ก่อนจะเดินทางมาน่าน มักจะมีคำถาม จากหลายๆคนเสมอ ว่าน่านมีอะไรให้เที่ยวบ้าง ถ้ามีเวลาน้อยไปเที่ยวไหนได้บ้าง ...ก้องได้แต่บอกเล่าเรื่องราวของน่าน ผ่านรูปภาพและตัวอักษร ให้หลายต่อหลายคน แต่ยังไม่เคยสรุปเป็นข้อมูลเต็มๆให้ในเพจซักที จนเกิดเป็นรีวิวสั้นๆขึ้นมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของน่าน เมือง ที่ ใครได้ผ่านมาเที่ยว มาสัมผัสมักจะหลงใหลกับที่แห่งนี้ ก้องหวังว่าเส้นทางตามรอยความโรแมนติก น่าน-ปัว ที่จะทำให้หนาวนี้ของเพื่อนๆ ออกไปเที่ยวชมท้องนาพร้อมกับดื่มด่ำอากาศที่เย็นสบาย กับรอยยิ้มของคนน่านที่น่ารักและใจดี



วัดพระธาตุเขาน้อย 

 เป็นวัดราษฎร์ องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย  สร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ. 2030 องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่อ อิฐถือปูนทั้งองค์ เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัม พุทธเจ้าได้ รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ในสมัยพระเจ้าสุริยพงศ์ผริต เดชฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า และวิหารสร้างในสมัยนี้เช่นกันวัดพระธาตุเขาน้อย เป็นปูชนียสถานที่สำคัญ และเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของ จ.น่าน สันนิษฐานว่ามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง


หน้าวัดมีทางขึ้นเป็นบันไดนาค 303 ขั้น จากวัดพระธาตุเขาน้อย สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ ประดิษฐานพระพุทธมหา อุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ทรงเจริญ พระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542



หากถ้าใครได้ขึ้นมาชมวิว บนนี้ ผมรับรองว่า ต้องชอบแน่ๆๆ เพราะนอกจากจะได้มาไหว้พระทำบุญแล้ว ยังได้ ขึ้นมาชมวิว สวยงาม บนพระธาตุเขาน้อยแห่งนี้อีกด้วย


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน 

เดิมเป็นที่ประทับของพระเจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดชฯ พระเจ้าน่าน ทรงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2446
ครั้นเมื่อเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้ายถึงพิราลัย เจ้านายบุตรหลานของเจ้าผู้ครองนครน่านจึงได้มอบหอคำหลังนี้พร้อมที่ดินให้แก่รัฐบาล เพื่อใช้เป็นอาคารศาลากลางจังหวัดน่าน ต่อมาเมื่อกระทรวงมหาดไทยได้ก่อสร้างอาคารศาลากลางจังหวัดหลังใหม่ขึ้น กรมศิลปากรจึงได้ขอรับมอบอาคารเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ขึ้นในปี พ.ศ. 2517 และประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการขึ้นในปี พ.ศ. 2528 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานประกอบพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2530


ที่ด้านใน ยังมีซุ้มโค้งต้นไม้สวยงามอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งความงามของพิพิธภัณฑสถานแห่งนี้


สำหรับด้านในยังมี การจัดแสดงของเก่าในสมัยก่อนพร้อมประวัติที่น่าสนใจ ให้เราได้เรียนรู้และศึกษากันอีกด้วย


งาช้างดำ
ความเป็นมาของงาช้างดำนี้ไม่มีหลักฐานแน่ชัด มีเพียงตำนานเล่าสืบต่อกันมา 2 เรื่อง เรื่องแรก ในสมัยพระเจ้าสุมนเทวราช เจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน (พ.ศ. 2353-2368) มีพรานคนเมืองน่านได้เข้าป่า ล่าสัตว์เข้าไปถึงเขตแดนระหว่างไทยกับเชียงตุงได้พบซากช้างตัวดำสนิทตายในห้วย พอดีกับพรานชาวเชียงตุงมาพบด้วยพรานทั้งสองจึงแบ่งงาช้างดำกันคนละข้าง ต่างคนก็นำมาถวายเจ้าเมือง ต่อมาเจ้าเมืองเชียงตุง ได้ส่งสารมาทูลเจ้าสุมนเทวราชว่า "ตราบใดงาช้างดำคู่นี้ไม่สูญหาย เมืองน่านกับเมืองเชียงตุงจะเป็นมิตรไมตรีกันตลอดไป..." เรื่องที่สอง เมืองน่านยกทัพไปล้อมเมืองเชียงตุงหลายเดือน ทำให้ชาวเมืองเชียงตุงเดือดร้อน โหรเมืองเชียงตุงทูลเจ้าเมืองว่า "เป็นเพราะมีงาช้างดำอยู่ด้วยกัน ทางที่ดีควรแยกออกจากกัน..." จึงนำงาช้างดำกิ่งหนึ่งมอบให้กองทัพเมืองน่านแล้วกระทำสัตย์สาบานเป็นมิตรกันตลอดกาล ความสำคัญของงาช้างดำนี้เชื่อกันว่า พญาการเมือง เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 6 ราวพุทธศตวรรษที่ 20 ได้ทำพิธีสาปแช่งเอาไว้ว่า "ให้งาช้างดำนี้เป็นของคู่บ้านคู่เมืองน่านตลอดไป ผู้ใดจะนำไปเป็นสมบัติส่วนตัวมิได้ ต้องไว้ที่หอคำหรือวังเจ้าผู้ครองนครน่านเท่านั้น..."


นอกเสียจากความรู้จากพิพิธภัณฑ์ แล้วภายในยังมี โบราณสถานวัดน้อย วัดที่เล็กที่สุดในเมืองไทย

ประวัติความเป็นมา จากคำบอกเล่าสืบต่อกันมา เชื่อว่าพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 63 กราบบังคมทูล ถึงจำนวนวัดในเมืองน่านต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 แต่ปรากฏว่านับจำนวนวัดเกินไป หนึ่งวัด จึงได้สร้างวัดน้อยแห่งนี้ขึ้นมา ให้ครบตามจำนวนที่กราบบังคมทูลไป


วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร

อยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน นับเป็น ปูชนียสถานสำคัญ เป็นเจดีย์ที่ได้รับอิทธิพลทางด้านศิลปะสุโขทัย

ภายในวัดประดิษฐาน เจดีย์ช้างค้ำ ซึ่งเป็นศิลปสมัยสุโขทัย อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 รอบเจดีย์ มีรูปปั้นช้างปูนปั้น เพียงครึ่งตัวประดับอยู่โดยรอบ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปทองคำปางลีลา คือ พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนี ซึ่งเป็นทองคำ 65 % สูง 145 เซนติเมตร ยอดพระโมฬีทำเสริมเมื่อ พ.ศ. 2442 หนัก 69 บาท เจ้างั่วฬารผาสุม เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 14 แห่งราชวงค์ภูคา เป็นผู้สร้าง เมื่อวันพุธ เดือน 6 เหนือ พ.ศ. 1969 เป็นศิลปะสุโขทัย ประดิษฐานอยู่ที่หอพระไตรปิฎก ใหญ่ที่สุดในประเทศ




พระบรมธาตุแช่แห้ง

 พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวน่าน วัดพระบรมธาตุแช่แห้งตั้งอยู่ที่บ้านหนองเต่า ตำบลม่วงตึ๊ด กิ่งอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน อยู่ห่างจากตัวเมืองไปราว 2กม. เส้นทางสายน่าน-แม่จริม สันนิษฐานว่ามี อายุราว 600 ปี พญาการเมืองโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1891 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้มาจาก กรุงสุโขทัย องค์พระธาตุมีีความสูง55.5 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 22.5 เมตร บุด้วยทอง เหลืองหมดทั้งองค์ เป็นโบราณสถาน ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของล้านนา ทุกปีจะมีงานนมัสการ พระบรมธาตุแช่แห้ง ระหว่างวันขึ้น 11 ค่ำ ถึง 15 ค่ำเดือน 6 ทางเหนือ ซึ่งจะอยู่ราวปลายเดือนกุมภาพันธ์หรือต้นเดือนมีนาคมของทุกปี พระบรมธาตุแช่แห้งปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองน่าน มีอายุกว่า 600 ปี ตามพงศาวดาเมืองน่านกล่าวว่าพญาการเมืองโปรดเกล้าให้ สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากเมืองสุโขทัยระหว่างปี พ.ศ.1891-1901 สถาปัตยกรรมด้านโบสถ์ของวัดพระธาตุแช่แห้ง ที่สำคัญและแสดงให้เห็นถึงแบบอย่างสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมสกุลช่างน่าน



ภายใน วัดยังมี จุดสวยงามอีกหลายที่ หากใครไปช่วงจังหวะที่มีงานพอดี คนอาจจะเยอเเน่นวัดเลยก็เป็นไ้ด้

วัดภูมินทร์

วัดหลวงเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 400 ปีที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองน่าน ด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งนี้ประวัติการสร้างวัดภูมินทร์ตามพงศาวดารเมืองน่าน ได้กล่าวไว้ว่า พระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์เจ้าผู้ครองนครน่านได้สร้างวัดภูมินทร์ขึ้นมา หลังจากที่ครองนครน่านได้ 6 ปี เมื่อปี พ.ศ. 2139 อีกทั้งยังมีปรากฏในคัมภีร์เมืองเหนือว่า วัดแห่งนี้เดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” และต่อมาในภายหลัง ชื่อวัดได้เพี้ยนไปกลายเป็นวัดภูมินทร์

ที่หน้าวัดยังมี “ช่องประตูโขง” ใต้ท้องพญานาค เชื่อกันว่า หากใครได้ลอดผ่านแล้วจะมีความโชคดีในชีวิต หากเป็นคนต่างถิ่นจะได้กลับมาเยือนเมืองน่านอีกครั้ง




ด้านในวัดภูมินทร์ ยังมี ภาพวาดที่มีชื่อเสียง ที่หลายๆคนมักจะแวะเข้ามา ถ่ายรูปและ รับฟังเรื่องราว ในอดีตผ่านภาพวาดนี้ โดยภาพที่ผมบอกจะชื่อว่า  “ปู่ม่านย่าม่าน” อันลือเลื่อง ซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็นภาพงามเยี่ยมของวัดภูมินทร์ ทั้งยังได้รับฉายาว่า “ภาพกระซิบรักบรรลือโลก”

พระอุโบสถจตุรมุข ความสวยแปลกของวัดภูมินทร์ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน เป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทยก็คือ โดยมีพระประธานจตุรทิศปางมารวิชัย 4 องค์ หันหน้าออกสู่ประตูทั้ง 4 ทิศ



เฮือนฮอม

สำหรับ เพื่อนๆที่ มาเที่ยวน่าน ต้องไม่พลาด อาหารเหนือ แสนอร่อย ที่น่าน ก็มีร้านอาหารเหนือ
ชื่อ ร้าน เฮือนฮอมที่เปิดขายอาหารเหนือมา หลายปี และเป็นที่รู้จักของคนน่านดีในเรื่องรสชาติที่อร่อย จน เป็นที่เลื่องลือ คนที่มาเที่ยวน่าน ว่ามาน่านต้องไม่ควรพลาด ร้านเฮือนฮอม นี้


ถนนคนเดิน น่าน

ช่วงเย็นๆๆ ถ้าในวันเสาร์ จะมีถนนคนเดินให้ เราเดินเลือกซื้อของช้อปปิ้งกันได้เต็มที่ ถนนคนเดินของน่าน ยาวมาก และของกินก็เยอะมากเช่นกัน ทำเอาผมหมดเงินเพราะเลือกซื้อของกินเยอะมาก
นอกจากอาหาร ขนม ต่างๆแล้ว ถนนคนเดินแห่งนี้ ยังมีของฝาก ให้ เราเลือกซื้่อกลับไป ฝากคนที่คิดถึงกันอีก  ซึ่งของฝากที่นี่ น่ารักตรงที่ ของบางร้านมีแค่ที่น่านเท่านั้น  








พอเราเลือกซื้อ ขนม อาหารต่างๆได้แล้ว ก็ มา นั่งทานบริเวณลาน หน้าวัดภูมินทร์ ซึ่งจะมีบริการที่นั่งโต๊ะ และเสื่อ ให้ฟรี ถ้าเห็น คนลุกหรือที่ว่าง เมื่อไหร่สามารถเข้าไปนั่ง ได้เลย แถมตกกลางคืนอากาศที่เย็นสบาย แถมมีเพลง ดนตรีสด เล่นขับกล่อม ให้ระหว่างทานอาหาร ทำเอา มีความสุขระหว่างทาน



จาก ในตัวเมืองน่าน มาต่อ ที่อำเภอ ปัว อำเภอเล็กๆ ที่มีท้องนาที่สวยงาม เหลือเกิน และนอกจากนาสวยๆแล้วยังมีดอยภูคา ที่เป็น ที่นิยมของเหล่านักท่องเที่ยว ที่ชอบเดินทางมากางเต๊นท์ และเดือน กุมภษาพันธ์ ยังมีดอกภูคา ที่มี ที่น่านที่เดียว บานให้ชมอีกด้วย


ที่พักราคาถูกที่ ปัว

นอกจากบรรยากาศที่สวยงดงามแล้ว ปัวยังมี ที่พักที่ราคาไม่แพง หลายที่ ส่วนใหญ่จะเป็นที่พักหลักร้อย และวิวที่ได้ ก็คุ้มค่าเหลือเกิน


ตอนเช้าๆ ยังออกมาเดินเล่น รอบๆท้องนา โดยไม่มีคน อีกด้วย นี่แหละ ที่ผมค้นหามานาน


ไม่แปลกใจ ว่าทำไม การเดินเล่นรอบๆๆของผม เดินอย่างมีความสุข พร้อมสูดอากาศ บริสุทธิ์ได้เต็มปอด ถ้าใครได้มาเที่ยวยังที่แห่งนี้ จะชอบและหลงรักตามผมเป็นแน่แท้


วัดภูเก็ต 

วัดภูเก็ต ตั้งชื่อตามหมู่บ้านเก็ต แต่เนื่องด้วยเป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินสูงซึ่งทางเหนือเรียกว่า "ดอย" หรือ "ภู" จึงตั้งชื่อว่าวัดภูเก็ต หมายถึง วัดที่ตั้งอยู่บนภูบ้านเก็ต วัดภูเก็ตแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูมหัศจรรย์ มีฮวงจุ้ยถูกหลักทักษาพยากรณ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีภูมิประเทศสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน มีอุโบสถทรงล้านนาประยุกต์ จิตรกรรมฝาผนังสามมิติ เป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อแสนปัว หรือหลวงพ่อพุทธเมตตา" องค์ศักดิ์สิทธิ์ ผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก เพ่งตรงไปยังอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ใต้เชิงดอย เป็นพื้นที่ทำนาของชาวบ้าน เมื่อถึงฤดูหนาวจะเกิดทะเลหมอกสุดแสนประทับใจ ข้างล่างเชิงเขามีแม่น้ำไหลผ่าน ซึ่งเป็นน้ำซับ ซึมมาจากใต้ดินไหลรินรวมกัน เป็นลำธารให้ฝูงปลาและสัตว์น้ำอยู่อาศัย เป็นเขตอภัยทาน


ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ 

ร้านกาแฟ เล็กๆ ท่ามกลางท้องนา ที่อำเภอ ปัว ที่มีกาแฟอร่อย ราคาไม่แพง แถมยังมีวิวที่สวยงาม การเดินทางมาที่ปัว เพื่อนๆห้ามพลาดร้านกาแฟร้านนี้โดยเด็ดขาด ยิ่งหากมา ทานกาแฟ ยามเย็น จะได้ มุมถ่ายภาพมากมาย และยัง มีลมเย็นๆ พัดผ่านทำเอาสดชื่นตลอดเวลา 









Share To:

yhibklong

Post A Comment: