2015
วัดโทจิ(Toji Temple) เป็นวัดเก่าแก่ โบราณ อายุราวๆ 700ปี ก่อตั้งขึ้นตอนต้นของยุคเฮฮัน หรือหลังจากที่เมืองหลวงของญี่ปุ่นจะย้ายมาที่เกี่ยวโต เป็นวัดซึ่งมีขนาดใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออก และเมื่อคนละฝั่งกับวัด Saiji ซึ่งวัดนั้นจะอยู่ทางทิศตะวันตก เมื่อดูภาพรวมของเมืองโตเกียว ทั้ง 2 วัดนี้จะขนาบข้างทางเข้าเมืองทางตอนใต้และทำหน้าที่เหมือนเป็นกำแพงก่อนเข้าเมือง วัดโทจินี้ได้รับการบันทึกเข้าเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก (UNESCO world heritage sites)



อาคารที่เด่นที่สุดของวัดก็คือ เจดีย์ 5 ชั้น ขนาดใหญ่ สร้างขึ้นโดย “โคโบ ไดชิ” ( Kobo Daishi) ในปี 826 มีความสูงถึง 57 เมตร เป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นและเป็นสัญลักษ์ของวัดแห่งนี้ด้วย ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากหลายที่ในเมืองเกียวโต ชั้นล่างสุดของเจดีย์เปิดให้เข้าชมได้



ค่าเข้าชม: 500 เยน (800 เยน หากเปิดให้เข้าชมเจดีย์)
เวลาเปิด-ปิด: 8:30 - 17:30 น. (กลางเดือนกันยายน - กลางเดือนมีนาคม: 8:30 - 16:30 น. )
 * เข้าชมรอบสุดท้ายก่อนเวลาปิด 30 นาที

วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน



วิธีการเดินทาง

รถไฟ: เดิน 15 นาที จาก Kyoto Station


รถบัส: เดิน 5 นาที จาก Toji Station [Kintetsu Kyoto Line]




จากกล่องข้อความชวนร่วมทริปเกาะรอก จากสายการบินแอร์เอเชีย ทริปเล็กๆที่ผมใช้เวลาไม่นานมาก เป็นทริปที่ทำให้ผม ครุ่นคิดอยู่นานมากเลยทีเดียว

เหตุเพราะ

ครั้งแรกที่ผมได้ยินคำว่าเกาะรอก ผมนึกไม่ออกว่าเกาะรอกมันอยู่ที่ไหน และน้ำทะเลใสเพียงใด
ผมได้แต่กลับไปค้นข้อมูลเท่าที่ค้นได้อย่างเต็มที่ และแล้วเกาะที่ มีน้ำทะเลใสๆ น้ำสีฟ้า จากรีวิวเล็กๆ ในอินเตอร์เน็ต ก็ทำให้ ความอยากเที่ยวของผมเกิดขึ้น




วันศุกร์ หลัง นาฬิกาตัวน้อย ได้บอกเวลาเลิกงาน นาที ที่ผมหยิบกระเป๋า เดินทางออกสู่ทางใต้ของประเทศ ไปยังเกาะภูเก็ต เวลาของการเดินทาง ถูกใช้ไปกับการดูรูปถ่ายที่ผมหยิบมาดูตลอดเวลาของการเดินทาง


นาฬิกา ที่บอกเวลา ราวๆจะเที่ยงคืน การพาร่างตัวเอง บินข้ามฟ้าข้ามทะเล มายังภูเก็ต แต่ด้วยความเหนื่อยล้า ร่างกายที่อยากจะพักผ่อน เสียที
ค่ำคืนนี้ผมพักที่ Amatara Resort & Wellness

นาทีที่เห็นที่พัก ความเหนื่อยล้าที่ อ่อนเพลียมากลับหายไปอย่าบอกไม่ถูก ร่างกายที่เหนื่อยอ่อน เหมือนมีพลังกลับมาเติมเต็ม 


ห้องพักของผม เป็นห้องพักที่มีขนาดใหญ่ เลยทีเดียว โดยเฉพาะห้องน้ำ ที่มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ และ ห้องน้ำแต่ละส่วนแยกกันไว้ได้อย่าง เป็นสัดส่วน


หลังจากผมอาบน้ำเสร็จ ผมไม่รู้ตัว ตัวเองว่าผมเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ คงด้วยเพราะเตียงนอนที่แสนนุ่ม หมอนที่เพียงแค่หนุนไม่นานนัก ก็ทำให้ ร่างกายที่อ่อนล้า ได้รับการผ่อนคลาย

เช้าวันใหม่ ผม ตื่นมาพร้อมกับความสดใส ผมเปิดประตูห้องพักออกไปยังระเบียงเพื่อชมแสงสีทองของวันใหม่ แสงที่มาพร้อมกลิ่นไอทะเล ยามเช้า เสียงคลื่นที่พัดเข้าฝั่ง พร้อมลมทะเล ที่พัดผ่าน


ผมได้แต่ยื่นนิ่ง แล้วเตรียมกลับไปอาบน้ำ แต่งตัวเพื่อจะไป ทริปเกาะรอก


อาหารเช้า วันนี้ ถูกจัดมาอย่างเต็มที่ ถ้าใครได้พักที่  Amatara Resort & Wellness จะได้เห็น line อาหารเช้าที่มีจัดเตรียมมาให้ ลูกค้าอย่างเต็มที่  


หลังจากทานอาหาร อิ่ม ไม่นานนัก ผมก็ได้ขึ้น เรื่อ เตรียมออกเดินทางไปยังเกาะรอก


เช้าวันนี้ อากาศแจ่มใส การเดินทางเป็นไปอย่างสบายๆ ผมได้แต่ หวังให้สิ่งได้เจอ เป็นอย่างที่ผมคิด
..... วินาที ที่ เรือเริ่มชลอ สายตาที่ผมได้มองเห็น ยังน้ำทะเล เกาะรอก ผมได้บอกกับใจตัวเองว่า มันช่างสวยกว่าที่ผมคิดเหลือเกิน ภาพน้ำทะเลสีฟ้า ที่น้ำใสเห็นลงไปยังพื้นทรายเบื้องล่าง





ไม่นานนัก พื้นทรายที่ขาวนุ่มก็มาอยู่ด้านหน้า ก้าวแรกที่ขาผมสัมผัส พื้นทรายที่นุ่มละมุ่น ผมกลับไม่รู้ตัวเองว่า ผมหลงรักที่นี่ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ 



ท้องฟ้า หาดทราย และท้องทะเล มันทำให้ ใครก็ตามทีมายังที่เกาะรอก ไม่นาน ก็หลงรักเค้า อย่างแน่นอน



น้ำสีฟ้า พร้อมฟ้าที่สดใส มันทำให้ ผมแทบอดใจไม่ไหว ที่พร้อมจะลงน้ำไปอย่างทันที


แต่ด้วยเวลาที่มีไม่นาน เรือลำใหญ่พร้อมออกพาผมไป ยังจุดดำน้ำที่เกาะรอก ของวันนี้ 


ทะเลที่ใส แม้จะยืนอยู่แค่ บนเรือ ก็เห็น พื้นน้ำและพื้นทรายด้านล่างเสียแล้ว





วินาที ที่ตัวกับ ทะเลรวมเป็นใจเดียวกัน มันเหมือนเราลงไปอีกโลกนึง ที่เราสามารถ แหวกว่ายไปได้ตามอารมณ์อย่างไม่คิดอะไร 



แค่การปล่อยวางจากหลายๆสิ่ง มันก็ทำให้เรา มีความสุขเสียแล้ว


เค้าถึงบอกว่า โลกใต้น้ำมัน ให้เรา มีความสุขเสมอ แม้จะเวลาไม่นานก็ตาม แต่มันก็ทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง นานที่สุด  
 ขอบคุณเกาะรอก ที่ให้ผมเห็นโลกใต้น้ำ ที่สมบูรณ์ไปด้วยประการัง ที่ให้ผมเห็น น้ำทะเลสีฟ้า ทรายสีขาวที่สวยเสียเหลือเกิน 



ระหว่างทางกลับจากเกาะรอก ผม กลับมาด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ได้เห็นอีก 1เกาะที่มีความสวย ไม่แพ้ที่ไหน ๆ ในประเทศไทย เกาะที่ทำให้เราภูมิใจ ว่าเป็น เกาะของไทยที่มีความสวยงามเหลือเกิน
ผมปิดท้าย ทริปนี้ ด้วยการมาแช่น้ำกับเพื่อนๆ มองวิวทะเลภูเก็ต 
ต้องยกมือให้กับสระว่ายน้ำของ Amatara Resort & Wellness  ที่ทำให้ผมเห็นวิว ที่สวยงามยามเย็นได้อย่างเต็มตา 


หลังจากแช่น้ำเสร็จ ผมกลับไป อาบน้ำ แล้ว มาถ่ายแสงยามเย็น รอบๆอีกครั้ง



แสงสีน้ำเงิน ชมพูที่ตัดกันออกมา สวยงามเหลือเกิน


แต่ด้วยตัว โรงแรมที่ สวย และหรูหรา ทำให้มีมุมถ่ายรูปมากมาย ผมกลับนึกเสียดาย อยู่หลายที่ ตอนที่ได้ถ่ายมายังที่นี่ เสียดายที่น้อยคนรู้จักที่แห่งนี้น้อยเกินไป เสียดายที่ ผมคงไม่อาจจะเป็นกระบอกเสียงได้เต็มที่ ที่ให้คนแวะมาเห็นอย่างที่ผม เห็น แต่ถ้าใครก็ตามได้มาเห็นรีวิวนี้ ผมคงได้แต่บอกว่า ที่นี่ คุ้มค่าเหลือเกิน ถ้าคุณได้มาพักผ่อน มันไม่ใช่แค่ที่พัก ทั่วๆ ไป แต่มันกลับเหมือนบ้าน อีกหลังที่ ให้คุณได้เติมความสุข ได้อย่างเต็มที่ 


เช้าก่อนกลับ ผมได้ แต่ เสียดายเวลา ที่ผมมาพักอยู่ที่นี่ได้ แค่ หนึ่งคืน แต่ก็เป็นหนึ่งคืน ที่ทำให้ผมมีความสุขเหลือเกิน




ที่ Amatara Resort & Wellness

ยังมีจุดเด่นอีกจุดหนึ่ง ก็คือ สปา หากใครมาใช้บริการสปาที่นี้แล้ว ผมเชื่อเหลือเกินว่า ต้องติดใจกันทุกคน เพราะนอกจากบริการที่ดีแสนดีแล้ว ยังมีวิวที่สวยงามอีกด้วย ที่สำคัญ ที่ขาดไม่ได้เลย คือพนักงาน สปา ที่เป็นกันเองและมีการนวดผ่อนคลาย เรียกว่านวดเพียงไม่นาน ก็สามารถพาเพื่อนๆ หลับไหลไปได้เลยทีเดียว




สำหรับการมาเกาะรอกครั้งนี้ ผมคงได้แต่บอกว่า คุ้มมากมายเหลือเกิน การที่ได้เห็น เการอกเกาะที่สวยงามอีกเกาะหนึ่ง เกาะรอกวันนี้ยังคงรอคน ไปชมไปรู้จักอีกมากมาย และผมยังได้รู้จัก รีสอร์ท สวยๆ อย่าง Amatara Resort & Wellness ที่ทำให้ผมได้เห็นว่า ภูเก็ตยังมีรีสอร์ทที่วิวสวยงามและมีสปาระดับโลก อยู่ที่นี่ หากถ้าใคร มีเวลา แล้วอยากออกเดินทางไปเจอทะเลสวยๆแล้วละก็ ผมขอฝากเกาะรอกให้เป็นตัวเลือกอีกที่นะครับ











สวัสดี วันที่แสนดี


ผมเคยถามตัวเองเสมอว่า ถ้าหากผม ไปเที่ยว แล้วกำเงินไม่กี่บาท ออกไปมองโลก ผมจะได้เห็นอะไรจากเงินตรงก้อนนี้บ้าง มันยังคงเป็นคำถามที่ผม เฝ้าถามตัวเองอยู่บ่อยๆครั้ง ว่าเงิน สำคัญจริงหรอ 
มันจึงเกิดการเดินทางเล็กๆ ที่ผมหยิบเงินไป ไม่เยอะมากมาย



เช้าวันเสาร์ การเดินทางจากการ ครุ่นคิดครั้งนี้จึงเกิดขึ้น ผมหยิบเต๊นท์ตัวใหญ่ พร้อมกระเป๋าเดินทางใบโต พร้อมกับชวนเพื่อนๆ เตรียมเดินทางไปยังเขาค้อช่วงหน้าฝน หน้าที่ น้อยคนจะมาเที่ยวกัน

5 ชั่วโมง กับการเดินทางที่แสนไกล น้ำฝนที่ตกลงมาตลอดการเดินทาง ทำให้ผมได้เห็นไอหมอกจางๆ  ระหว่างการเดินทาง
ไม่นานนักเราก็ถึงยังที่พัก ที่ไปรษณีย์เขาค้อ จุดกางเต๊นฑ์ ราคาไม่แพง แต่วิวสวยที่สุดในระแวกนี้


ผมเตรียมข้าวของลงจากรถ พร้อมกางเต๊นฑ์ แต่น่าเสียดายเวลาไม่นาน ฝนก็ตกลงมา อย่าหนัก เต๊นฑ์ที่ผม กางไว้ก็ได้พังลง เพราะน้ำฝน ผมได้แต่ออกมารอ เวลา เพียงเพื่อให้ฝนหยุดตก 

เวลาผ่านไปไม่นาน ฝนที่ตกอย่างหนัก ก็หยุดลง เต๊นฑ์ที่เปียกปอน ก็ถูกนำมาตาก พร้อมไล่น้ำ จากนั้น เต๊นฑ์ตัวใหม่ ก็ ถูกนำมากางแทนที่ แต่ระหว่างทำการกางเต๊นฑ์ใหม่ แสงและสายหมอก หลังฝนตกก็ ส่งความสวยงาม มาทักทายผมในทันที





แสงยามเย็น หลังจากน้ำฝนที่จางหายไป แสงที่ทำให้ ผมยืนมองเค้า อย่างไม่สดสายตา


นาทีแห่งนี้เป็นนาที ที่มีความสุขเสียเหลือเกิน ผมได้แต่มองเพลิน จนลืมมองวันเวลาไปสักพัก



ยามเย็นแสงที่เริ่มอ่อนลง ลมเย็นๆที่พัดผ่านเข้ามาแทนที่ ทำให้ผมได้พบได้รัก อีกครั้งกับที่แห่งนี้



ยามเย็นที่ ผมได้แต่ยืนเก็บความทรงจำเข้าไปในหัวใจให้นานที่สุด

หมองบางๆที่ ไหลผ่านขอบเขา ภาพความสวยงามที่ทำให้ ผมได้แต่คลอยตามและตราตรึงใจไปตลอด แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆก็ตามที

ช่วงเย็นๆ หม้อไฟ หม้อโต บนเตาถ่าย อาหารเย็นที่ผมเตรียมกันมาเอง เพื่อมาทานรับลมหนาวยังที่แห่งนี้ ลมหนาวที่กำลังพัดผ่านพร้อมกับน้ำซุปร้อนๆ มันช่างเป็นอะไรที่ดีแสนดี  เสียเหลือเกิน อากาศค่ำคืนนั้น พร้อมดาวเต็มฟ้า เสียงเพลงเบาๆจากมือถือเครื่องเล็ก ทุกอย่างที่รวมตัวกันอย่างลงตัวมันทำให้ค่ำคืนนี้ มีแต่ความสุข


เช้าวันใหม่


เช้าที่ทำให้ผมได้เห็น ว่าทะเลหมอกที่ สวยงาม ณ ที่เขาค้อมันสวยงามเพียงใด

ความงามที่ มาพร้อมความเย็น ความงามที่ มายืนคอยเราอยู่นานนับชั่วโมง

สำหรับผม การเดินทางครั้งนี้ มันทำให้ผมได้รู้ว่า ทะเลหมอก ที่สวยงาม อาจจะไม่ต้องไหนซะไกล มันอาจจะอยู่ใกล้ๆ แค่เอื้อมตรงนี้ นี่เอง




แสงยามเช้าเริ่มส่องมา อากาศที่เย็น ก็เริ่มอุ่นขึ้นทีละนิด ทีละนิด ทุกสิ่งกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทะเลหมอก ที่เต็มพื้นที่ ค่อยๆลด ลงไป ลดลงไป

ณ เวลานี้ตัวผมเริ่มเข้าใจว่าการเดินทางนั้นย่อมมีความหมายเสมอ มันทำให้เราเห็นโลกใบใหม่อีกใบ นึง ที่สวยงาม




ช่วงสายผมเก็บของ เตรียมตัวกลับ กรุงอนกลับผมแวะขับรถไปตามหัวใจ และสายหมอก ขับไปยังร้านกาแฟ ที่มีวิวน่ารัก ร้าน pino latte 




ช่วงสาย แม้แสงแดดจะเริ่มส่องแสงมามากมาย แต่สายหมอกก็ยังมิวายจางหาย ร้านกาแฟ pino latte เข้าที่ทำให้ผมเห็นวิว ที่สวยงาม



กาแฟเบาๆ กับสายลมที่พัดผ่าน หมอกยามเช้าที่ทำให้ เขาค้อแห่งนี้ เต็มไปด้วยความสุข


หันไปอีกมุม หนึ่ง เราจะได้เห็นวัดผาซ่อนแก้วอีกมุมหนึ่ง ที่สวยไปอีกแบบ


สำหรับ 2 วัน 1 คืนที่ เขาค้อ มันให้อะไรผมมากมาย และทำให้ผมรู้ว่า การเที่ยวเราก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะมาก  ก็สามารถ เที่ยวได้ และยังก็ทำให้ผมมีความสุขได้มากเหลือเกิน

1,100 บาท
ค่ารถไปกลับ หารค่าน้ำมัน คนละ 600 (1800บาท หาร3)
ค่าเต๊นท์ คนละ 18บาท (50บาทหาร3)
ค่าบังลม คนละ 18 บาท (50บาทหาร3)
ค่าอาหาร และค่าอื่นๆ  464 บาท
รวม 1,100 บาท