ทริปนี้เกิดจาก ที่ผมคุยกับเพื่อนเล่นๆว่า วันหยุดนี้ว่าง เราจะไปเที่ยวไหนกันดี หลังจากที่ไล่ๆกันอยู่หลายๆจังหวัด สุดท้าย ก็มาลงตัวที่จังหวัดสุพรรณบุรี จากนั้นผมก็หาข้อมูลกันว่า ถ้าเรามีเวลาหนึ่งวัน เราจะไปเที่ยวที่ไหน กันได้บ้าง จนได้ที่หลักๆ และก็ทำให้เกิดทริปนี้ขึ้นมา ตามผมไปเที่ยวกันเลยครับ





ที่แรกวัดป่าเลไลยก์ มีคนกล่าวไว้ว่า ถ้ามาสุพรรณ ไม่มาวัดนี้ถือว่าท่านยังไม่ได้มาเที่ยวสุพรรณ สำหรับประวัติ เกี่ยวกับวัดนี้ กล่าวไว้ว่า 
เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่ามีอายุราว 1200 ปี ตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง
อยู่ทางฝั่งตะวันตกของลำน้ำสุพรรณ ห่างจากศาลากลางจังหวัด ประมาณ 4 กิโลเมตร
ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าวัดป่า ภายในวิหาร เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต ปางป่าเลไลยก์ 
ในพงศาวดารเหนือกล่าวว่า ...พระเจ้ากาเตทรงให้มอญน้อย มาบูรณะวัดป่าเลไลยก์ ภายหลังปี พ.ศ. 1724 เล็กน้อย หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทอง สุพรรณภูมิ (คือประทับนั่งห้อยพระบาท) มีนักปราชญ์หลายท่านว่า เดิมคงเป็นพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา สร้างไว้กลางแจ้งอย่างพระพนัญเชิงสมัยแรกต่อมาได้มีการบูรณะ ซ่อมแซมใหม่ และทำเป็นปางป่าเลไลยก์ ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ภายในองค์พระพุทธรูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ 36 องค์ ที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลาย ..เครดิต http://www.suphan.biz 









เสียดาย ด้วยเวลาไม่อำนวย ทำให้ ผมมีเวลาอยู่ที่ วัดนี้ได้ไม่นาน ต้องไปที่อื่นต่อ จากวัดป่าเลไลยก์ ผมก็มา เดินเล่นและทานข้าวที่ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และ หมู่บ้านมังกรสวรรค์


















ก้าวแรกที่เดินเข้ามา ผม แอบหลงคิดว่าตัวเองเดินอยู่ที่เมืองจีน บ้านโบราณ สายน้ำที่ไหลผ่าน การออกแบบที่ลงตัว เสียดายถ้าผมได้มา เดินเล่นตอนเย็นๆ ได้เห็นแสงไฟ สวยๆ คงได้ภาพอีกมุมมองนึง





การเดินทาง เบาๆ กับวันสบายๆแบบนี้ มันก็ทำให้ ชีวิต มีความสุขที่แปลกไป อีกแบบ ...ชีวิตที่ก้าวเดินไปอย่างช้าๆ กับ เมืองสุพรรณ มันทำให้ผมมีมุมมองกับเมืองสุพรรณไปอีกแบบนึง มุมมองที่ได้เห็นความสวยงามที่อยู่ไม่ไกล กรุงเทพ ความสวยงาม ที่เกิดจากคนในเมืองนี้ และรอยยิ้มที่เวลาผมเห็นลูกหลานเดินเล่นอย่างมีความสุข











มังกรสวรรค์ ที่สวยงาม ที่คอยดูแลปกป้องเมืองนี้














ภาพวิวเปล่าๆ คงจะไม่มี ค่า ถ้าไม่มีรัก อยู่ในภาพ 













ความสวยงาม ที่ตกแต่งเป็นอย่างดี เทพแต่ละองค์ ถูกจัดตำแหน่ง อย่างลงตัว























ขอพร ... แผ่นไม้แต่ละแผ่นถูกห้อย ไว้เรียงร้อย เพียงให้สิ่งที่ อยากได้สมหวังโดยเร็ว แผ่นไม้น้อยๆของผม ได้ถูกผูกติดเอาไว้ โดยไม่ได้คาดหวังใดๆมากมาย เพียงขอให้วันแต่ละวันไม่มีทุกข์ก็พอ

















วันที่ไม่มีทุกข์ วันที่มีแต่รอยยิ้ม และวันที่มีแต่ความรัก แค่นี้มันก็เติมแรงให้เดินต่อไปได้แล้ว











ช่วงกลางวัน เรามาทานอาหารจีนอร่อยๆ ร้านนี้จะอยู่ตรงหัวมุมในโครงการ เลย เรื่องรสชาติ พูดได้สั้นๆว่าอร่อยมาก

























เมื่อทานข้าวอิ่มกันจนเต็มที่ ผมไม่รอช้าไป จุดหมายปลายทางที่สุดท้ายของทริปนี้ คือที่ บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งภายในจะมี ที่แสดงสัตว์น้ำจืดและสัตว์น้ำเค็ม








เมื่อเข้ามาเหมือนเราอยู่ใต้ทะเล 














ความตื่นตาตื่นใจ รอบๆตัวผม ความอยากรู้อยากเห็น ต่างๆก็ออกมา ตู้ปลาน้อยใหญ่ พร้อมความรู้มากมายที่มีให้อ่าน ตามข้างกำแพง ทำให้ผมได้รู้จักปลาตัวน้อยๆเหล่านี้ได้มากขึ้น













เราต่างหลงใหลในโลกใต้น้ำ โลกที่ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้เห็นจากพื้นดินตรงนี้ 






















การพาครอบครัว มาเที่ยว มาเล่นที่นี่ สำหรับผม มันเหมือนการพากันมาเปิดโลกอีกโลกนึงที่ เราไม่มีโอกาสได้เห็นในที่ใดๆ นี่แหละมั้งที่เค้าบอกว่า ความสุขมักจะเกิดขึ้นได้ที่ละนิทีละนิด แค่ เราต่างคนต่างมีกันและกันเท่านั้นเอง 













ถ้ามาตรงเวลาจะได้ชมการแสดงให้อาหารปลาด้วยนะ









สุดท้ายการที่ได้เดินทางมาเที่ยวสุพรรณบุรีครั้งนี้ มันทำให้ ผมได้อะไรกลับไปมากเหลือเกิน ความสนุก ความสงบ และความเป็นกันเองของที่นี่ ทำให้ ผมคิดว่าถ้าเมื่อมีวันหยุด อีกผมจะไม่พลาดแวะมาเที่ยวอีกแน่นอนครับ รักนะครับ สุพรรณบุรี







Share To:

yhibklong

Post A Comment: