รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood ที่พักสุดชิคริมทะเล หาดทรายขาว น้ำใส

หาดทราย สายลม แสงแดดและสองเรา ลั๊ลลา.........
สวัสดีค่ะทุกคน ในบล็อกนี้ฝนจะพาทุกคนไปพักผ่อนกันที่รีสอร์ทสวยแห่งใหม่ ที่มีเปลกลางน้ำให้ถ่ายรูปอัพลงโซเชี่ยลเก๋ๆ กันในเกาะกูด นั่นก็คือ Rest Sea Resort Koh Kood นั่นเองค่ะ
ติดตามแฟนเพจ ได้ที่ https://www.facebook.com/littlegirlinabigworld2/?timeline_context_item_type=intro_card_work&timeline_context_item_source=522971032&fref=tag

รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood
Cr. The Travelerz

สำหรับการเดินทางไป Rest Sea Resort เกาะกูดนั้น

1. ถ้าไม่ได้นำรถส่วนตัวมา แนะนำขึ้น Bus ของบุญศิริที่ข้าวสารแล้วมาต่อเรือลงเกาะกูด รถจะมีสองเที่ยวต่อวัน คือ 5.00 AM กับ 8.00 AM ค่าโดยสาร + ค่าเรือ ประมาณ 800 บาท (ราคามีขึ้นลงตามฤดูกาล)
ส่วนเรือขากลับจะมีรอบ 9.00 AM และ 12.00 PM
2. รถส่วนตัว - สามารถนำรถมาจอดได้ที่ท่าเรือแหลมศอก ค่าจอดรถวันละ 50 บาท

ตั๋วพร้อม กายพร้อม เตรียมตัวไปลงเรือกันได้แล้วค่าาาา

รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood

จากจุดที่ซื้อตั๋วเรือ จะมีรถรับส่งเราไปท่าเรือ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก

เย้!!!!! เรือมาแล้ว

รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood

ขึ้นเรือมา ด้านในเรือจะเป็นห้องปรับอากาศทั้งหมด ส่วนชั้นสองของเรือเป็นโซน Outdoor มีที่นั่งเล็กน้อยพอกรุบกริบ ส่วนใหญ่จะยืนชมวิวหรือบางคนก็ไปยืนเล่นกันที่หัวเรือแล้วโพสท่าแจ็คกับโรส ( My Heart will go on ดังก้องขึ้นมาในหัวทันที 5555)

แนะนำใส่ชูชีพทุกครั้งเมื่อขึ้นเรือเพื่อความปลอดภัยนะคะ 


รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood

ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 2 ชั่วโมง ในที่สุดก็ได้เหยียบแผ่นดินเกาะกูดสักที
แต่การเดินทางไปยัง Rest Sea Resort ยังไม่จบสิ้น เพราะต้องต่อสองแถวเข้าไปอีกราวๆ 1 ชั่วโมง ส่วนหนทางนั้นไม่ต้องพูดถึง มันช่างเลี้ยวลด คดเคี้ยวยิ่งนัก ><"

รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood

เมื่อเดินทางมาถึง ความเหนื่อยล้าที่มีทั้งหมดได้หายไปเป็นปลิดทิ้ง เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันสวยงามเกินบรรยาย

รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood

Rest Sea Resort เกาะกูด รีสอร์ทสไตล์ Tropical ให้อารมณ์ราวกับอยู่ที่ฮาวาย

ทางรีสอร์ทจะมีห้องพัก 3 Type ด้วยกันคือ

1. Deluxe Pool Villa
2. Deluxe Villa
3. Twin Villa

รีวิว Rest sea เกากูด

ระหว่างรอ Check - in ทางพนักงานมาเสิร์ฟ Welcome Drink เป็นน้ำอัญชัน อ้า....สดชื่น ชุ่มคอ

รีวิว Rest sea เกากูดรีวิว Rest sea เกากูด

Check - in เสร็จเรียบร้อย ก็เดินชิลๆ เข้าห้องพัก

รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood

ห้องที่ฝนพักเป็นห้อง Deluxe Villa เป็น Villa แต่ไม่มีสระว่ายน้ำ

ส่วนภาพด้านล่างเป็นห้อง Deluxe Pool Villa เพื่อนอีกคนพักอยู่ เลยขอเข้าไปถ่ายรูป


มาดูบรรยากาศในห้องที่ฝนพักกันดีกว่าค่ะ

บรรยากาศภายในห้องกว้างขวาง หัวเตียงตกแต่งด้วยไม้ไผ่ ตัดกับสีไฟวอร์มไวท์ ให้โทนอบอุ่น

รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood

รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood

มีมุมไว้สำหรับนั่งเล่น พักผ่อน


ส่วน Facilities ก็จะมี ทีวี ตู้เย็น กาต้มน้ำ ไดร์เป่าผม และ Slipper


ห้องน้ำจะมี 2 โซน แยก เปียก - แห้ง



รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood

สำรวจห้องเสร็จ อาบน้ำเปลี่ยนผ้าไปทานข้าวเที่ยง

รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood

ฝนชอบอาหารของที่นี่นะ รสชาติไม่จัดจ้านแถมยังเสิร์ฟมาในภาชนะที่เก๋ไก๋่ บ่งบอกถึงความเป็นไทย


นอกจากรูปลักษณ์ที่ดูสวย รสชาติก็ยังอร่อยอีกด้วย เขียนไปน้ำลายแตกฟองไป......^^

รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood

อิ่มแล้ว ไปเดินสำรวจรอบๆ รีสอร์ทกันดีกว่า

ใกล้กับห้องอาหาร เป็นสระว่ายน้ำตั้งอยู่หน้าหาด ซึ่งกลางคืนจะเปลี่ยนสีได้ด้วย เสียดายมาก มัวแต่กระดกขวดเบียร์จนลืมเก็บรูปมาฝากกัน

รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood

เจ้าน้องชายตัวแสบ เห็นสระว่ายน้ำเป็นไม่ได้ ต้องรีบลงไปเช็คอิน เดี๋ยวจะมาไม่ถึง
ดู๊....ดูว มันทำท่าเข้า

รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood

ส่วนนี่เป็นมุมมหาชน ที่ใครมาพักที่นี่ต้องถ่ายรูป นั่นคือแปลกลางน้ำ 
ถ้าใครมีโดรน ถ่ายมุมสูงจะเด็ดมาก ส่วนฝนไม่มีโดรนเลยได้มุมนี้มา T_T


แป็บๆ ได้เวลาอาหารค่ำอีกละ

จัดอาหารเรียกน้ำย่อยก่อนรอ Main Course

รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood

Steak ปลาจานนี้อร่อยแค่ไหน ไม่ต้องบรรยาย เพราะฝนใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ในการจัดการกับ Steak ชิ้นนี้


มาดูเมนูของหวานที่ไอเดียสุดบรรเจิดกันบ้าง ไม่รู้ว่าเมนูนี้มีชื่อเรียกว่าอะไรนะ แต่ถ้าไปพักที่ Rest Sea Resort อยากให้สั่งกัน ฝนว่ามันอร่อยดีไม่หวานมาก

ข้างในไข่อันนึงเป็นวุ้นคล้ายๆ วุ้นมะพร้าว ส่วนอีกอันเป็นครีม หอมๆ มันๆ

รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood

กินมื้อค้ำเสร็จ ก็เมาส์มอยหอยสังข์กับบรรดาเพื่อนใหม่กว่าจะได้นอนปาเข้าไปตี 2 

ตื่นมาต้อนรับเช้าอันสดใส 

รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood

ยืนชมนกชมไม้ ริมหน้าต่าง ชีวิตช่าง Slow Life เนอะ ว่ามะ!!!!


ถ่ายรูปทำมิวสิค มาเยอะแล้ว รีบอาบน้ำแต่งตัวไปกินอาหารเช้าดีกว่า ถ้าเกิน 10 โมง เดี๋ยวจะอดกิน

ฝนสั่ง Egg Benedict มา 1 จาน กินไปดูวิวทะเลไป พลางนั่งคิดว่า นี่ถ้าตื่นเช้ามาได้กินอาหารริมทะเลทุกวันแบบนี้คงจะฟินน่าดู #มโนนนนน

รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood

มโนเสร็จแล้ว เดินไปสำรวจไลน์อาหารอื่นต่อ

อาหารเช้าที่นี่ไม่ได้เป็นแบบบุฟเฟต์ทั้งหมดนะ คือสามารถสั่งจานหลักได้ 1 จานเท่านั้น
แต่พวกซีเรียล ขนมปัง ผลไม้และเครื่องดื่มจะเป็นแบบบุฟเฟต์

รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood

ท้องอิ่มแล้ว เตรียมตัวทำกิจกรรมละลายไขมันกันดีกว่า

ทางรีสอร์ท มีเรือคายัคให้พายเล่นด้วยนะ ใครมาพักที่นี่ไม่ต้องกลัวจะเหงา เพราะมีกิจกรรมหลายอย่างให้ทำ 
สำหรับใครที่ไม่อยากพายเรือ ทางรีสอร์ทมีบริการดำน้ำด้วยทั้งดำน้ำลึกและสน็อคเกิ้ล ลองไปติดต่อดู ราคาไม่แพง

รีวิว Rest Sea Resort Koh Kood

เวลาแห่งความสุขมักเดินเร็วเสมอ ไม่กี่อึดใจก็ต้องกลับกรุงเทพแล้ว งั้นฝนจบบล็อกนี้ไว้แค่นี้แหละเนอะ 

ส่วนใครที่สนใจไปพักที่ Rest Sea Resort Koh Kood ติดต่อได้ที่


Phone: 090-897-8844
Email: restseakohkood@gmail.com
pizza in the sky



ชื่อร้าน Pizza in the Sky  ผมเชื่อว่าหลายคนมาเที่ยวโอกินาว่า ต้องได้ยินชื่อนี้แน่ๆ เมื่อมาถึง ผมทำการจองคิว แล้วก็เข้ามามาเดินชมวิว รอบๆร้าน เพื่อรอรอเวลา


สำหรับร้านนี้ไม่แปลกใจเลยทำไม ผู้คนถึงพูดถึงวิวที่ร้าน  pizza in the sky  มาก เพราะ ด้วยภาพที่ผมเห็นด้านหน้า วิวสวยเหลือเกิน  แถมกลิ่นหอมของพิซซ่าก็ หอมลอยมาเข้าจมูกผมตลอด




ไม่นานนัก เจ้าหน้าที่ร้านก็เรียกคิวผม .... ปล่อยให้หิวตั้งนาน555


ผมเลือกนั่งด้านใน เพราะอากาศ ด้านนอกหนาวมากกก ร่างกายเค้ายังต้องการความอบอุ่นอยู่


ที่เห็นพัด จริงๆ เป็นเมนูอาหารนะครับ จะมีเขียน เมนูไว้ไม่กี่อย่างเอง และ ผมก็จัดการเลือก จานเด็ดๆๆมาเลย


เริ่มต้นด้วย พิซซ่า จานใหญ่ จานนี้ไม่ต้องบอกความอร่อย เลย เพราะเป็นของขึ้นชื่อของที่นี่อยู่แล้ว พิซซ่าหอมมากกก แบ่งกันทานคนละสองชิ้นยังอยากทานอีกเลย


ผมสั่งสลัด มา ทานแก้เลี่ยน


พิซซ่าที่นี่เป็น พิซซ่าเตาถ่าน ทำให้กลิ่นหอมมากก


ชิสมาเต็มๆๆเลย



สำหรับคนมองหา ร้านพิซซ่าอร่อยๆๆ อยากแนะนำเลยครับ ที่ร้าน pizza in the sky คือคำตอบ ว่าต้องมาให้ได้

ดินแดนแห่งศรัทธาและความเชื่อ



การเดินทางของผมเริ่มต้นอีกครั้ง เนื่องจากมีวันหยุดพิเศษ มนุษย์เงินเดือนอย่างผมไม่รอช้า จัดทริปกระทันหันทันที จากการคุยกับเพื่อน ว่าเราจะไปเที่ยวไหนกันดี มีเพื่อนเสนอว่า เราเป็นพม่ากันมั้ย ไปไหว้พระกัน เป็นช่วงวันเข้าพรรษา ผมตกลงทันที เพราะผมตั้งใจหลายครั้งแล้วว่าอยากจะมาพม่า แต่ไม่มีโอกาสซักที

ทริปนี้ตัดสินใจจองตั๋ว จองที่พักอย่างรวดเร็ว ถูกและดี คือ คอนเซ็ปของเรา 555

ติดตามเพจ ได้ที่ www.facebook.com/yhibklong


ติดตามรีวิวอื่นได้ที่ www.yhibklong.com





เพื่อนจัดการหาไกด์ทริปครั้งนี้ หาข้อมูลเปรียบเทียบหลายเจ้ามาลงเองที่ Nanda Traveller เป็นคนพม่าที่พูดภาษาอังกฤษดีเยี่ยมเลยครับ เมื่อเรามาถึงย่างกุ้ง ออกมาก็เจอป้ายต้อนรับอย่างอบอุ่น ประทับใจ




ชาวเรามากัน สี่คน จึงใช้รถขนาดเล็ก นั่งสบายปลอดภัย แต่ถ้ามากันหลายคน Nanda ก็มีบริการรถขนาดใหญ่นะครับ





















First meal in Yangon, Myanmar at Khaing Khaing Kyaw 

ผมบอกอยากทานอาหารท้องถิ่นพม่า Nanda แนะนำร้านนี้เลย ตอนแรกก็เห็นอาหารแบบสีดำๆ อารมณ์เหมือนแกงอะไรซักอย่าง ด้วยความหิว ปนกับอยากลอง จึงสั่งมาเต็มโต๊ะกันเลยทีเดียวครับ 




ตอนแรกก็เกี่ยงกับเพื่อนว่า ใครจะเป็นคนลองก่อน ก็ได้ข้อสรุปว่า ลองกันคงละอย่างละกัน หลังจากชิมกันแล้ว ก็มีความเห็นว่าอร่อยทุกอย่าง ไม่น่าเชื่อ อาหารพม่าชั่งถูกปากพวกเราจริงๆครับ น้ำพริกอร่อยมากกกก ผักมีความสด ผมกับเพื่อน กินอย่างเอร็ดอร่อย ใครจะมาแนะนำร้านนี้นะครับ ประทับใจมาก ราคามิตรภาพด้วยครับ






















เมื่อท้องอิ่ม เราเดินทางกันต่อครับ สถานที่ที่แรก คือ วัดเจดีย์ไจ๊ปุน (Kyaik Pun Pagoda) เมืองหงสาวดี (Bago) ประเทศพม่า เป็นวัดที่สร้างเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์ หันพระพักตร์ไปทุกทิศ แทนความหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ ถ้าเทียบจากขนาดตัวคน จะเห็นได้ว่า พระพุทธรูปมีขนาดใหญ่มากทีเดียว และมีความงดงามแบบศิลปะของพม่าครับ













ไม่ไกลนัก เราก็มาถึง พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว หรือ พระนอนยิ้มหวาน (Shwethalyaung Buddha) เมืองหงสาวดี (Bago) ประเทศพม่า เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์อันดับสองของเมืองหงสาวดี รองจากพระมหาธาตุมุเตา และเป็นพระพุทธไสยาสน์ที่มีความยาว 181 ฟุต สูง 50 ฟุต 




ภายในบริเวณ มีที่ขายของพม่า ร้านค้ามากมาย แม่ค้าพากันเชียร์ให้ซื้อของ เค้าบอกว่าที่นี่ถูกที่สุด ผมเลือกดูโสร่งที่ถูกใจ ในราคา สองร้อยบาท ส่วนเพื่อนผู้หญิงก็ได้ผ้าถุงพม่ากันคนละผืน สีสันสวยงาม เราจะเป็นร่างกลมกลืนเป็นชาวพม่ากันแล้วนะครับ






ไม่นานฝนนักก็ตกหนัก เรามาถึง สถานที่ที่สาม กันแล้ว Mahazedi Pagoda เมืองหงสาวดี (Bago) ประเทศพม่า เป็นเจดีย์ใหญ่สูงเด่นตระหง่านอยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง ฐานเป็นรูปทรงปิรามิดแปดเหลี่ยมใหญ่มาก ตัวเจดีมีลักษณะเป็นฐานทรงแปดเหลี่ยมสีขาว ซ้อนกันสูงถึง 9 ชั้น ส่วนบนเป็นองค์เจดีย์ฐานทรงกลมสีทอง ภายในบรรจุพระเขี้ยวแก้วที่ได้มาจากศรีลังกา









น่าเสียดายที่ฝนตกหนักเกินไป ผมเก็บภาพเจดีย์มาให้ชมได้แค่นี้ครับ ซึ่งมีความงดงามมากจริงๆ









Kanbawzathadi Golden Palace พระราชวังกัมโพชธานี พระราชวังแห่งเมืองหงสาวดี (พะโค) ของพระเจ้าบุเรงนอง เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของพระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอ (พระธาตุมุเตา) 










"บัลลังก์ภุมรินทร์" หรือ "บัลลังก์ผึ้ง" พระที่นั่งจำลองของพระเจ้าบุเรงนอง














ด้วยความอลังการของพระราชวังสีทองอร่ามตามาก เพื่อนเหมือนแม่นางมาก 


























เรามาฝากท้องอาหารกลางวันที่ ร้าน HanthaWaddy ซึ่งอยู่ติดกับวัง เราดูเมนูก็ไม่รู้จะสั่งอะไร เพื่อความปลอดภัยจึงสั่งทุกอย่างที่เป็นไก่ ต้มข่าไก่ ไก่ผัดพริกไทยดำ แล้วก็ไข่เจียว รสชาติอาหารอร่อยดี คล้ายๆบ้านเรา 









เราออกจากเมืองหงสาวดีเพื่อเดินทางไกลไปที่พระธาตุอินแขวน ซึ่งอยู่ที่เขาไจ้ติโย ซึ่งต้องนั่งรถอีก 3 ชั่วโมงเราจองที่พีพักโลตัส ดา ดาร์ ผ่าน agoda เลือกเป็นห้องใหญ่ เพื่อความปลอดภัย และราคาไม่แพงด้วยครับ บล๊อกหน้าจะพาไปชมและนมัสการพระธาตุอินแขวนด้วยกันนะครับ