ระหว่างขับรถท่ามกลางฝันที่ตกหนัก อยู่ๆในหัวผม กลับคิดย้อนเวลากลับไป ในช่วงเวลาที่ผมเริ่มหัดถ่ายภาพ ผมจำได้ขึ้นใจว่าที่ที่แรกของผม ที่ผมได้เดินทางออกไปรีวิว คือจังหวัดสมุทสงคราม นั้นเอง กลาลเวลากลับผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลายปี กลับเป็นในวันนี้ผมกลับคิดอยากกลับไปที่แรกที่ผมได้หยิบกล้องออกไปถ่ายรูปทำรีวิว จึงเกิดเป็นทริปสั้นๆ เช้าเย็นกลับ ที่ สมุทรสงคราม ด้วยเงิน500บาท
ค่าน้ำมันไปกลับ 400 บาท
ค่าขนม 250 บาท
ค่าข้าว 120 บาท
ค่าทำบุญ 100 บาท
รวม 870 บาท หาร 2 (เพราะไป2 คน) ตกคนละ 435  แต่ที่เหลือเอาไปซื้อของฝากหมดครับ 555




เช้าวันเสาร์ ผมออกเดินทางพร้อมรอยยิ้ม การเดินทางมาที่สมุทรปราการ ไม่ได้ไกลอย่างภาพในวันก่อน เพียงไม่ชั่วโมงนิดๆ ผมก็มาถึงที่หมายแรก วัดเพชรสมุทรวรวิหาร แต่ด้วยความหิวที่ไม่ได้ทานอาหารมาตั้งแต่เช้า เลยแวะเข้าไปทานร้านก๋วยเตี๋ยวก๋องเมงจั้น ที่อยู่ด้านหน้าวัดก่อน นอกจากก๋วยเตี๋ยวที่ขึ้นชื่อของที่นี่แล้ว ยังมีขนมจีบ ลูกใหญ่เนื้อเน้นๆ ให้สั่งทานกันอีกด้วย


ที่ร้าน ก๋วยเตี๋ยวก๋องเมงจั้น จะขึ้นชื่อเรื่องบะหมี่ครับ ที่ ทำได้เส้นเหนียวนุ่ม หมูแดงก็หอมอร่อยเลยทีเดียว



แม้จะเป็นร้านเล็กๆ แต่ คุณภาพไม่ได้เล็กตามเลย ครับ  พอหมดชามแรก ผมไม่รีรอรอ รีบสั่งต่ออีก 1 ชามทันที ทำให้มื้อเที่ยงผมอิ่มสบายพร้อมลุยต่อทันที


ผมเดินออกจากร้านก๋วยเตี๋ยว เดินมาไม่ไกล ก็ถึง วัดเพชรสมุทรวรวิหาร



วัดเพชรสมุทรวรวิหาร

วัดเพชรสมุทรวรวิหาร เดิมชื่อ "วัดศรีจำปา" สร้างขึ้นในราวรัชสมัยพระเจ้าปราสาททองแห่งกรุงศรีอยุธยาตาม ตำนานเล่าว่า ในปี พ.ศ. 2307ชาวบ้านแหลมในเขตเมืองเพชรบุรีอพยพหนีพม่ามาตั้งบ้านเรือน อยู่บริเวณตำบล แม่กลองเหนือวัดศรีจำปา และเรียกหมู่บ้านนี้ว่า "บ้านแหลม" ตามชื่อห มู่บ้านเดิมของตนชาวบ้านแหลมได้ช่วย กันบูรณะวัดศรีจำปาและเรียกวัดนี้ใหม่ว่า วัดบ้านแหลม" ต่อมาวัดบ้านแหลมได้ยกฐานะขึ้นเป็นอาราม หลวง ชั้นวรวิหาร ได้รับ พระราชทานนามว่า
วัดเพชรสมุทรวรวิหาร


สำหรับวัดเพชรสมุทรวรวิหาร  มีคนเคยบอกว่า หากมาเที่ยวสมุทรสงครามแล้วไม่ได้แวะมาที่วัดนี้ ถือว่ามาไม่ถึง สมุทรสงคราม


วัดบางกุ้ง

ผมขับรถตรงไปยัง วัดบางกุ้ง วัดที่ผมเชื่อว่าหลายๆคนจะเคยผ่านตา กันมาบ้างจากภาพ โบสถ์ปรกโพธิ์
ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ปกคลุมไปด้วยต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ จะมีองค์พระที่สวยงดงามอยู่ด้านใน


ผมเดินเข้ามาด้านใน เพื่อกราบไหว้หลวงพ่อนิลมณี อันเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ ของชาวบ้านที่นี่ เพียงแค่ผมนั่งมององค์พระอยู่กลับรู้สึก นิ่งไปราวกับมีมนต์มาสะกด ความอิ่มเอมกับความสุขที่อยู่ตรงหน้ากลับทำให้ผม รู้สึกเดินออกจากวัดไปพร้อมรอยยิ้มแห่งศรัทธา


นอกจากโบสถ์ปรกโพธิ์ แล้วยังมี พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ผู้คนต่างแวะเข้ามา ขอพร และกราบไหว้กันด้วย


ถัดมาไม่ไกล จะเป็นรูปปั้นแม่ไม้มวยไทย เอกลักษณ์ของวัดค่ายบางกุ้ง โดยแต่ละคู่จะเป็นท่ามวยไทยต่างๆ ให้เราได้ศึกษา



วัดอินทาราม 

ผมขับรถมาต่อที่วัดอินทาราม ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ ดูได้จากโบสถ์โบราณที่ผ่านกาลเวลามานานเกินร้อยปี  


ด้านหน้าจะมี ที่ให้เราทรงน้ำพระ  ในวันที่ผมไป คงอาจจะเป็นจังหวะพอดีที ทางวัดได้มีการให้ ร่วมไถโค ผมเลยช่วยบริจาคไถวัดไปด้วย แม้อาจจะเป็นเงินน้อยนิด แต่ก็หวังว่า เงินอันน้อยนิดของผมนั้นจะเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ ช่วยไถโค เหล่านี้


เมื่อเข้ามาด้านใน จะมีพระพุทธรูปหลวงพ่อโตอายุกว่า 300 ปี และยังมีพระอุโบสถสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง


องค์พระที่มีอายุ ยาวนานกว่า 300ปี ช่างสวยงาม เหลือเกิน



ถ้าไหว้พระพุทธรูปหลวงพ่อโตอายุกว่า 300 ปี เสร็จแล้ว ด้านในผู้คนยังนิยมจะมาทำพิธีลอดใต้โบสถ์สะเดาะเคราะห์ กันด้วย


The Kittens Koffie


ที่อัมพวายังมีร้าน The Kittens Koffie ที่เป็นร้านกาแฟน่ารักอยู่อีกที่นึง ซึ่งร้านกาแฟนี้อยู่ใกล้กับ
ศูนย์อนุรักษ์แมวไทย ร้านกาแฟ ที่นอกจากจะมีกาแฟ อร่อยๆแล้ว ที่นี่ยังมีขนมอร่อยๆ อีกด้วย และ
หากใครผ่านมาเที่ยวที่อัพวา แล้ว มองข้ามร้านนี้ไปผมถือว่าพลาดเสียเลยก็ว่าได้


ร้าน The Kittens Koffie เป็นร้านกาแฟ ที่ขนาดเล็กไม่ใหญ่มาก แต่จุดเด่นของร้านนี้พื้นๆที่รอบๆในร้าน เป็นรูปแมวเต็มไปหมด หากใครชอบแมวอยู่แล้ว คงจะถูกใจสาวกทาสแมวเลยก็ว่าได้


ถ้าใครชอบบรรยากาศ ชิวๆ ริมน้ำ ก็ สามารถ ออกไปนั่งด้านนอกได้ครับ ก็ได้ความชิวไปอีกแบบ


ส่วนตัวผมชอบ นั่งในร้านเย็นๆ ก็แวะเข้ามาเลือกมุม นั่งเล่นด้านในแทน  สิ่งนึงที่ทำให้ผมชอบร้าน The Kittens Koffie คือ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่แมว และแมว เท่านั้น ผมว่าคงถูกใจ คนรักแมวเป็นแน่แท้



ระหว่างถ่ายรูปเล่น ๆอยู่ ขนมที่ผมสั่งก็มาเสริฟ บนโต๊ะ ความหอมของขนมปังโทส ลอยมาแตะที่จมูกผมทันที


เมนูที่ผมสั่ง เป็น โทสที่ผสมกับผลไม้มากมาย ทำให้รสชาติ มีทั้งไอติมที่หอมหวาน และความเปี้ยวของผลไม้ที่หลากหลาย ผสมกับขนมปังที่หอม ทำให้ โทสนี้ออกมาอร่อยกลมกล่อมทีเดียว


ถ้าใครชอบทาน ฮันนี่โทส ผมจะบอกเลยว่าร้านนี้อร่อย เทียบเท่าร้านดังๆได้เลย แถมราคาก็ไม่แพงมาก จานนึงร้อยกว่าบาท แต่ความอร่อยคุ้มค่าเลยทีเดียว


อาสนวิหารแม่พระบังเกิด

ก่อนอื่นขอเล่าประวัติโดยย่อของที่นี่ก่อนนะครับ  อาสนวิหารแม่พระบังเกิด (อังกฤษ: Nativity of Our Lady Cathedral) ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลบางนกแขวก จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นอาสนวิหารประจำเขตมิสซังราชบุรี ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่การบังเกิดของพระแม่มารีย์ ถือเป็นสถานที่สักการะอันศักดิ์สิทธิ์ของคริสต์ชนนิกายโรมันคาทอลิกที่อาศัยอยู่โดยรอบ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1890 (พ.ศ. 2433) โดยบาทหลวงเปาโล ซัลมอน มิชชันนารีชาวฝรั่งเศส ใช้เวลาก่อสร้างถึง 6 ปี เป็นสถาปัตยกรรมกอทิกที่สร้างด้วยอิฐเผา ผนังฉาบด้วยปูนตำกับน้ำเชื้อมจากอ้อยใสสีดำ ภายในประดับด้วยกระจกสีที่สวยงามจากประเทศฝรั่งเศสที่เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระนางมารีย์พรหมจารีตามคัมภีร์ไบเบิล และภาพของบรรดานักบุญทั้งชายและหญิง มีรูปปั้น ธรรมาสน์ อ่างล้างบาป ขาเทียนลักษณะต่าง ๆ และรูปแกะสลักประดับบานประตู บรรยายเกร็ดประวัติในพระคัมภีร์คริสต์ศาสนาบางตอน


เสียดายวันที่ผมเดินทางมา โบสถ์ อาสนวิหารแม่พระบังเกิด มาช้าไปนิดเดียว เลยทำให้ไม่ได้เดินเข้าไปชมด้านใน แต่ ถึงแม้ไม่ได้เข้าชมไปด้านใน แค่ชม ความสวยงามรอบๆก็คุ้มแล้ว





หากใครผ่านมา เที่ยว อัมพวา อยากให้เลยมาชมความงดงามของ อาสนวิหารแม่พระบังเกิด กันซักนิดนะครับ สำหรับ การเดินทาง ไปตามเส้นทางสายสมุทรสงคราม-บางนกแขวก (เส้นทางเดียวกับอุทยาน ร. 2) เข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร อาสนวิหารแม่พระบังเกิดอยู่ทางซ้ายมือ หาไม่ยากครับ



ตลาดน้ำอัมพวา 


สุดท้ายก่อนกลับ ผม ขอปิดทริปนี้ด้วย การมาเที่ยวซื้อของฝากพร้อมของกินที่ตลาดน้ำอัมพวา ครับ และอย่างที่รู้ๆกันว่าตลาดน้ำอัมพวา มีของกิน ขนม และของฝากเยอะมาก ทำเอาเลือกไม่ถูก


ขนมของหวาน ต่าง ถูกวางไว้ให้เราเลือกซื้อตลอดสองข้างทาง หากใครเป็นขาช้อป ผมรับรอง จะได้ของฝากติดไม้ติดมือมากมายแน่นอน



เมื่อเดินออกมายังสะพาน เราจะเห็น อาหาร บนเรือ มีทั้งกุ้ง หอย ปู ปลาสดๆๆ ที่ นำมาขายในราคาไม่แพง ใครชอบอาหารทะเลพร้อมน้ำจิ้มแสนเด็ด ก็ไม่ควรพลาดนะครับ



กลิ่นกุ้ง ที่หอม ยั่วยวนใจ ทำเอาน้ำลายไหลไปหลายที 


สุดท้ายขอปิดทริป ในวันที่อากาศแสนดี ที่ จังหวัดสมุทรสงคราม ถ้าวันหยุดนี้เพื่อนๆ ว่างๆ ลองแวะมาเที่ยวที่นี่ได้นะครับ ได้ครบทั้งอิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้อง ครบรสเลยครับ 


ขอฝาก หน่อยนะครับ 

อยากขอนำเสนอ ร้านค้าประชารัฐสุขใจ” ซึ่งจะมี ในปั๊ม ปตท.ทั่วประเทศหลายแห่ง สำหรับสินค้าที่จำหน่ายในร้านค้าประชารัฐสุขใจนั้น สสว.ร่วมกับกรมพัฒนาชุมชน และผู้ว่าราชการจังหวัด ได้คัดเลือกสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์เด่นของแต่ละจังหวัด เพื่อนำมาวางขายในร้านค้าประชารัฐสุขใจ ประจำจังหวัดนั้นๆ ส่วนสินค้าที่ยังไม่ผ่านการคัดเลือก เพราะอาจมีข้อจำกัดด้านคุณภาพของตัวสินค้า หรือ Packaging สสว.จะช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยในพื้นที่ กระทรวงอุตสาหกรรม พช. เป็นต้น เพื่อช่วยพัฒนาและปรับปรุงตัวสินค้า
      หากต้องการข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมเราสามารถไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
TAT Call Center 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย หรือ www.tourismthailand.org
    




Share To:

yhibklong

Post A Comment: