การเดินทางไปปทุมธานีคราวนี้ของผม ผมเลือกเส้นทางเดินทางที่ไปไม่ยาก โดยขับไปเรื่อยๆ ตาม google map ที่เลือกจุดหมายไปยัง จังหวัดปทุมธานี ระหว่างขับรถก่อนจะถึงตัวเมืองปทุมธานี ผมมาแวะมาทาน ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดร้านอร่อยร้านนึง ชื่อว่า ร้านเจ๊โส่ย สำหรับร้านนี้ ราคาถึงแม้จะแพงไปซักนิด แต่ความอร่อย ถือว่าห้ามพลาดกันเลย

ติดตามเพจ ได้ที่ www.facebook.com/yhibklong
หรือเว็บท่องเที่ยว www.yhibklong.com

สอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติม กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย TAT Call Center 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย หรือ www.tourismthailand.org



อย่างที่บอกร้าน เจ๊โส่ย ดังเรื่องก๋วยเตี๋ยวเป็ด ผมเลยขอสั่ง เกาเหลาเป็ดตุ๋น และ เส้นเล็กเป็ดฉีก 
สำหรับจุดเด่นของเป็ดตุ๋นที่นี่ คือเนื้อเป็ดจะเปื่อยมาก เนื้อนุ่ม กลิ่นน้ำซุปหอม และเป็ดยังชิ้นใหญ่ เต็มชาม เลย


เส้นเล็กเป็ดฉีก ที่ มาพร้อมน้ำซุปหอม เนื้อนุ่ม อร่อย เครื่องใน พร้อมเลือด ถูกใส่มาเต็มชาม ให้เลือกทานได้เต็มที่ สำหรับใครที่ได้ผ่านมา ที่ปทุมธานี แล้วอยากหาก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ ผม แนะนำว่าให้มาลอง ก๋วยเตี๋ยวเป็ดเจ๊โส่ย ดูนะครับ


1 วัดท้ายเกาะ


ที่วัดท้ายเกาะจะมีเจดีย์ทรงรามัญแบบชะเวดากองที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดปทุมธานี เจดีย์ก่ออิฐภายในกำแพงแก้ว ทรงระฆังแบบมอญฐานแปดเหลี่ยม ตั้งอยู่บนฐานปัทม์ลูกแก้วอกไก่สองชั้น ตอนบนฐานปัทม์มีเจดีย์เล็กสี่องค์ทรงเดียวกับเจดีย์ประธาน ส่วนยอดเป็นฉัตรทำด้วยทองเหลือง


วัดดท้ายเกาะใหญ่ เป็นวัดรามัญ มีชื่อเดิมว่า วัดเวียงจาม ซึ่งเป็นภาษารามัญ แปลว่า วังจรเข้ วัดที่ชาวรามัญจากเมืองเยและเมืองเมาะตะมะได้อพยพหลบภัยมาพึ่งพระโพธิสมภารในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ตามที่ปรากฏในพงศาวดาร ปี พ.ศ. 2206 โดยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงโปรดเกล้าพระราชทานให้ครอบครัวชาวรามัญไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่สามโคก ปลายเขตแดนติดต่อกรุงศรีอยุธยา และชาวรามัญได้รวมกลุ่มก่อตั้งหมู่บ้าน เวียงจามและได้ก่อสร้างวัดเวียงจามเป็นศูนย์รวมทางพระพุทธศาสนาประจำหมู่บ้านและได้สร้างเจดีย์ชะเวดากองไว้ริมฝั่งน้ำเจ้าพระยาเพื่อสักการะบูชา และต่อมาในปี พ.ศ. 2482 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดท้ายเกาะใหญ่


วิวริมน้ำ พร้อมลมเย็นสบายๆ ที่ วัด้ายเกาะ


ที่วัดท้ายเกาะยังมี กุฏิลายจำหลักไม้สวยงามชมศาลาสองหลังต่อกัน โดยในสมัยก่อนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในคราวเสด็จประพาสต้น เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ร.ศ. 125


วัดท้ายเกาะ แม้จะเป็นวัดที่ไม่ใหญ่มาก แต่ภายในวัดกลับ เงียบสงบ ยังเป็นวัดที่สำคัญแห่งนึงของจังหวัดปทุมธานีด้วย


