อร่อยจริงๆครับ


 ไม่นานนัก ผมก็เดินถึงที่ yufuin floral village ด้านในจะเป็นโซนขายของน่ารักน่ารักครับ เดินเข้าไปได้เลย ไม่เสียค่าเข้านะครับ 


ภายใน จะตกแต่งเหมือน ยุโรป เลยทีเดียว



   มุมเล็กๆๆ สำหรับ คนรักขนมหวาน 
ถ้าเราออกมาทางด้านหลัง ให้เดินมาด้านขวามือ จะเจอร้านขายของกระดาษครับ ร้านนี้ มีของให้เลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากเยอะมากครับ  


จังหวะที่ก้าวเดินอย่างช้าๆ ในวันนี้ ผมมองว่ามันทำให้เรารู้ว่า การเดินทางนั้น มีอะไรให้ค้นหาอีกมากมาย หลายๆครั้งการเดินทางมักสอนผมเสมอว่า ถ้าเรายิ่งก้าว เราก็จะยิ่งเจอสิ่งที่สวยงามกว่าไปเรื่อยๆ 


หลังจากเดินเล่นมา ตลอดวัน ผมก็มาพักแช่ออนเซ็น ก่อนแช่ออนเซ็น ผมอยากแนะนำให้ มาช่วยบ่ายๆ เพราะคนจะน้อยมากๆ เรียกว่าไม่มีคนเลยครับ สำหรับค่าแช่ออนเซ็นต์ก็ไม่แพง ครับตกคนนึงราวๆ 200กว่าบาท (ผมไปบ่อรวมและลงหลายคน จะมีโปรสำหรับหลายท่านอยู่นะครับ)


หลังจากอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ขาเล็กๆของผมค่อยจุ่มลงไปยังน้ำที่ร้อน กำลังพอดี ตัวน้อยของผมค่อยๆหย่อนตัวลงไปทีละน้อย อากาศหนาวภายนอกผสมกับความร้อนในน้ำ มันช่างลงตัวเสียจริง เพียงไม่กี่นาที ตัวของผมก็ลงไปสู่ๆน้ำเสียแล้ว ผมค่อยๆไปหามุมเล็กๆ ที่พร้อมให้ผมนั่งอย่างสบาย ผ้าพื้นเล็กๆที่นำมาซับน้ำแล้วเช็คหน้า ทีละน้อย หัวสมองที่โล่งสบายอย่างไม่เคยเป็น ณ นาทีนั้นผมไม่อยากจะรับรู้ถึงกาลเวลาใดๆเสียแล้ว อยากจะแช่ตัวอยู่ในน้ำนี้ ให้นานที่สุดที่จะทำได้ 


   ถึงเวลาที่ไม่อยากให้ถึง ผมจำใจต้องลุกจากบ่อเมื่อครบกำหนด ของเวลา ความสุขที่อบอุ่น ติดตัวผมมา มันทำให้ ตัวผมเบาหวิวอย่างไม่เคยเป็น
ก่อนที่รถไฟ ที่ผมกลับ จะมาถึง มันเหลือเวลาอีกพอสมควร ที่จะทำให้ผม เดินเล่นอย่างสบายใจ ที่ในเมืองนี้ 


ผมได้แต่เดิน ทีละก้าวอย่างสบายใจ พร้อมคิดเสียดายที่รูปของผมมันมิ อาจจะทำให้ภาพที่สวยเท่าที่ตาผมเห็นได้ในวันนั้น แต่ผมก็คงได้แต่พยายามให้ ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้


ร้านของเล่น ... ร้านเล็กๆ ตรงมุมเกือบสุดทาง ร้านที่มีของให้เลือกจับจ่ายมากมาย


โดเรม่อน ที่น่ารักเต็มไป หมด 


บ้าน โมเดล ของญี่ปุ่นก็มีให้เลือกซื้อ 



ผมไม่รู้จะบอกยังไง แค่ไหน กับของเล่นพวกนี้ ที่มากมายเหลือเกิน ย้อนไปในวัยเด็ก วัยที่ผมเห็นของเล่นพวกนี้แล้ว ผมแทบจะร้องไห้ขอให้คุณพ่อ คุณแม่ซื้อให้ แต่น่าเสียดาย ในวัยเด็กนั้น บ้านผมไม่ได้ร่ำรวยเหมือนใคร ของเล่นที่ผมได้แต่มอง ได้แต่มอง มันก็ยังคงได้แต่เก็บไว้ในความทรงจำเฉยๆ ไม่ได้มีโอกาสได้ซื้อหาเหมือนใครๆ 

วันเวลาผ่านไป เมื่อได้กลับมา เจอของเล่น การ์ตูนที่เคยชื่นชมชื่นชอบในอดีต มันทำให้ เราดีใจอย่างบอกไม่ถูก ดีใจที่ได้คิดถึงอดีต คิดถึงความทรงจำในวัยเด็ก


มันคงไม่แปลก ถ้าผมจะเลือกซื้อของ มากมาย  และมันคงไม่แปลก ถ้าณ ตอนนั้นผมยืนอยู่ในร้านนี้ได้นานที่สุด ...ขอบคุณที่นำฝันในวัยเด็กของผมกลับมาอีกครั้ง 
แม้ 1 วันในเมือง ยูฟูอิน จะหมดไปอย่างรวดเร็ว แต่เป็น1วันที่ผม จดจำได้เป็นอย่างดี จดจำ ถึง ความสวยงาม จดจำถึงออนเซ็น ที่อบอุ่น จดจำถึงร้านของเล่น ที่นำความทรงจำในวัยเด็กผมกลับมา 


  เย็นนี้ผมเลือกมาหา ร้านอรอ่ย กันที่ สถานี HAKATAเลย  การมามุมอร่อยๆนั้นไม่ยากให้เดินลงมาชั้นใต้ดิน จากนั้นเลี้ยวขวา ก็จะเจอ โซนร้านอาหาร แล้ว ที่สำคัญ โซนนี้ จะเป็นร้านอาหารที่ราคา ถูกมากๆ มีลดราคากันเกือบทุกร้าน 



ใครชอบ ทานแนวไหนก็เลือก ทานกันได้เลยครับ มี รูปอาหาร และราคาติดไว้พร้อม 

สำหรับร้านที่ผมเลือกมาทาน เป็นร้าน เทปัน ครับ มีอยู่ร้านเดียว คนจะต่อคิวกันยาวมากๆ กว่าจะได้ทาน ก็ใช้เวลาพอสมควรครับ

เริ่มแรก เค้าจะให้เรามานั่งตรงเค้าเตอร์ แล้วให้เราเลือก เซ็ตอาหาร ว่าอยากทาน เนื้อแบบไหน พอเราเลือก เสร็จ เค้าก็จะทำการ ทำตรงหน้าเราเลยครับ


พอเนื้อ สุขได้ที่ ตามที่เราต้องการ เค้าก็จะนำมาไว้ ที่ฟรอย ที่วางไว้ ให้ จากนั้นก็ถึงเวลาเอาเนื้อเข้าปากแล้วครับ สำหรับเนื้อเทปัน ผมบอกได้เลยว่า อร่อยครับ ยิ่งเทียบกับราคาที่ไม่แพงเลย ผมอยากแนะนำเลยครับให้ลองมาชิมกันได้ และเชื่อว่าจะไม่เสียดายเงินแน่ๆ 


จากร้านเนื้อเทปัน ผมแวะมาทานซูชิจานหมุน ตรงข้างกัน ร้านนี้ จะมีเซ็ตเมนูให้เลือกมากมาย แถมราคาไม่แพงเสียด้วย 


ส่วนซูชิ นั้น ถ้าใครชอบแบบไหน จะเลือกหยิบ หรือเลือกสั่งกับพนักงานเลยก็ได้ ที่สำคัญสุดๆ คือราคาไม่แพงเลย  ผมแนะนำ ใครชอบโอทาโร่ มาทานรับรองไม่ผิดหวังครับ 

ซูชิที่เรียงมาสวยงาม จานนี้ถ้าจำไม่ผิด ราคาราวๆ 300 บาท ครับ สำหรับรีวิวตอนนี้ ผมคงจะขอจบลงที่ร้านซูวิร้านนี้นะครับ แล้วในตอนหน้า ผมจะพาเพื่อนๆไป เที่ยวเมืองหมีดำ (คุมาโมโต้กันนะครับ )

   สำหรับเพื่อนๆ ที่อยาก ชมตอนอื่นๆ ก็ไปชมได้ที่ 

DAY1: ฟุกุโอกะ - ดาไซฟุ (FUKUOKA - DAZAIFU) กับทริป สบายๆ รวมตั๋วเครื่อง รวมอาหาร ค่าที่พัก และ รวมค่าเที่ยวทุกอย่างแล้ว 5วัน 4คืน ไม่เกิน 18,000 บาท

http://www.yhibklong.com/2015/02/day1-fukuoka-dazaifu-4-5-18000.html

DAY3: ฟุกุโอกะ - คุมาโมโต้ (FUKUOKA - Kumamoto) กับทริป สบายๆ รวมตั๋วเครื่อง รวมอาหาร ค่าที่พัก และ รวมค่าเที่ยวทุกอย่างแล้ว 5 วัน 4คืน ไม่เกิน 18,000 บาท

DAY4: ฟุกุโอกะ - ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ ไร่สตอเบอรี่ ช็อปปิ้งTOSU PREMIUM OUTLETS (FUKUOKA - HIZEN - KASHIMA,TOSU)