2 วัดโบสถ์ 


วัดโบสถ์ หรือ วัดหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ ตั้งอยู่อำเภอ สามโคก ปทุมธานี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2164 โดยชาวมอญที่อพยพมาจาก เมืองหงสาวดี เดิมเป็นวัดเก่าโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คือหลวงพ่อเหลือ ถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ของเมืองปทุมธานี



ที่ปทุมธานี มี 2 วัดโบสถ์ ด้วยกันที่ชือเดียวกัน และ อยู่ห่างกันสิบกว่า กม. แต่ที่คนนิยมมากันคือวัดโบสถ์แห่งนี้ ที่จะมีหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ และ หลวงพ่อโสธรองค์ใหญ่ วัดโบสถ์จะตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนฝั่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี


พอผม ไปกราบไหว้หลวงพ่อโตเสร็จแล้ว ก็ มากราบไหว้ หลวงพ่อโสธร องค์ใหญ่


เมื่อเทียบกับ ผู้คน จะเห็นได้ว่า หลวงพ่อโสธร ที่วัดโบสถ์ นั้นองค์ใหญ่มากเลยทีเดียว


ที่ด้านหลัง ของวัดโบสถ์ ยังติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยังมานั่งชมวิวหรือมาปล่อยปลา ให้อาหารปลา ก็ได้ครับ


ผมเดินลงมาที่แพ พร้อมซื้ออาหารปลา เพื่อนำไปให้อาหารปลาที่ หน้าแพ เพียงแค่โยนอาหารลงไปไม่ทันไร ปลาน้อยใหญ่ต่างแหวว่ายขึ้นมา แย่งอาหารทานอย่างรวดเร็ว


มาเที่ยวที่วัดโบสถ์แห่งนี้ นอกจากจะได้ บุญ แล้วยังมารับอากาศที่ดี บริเวณริมแม่น้ำอีกด้วย หากใครมีเวลามากพอ ผมแนะนำให้เข้าไปชม พิพิธภัณฑ์ วัดโบสถ์ ในพิพิธภัณฑ์ ยังมีของมีค่า มากมายให้เราชมด้วยครับ 


3 วัดเจดีย์ทอง


 วัดเจดีย์ทอง ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ปทุมธานี เอกลักษณ์ของวัด คือ เจดีย์สีทอง สร้างในสมัยต้น กรุงรัตน โกสินทร์โดยชาวมอญ


 วัดเจดีย์ทอง  เป็นสถาปัตยกรรมมอญที่เลียนแบบมาจากเจดีย์จิตตะกองของพม่าเป็นเจดีย์ทองบ้างเจดีย์สีขาวบ้าง พระพุทธรูป ศักดิ์สิทธิ์คือพระพุทธรูปหยกขาว ศิลปะล้านนา


ประวัติความเป็นมา วัดเจดีย์ทองเป็นวัดเก่ามีมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี หลักฐานที่พบ คือ เสมาขนาดใหญ่หินทรายแดง ต่อมาสมัยกรุงธนบุรีและต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีชาวรามัญอพยพหนีพม่าจากเมือง เมาะตะมะ โดยมีพระยารามราชบุตรเขยพระยาเจ่ง เป็นพระเจ้ามหาโยธาเป็นผู้นำ เข้ามาอยู่ทั่วเมืองสามโคก เป็นผู้ริเริ่มบูรณะและสร้างถาวรวัตถุ กุฏิศาลาขึ้นใหม่ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2508


แม้วันนี้ที่ วัดเจดีย์ทอง จะค่อนข้างเก่ามากก็ตาม แต่ ยังถือว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่น่ารักษาไว้อีกทีหนึ่งของจังหวัดปทุมธานี 




 4 กระท่อมลุงจรณ์


แม้กระท่อมลุงจรณ์ อาจจะยังไม่เป็นที่คุ้นหูหลายๆคนก็ตาม แต่กระท่อมลุงจรณ์ที่ผมพามาแนะนำให้รู้จักนั้นแปลกกว่าที่ไหนๆ เพราะกระท่อมลุงจรณ์ เกิดจากความรักของต้นกระบองเพชร ี่ยาวนานกว่า40ปี


เมื่อเราเดินเข้ามาด้านใน จะพบต้นกระบองเพชร มากมายหลายสายพันธ์ เต็มไปหมด


ถ้าเราชอบต้นไหน สามารถ เดินเข้าไปเลือกซื้อได้ เลย โดยทางเข้าจะมีกะบะ ไว้ใส่ต้นกระบองเพชร


ถ้าใครอยากทราบ ข้อมูลเบื้องต้น เราก็สามารถเดินไปถามเจ้าหน้าที่ได้เลยครับ ทางเค้าจะแนะนำข้อมูลความรู้ดีดี ให้เราทราบ ก่อนที่เราจะเลือกซื้อ ต้นกระบองเพชร แต่ละต้น


ด้านในกระท่อมลุงจรณ์ ใหญ่มากครับ เราสามารถนัดชมสวนได้แต่ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ามานะครับ  เสียดายที่นี่ ต้นกระบองเพชรไม่ได้ติดราคาไว้ ทำให้เวลาจะเลือกซื้อแต่ละต้นต้องเดินไปถาม


สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่านได้ที่  http://www.uncle-chorn.com เปิดบ้านทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ ยกเว้น วันพุธ ตั้งแต่เวลา 08:00 – 17-00น.  ***กรุณาโทรนัดล่วงหน้า ก่อนเข้าชมสวน***


5 ตลาดริมน้ำวัดศาลเจ้า


ถ้าใครมาเที่ยวปทุมธานี แล้วไม่ได้มาเที่ยวที่วัดแห่งนี้แล้วละก็ เหมือนมาไม่ถึงปทุมธานีเลยก็ว่าได้


ที่ตลาดริมน้ำวัดศาลเจ้า ยังมีผู้คนนิยม มากราบขอพร “เซียนแปะ โรงสี” , “เซียนแปะกิมเคย” หรือ “เซียนแปะโง้วกิมโคย” ฆราวาสชาวจีนผู้เรืองเวทย์


ด้านวิทยาคม เซียนแปะกิมเคย ท่านมีวิชาไล่ฝน ปรับเปลี่ยนดินฟ้าอากาศจากที่ฟ้ามืดครึ้มคล้ายฝนจะตกกลับกลายเป็นท้องฟ้าที่แจ่มใส เล่ากันต่อมาว่าท่านมีองค์ประทับอยู่ซึ่งคือองค์ของเจ้าพ่อวัดศาลเจ้านั้นเอง และเมื่อการคมนาคมสามารถเดินทางได้สะดวกขึ้น 


เซียนแปะกิมเคยมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ส่วนใหญ่จะขอให้ท่านช่วยชี้แนะเกี่ยวกับฮวงจุ้ย ทำเลที่ตั้งบ้าน ห้างร้าน บริษัท ท่านก็ช่วยชี้แนะทุกรายไปโดยไม่หวังผลตอบแทน ผู้ที่ท่านช่วยชี้แนะจะประสบความสำเร็จเจริญรุ่งเรืองเป็นที่รู้จักในวงการค้า เมื่อเวลาผ่านไปถึงวัยชราร่างกายผ่ายผอมหลังโค้งงอ แต่เซียนแปะกิมเคยก็ยังคงช่วยเหลือชี้แนะบรรดาลูกศิษย์อย่างที่เคยเป็นมา จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต หลังเสร็จสิ้นพิธีศพของท่าน ครอบครัวและคณะศิษย์ได้จัดสร้างรูปเหมือนขนาดเท่าตัวจริง ตั้งเป็นที่สักการบูชา ณ ศาลานที ทองศิริ วัดศาลเจ้า (ที่มา สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย)




วัดศาลเจ้า ยังมีจุดให้เรา มาไหว้พระขอพร กันหลายจุดด้วยกันรวมทั้งยังมีที่ให้ ปล่อยนกปล่อยปลา ด้านหลังริมน้ำด้วย 




เมื่อไหว้พระเสร็จแล้ว ผมออกมาจับจ่ายซื้อขนม และของกินที่ตลาดริมน้ำวัดศาลเจ้ากันครับ


แม้จะร้อนแค่ไหน ผู้คนก็ต่าง มากราบไหว้ กันมากมาย ตรงทางเข้าโบสถ์ตรงกลางจะมีรูปปั้นองค์ปู่ศรีสุทโธและย่าศรีปทุมมา ตั้งอยู่สองฝั่งทางเข้าโบสถ์ สามารถแวะไหว้ขอพร ส่วนตรงกลางตอนผมไปปิดไม่ได้ให้เข้าได้แต่ไหว้พระเสริมความเป็นสิริมงคลให้ชีวิต บริเวณด้านหน้าแทน และด้านหน้าจะเห็นลูกแก้วสีแดงปนขาว โดยมีความเชื่อกันว่าคือ “หัวใจนาคราช”

 


และหากใครมา ที่ ตลาดริมน้ำวัดศาลเจ้าแห่งนี้แล้ว ไม่ควรพลาด กุยช่ายเจ๊มล เลยครับ เพราะเป็นร้านขึ้นชื่อ ของที่นี่ เลย  กุยช่ายร้านนี้ขายดีขนาดว่า ถ้ามาช่วยบ่ายๆ ของอาจจะหมดแล้วก็ได้ครับ


ภายในตลาดยังมีของกินมากมาย แถมราคาไม่แพงอีกด้วย เรียกว่า เตรียมเงินไปเท่าไหร่ มีหมดกันได้


สำหรับร้านกุยช่ายอีกร้าน ที่ ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน กุยช่ายต้นโพธิ ที่ขายดีไม่แพ้กุยช่ายเจ๊มล ดังขนาดมีรายการทีวี นำไปออกรายการมากมาย



ของกิน มีให้เลือกตลอดเส้นทาง และยังเป็นของที่ทำกันใหม่ๆ สดๆกันตรงนั้น กลิ่นอาหารที่หอม ชวนให้ไปลิ้มลอง ทำเอาผมหยิบเงินออกมาซื้อของหมดไปหลายบาท



มาถึงร้านหมูกรอบ ที่ตอนแรก ผม กะจะเดินผ่านไป แต่ด้วยกลิ่นที่หอมชวนทาน และหมูที่ทอดกัน  ทำเอาผมไม่พลาดต้องสั่ง มา ชิ้นนึง เมื่อซื้อเสร็จผมได้ลองชิมเนื้อหมูที่ยังร้อนๆอยู่ และหอมมาก  แทบไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มหรือ อะไร ก็อร่อยเต็มๆ


ผมแวะมาทานก๋วยเตี๋ยว ตรงแถวๆๆวัด เป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำใส ในร้านมีคนมาทานเยอะมาก 


สำหรับก๋วยเตี๋ยว น้ำใส ผม ชอบมากนะครับ แต่ เสียดายรสชาติ จืดๆไปหน่อย ถ้า รสเข้มข้นกว่านี้นิดนึงจะให้คะแนนเต็มเลย


ชามที่สองเป็นเย็นตาโฟ แต่ ให้เส้นมาน้อยมาก แทบไม่เห็นเส้นเลย  สุดท้ายสำหรับ ตลาดริมน้ำวัดศาลเจ้า นอกจาก จะได้มาไหว้พระทำบุญ แล้ว ยังได้มาช้อปปิ้งเลือกซื้อขนม ต่างๆได้มากมาย ที่ ตลาดริมน้ำวัดศาลเจ้า จึงเป็น ที่ท่องเที่ยวอีกที่ ที่ไม่ควรพลาดถ้ามาเที่ยว จังหวัดปทุมธานี 


6 วัดป่าคลอง 11


วัดป่าคลอง 11 จังหวัดปทุมธานี วัดป่าที่ได้รับการร่ำลือว่าเป็น "คำชะโนด 2"
สำหรับวัด ป่าคลอง11 นั้น เป็นวัดป่าที่กำลังได้รับความนิยมมาก ผู้คนต่างเข้ามา ไหว้พระสักการะบูชา ที่แห่งนี้กันมากมาย 




งานปั้น พญานาค ของที่วัดป่าคลอง11นั้น สวยงดงามมากเลยทีเดียว 


“วัดป่าคลอง 11” ตั้งอยู่ที่ ต.บึงกาสาม อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี โดยใช้เส้นทางถนนวิภาวดีรังสิต แล้วขึ้นสะพานที่เลี้ยวไปถนนรังสิต-นครนายก (305) ตรงไปตามทางจนถึงคลอง11 เลี้ยวเข้าถนนหมายเลข 3261 ไปจนถึงถนนหมายเลข 3022 ไม่นานก็ถึงบริเวณด้านหน้าวัด
สำหรับจังหวัดปทุมธานี เป็นจังหวัดที่น่าสนใจ และ ที่ปทุมธานียังมีประวัติศาสตร์ เก่าแก่ที่น่าสนใจ อีกมาก อีกทั้งยังใกล้กรุงเทพอีกด้วย หากใครได้มีโอกาสมาเที่ยว ที่ปทุมธานี ผมแนะนำเป็นเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับ ก็น่าจะเที่ยวครบหมด


Share To:

yhibklong

Post A Comment: