ตลาดริมน้ำคลองแดน

ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังคงมีชุมชนเล็กๆ ที่ยังคงไปด้วยวีถีชุมชน ที่น่ารัก อีกชุมชนนึง
"ชุมชนคลองแดน"
สำหรับ ชุมชนคลองแดงถือเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและปฏิบัติธรรม เนื่องจากมีธรรมชาติธรรมชาติที่เงียบสงบ ให้เรามาเที่ยวกันได้ในวันหยุดที่สถานที่ชุมชนคลองแดนแห่งนี้กัน
          *** ตลาดน้ำจะเปิดทำการทุกวัน เสาร์นะครับ วันอื่นจะปิดนะครับตลาดเริ่มเปิดตั้งแต่เวลา 15.30 น. จนถึงประมาณ 21.00 น.***

ติดตามเพจ ได้ที่ www.facebook.com/yhibklong
หรือเว็บท่องเที่ยว www.yhibklong.com

สำหรับการเดินทาง จากกรุงเทพ โดย สายการบินที่คุ้มค่า สายการบินแอร์เอเชีย ด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เป็นสายการบินที่ประหยัดเงินและตรงเวลา ทำให้การเดินทางมาถึงที่นครศรีธรรมราช ตามกำหนดตามแผนที่ผมวางไว้

เช็คตาราง การเดินทางได้ที่
https://www.airasia.com/th/th/home.page



สำหรับเส้น ทางเที่ยว ตลาดริมน้ำคลองแดน

การเดินทาง : ใช้ถนนสาย 408 สงขลา-นครศรีธรรมราช

เส้นทางที่ 1 เดินทางมาจากทางสงขลาจะผ่านแยกรับแพรก (ทางเข้าระโนด) ให้ขับตรงไปอีก 15 กิโลเมตร เมื่อขับรถขึ้นสะพานท่าเข็นแล้วให้ลดความเร็ว จนเห็นป้ายเขียนคำว่าตลาดริมน้ำคลองแดนอยู่ทางซ้ายมือ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปในถนนย่อยอีก 3 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 2 เดินทางมาจากทางหัวไทร เดินทางประมาณ 15 กิโลเมตร สังเกตซ้ายมือจะมีป้าย "ตลาดริมน้ำคลองแดน" ให้เลี้ยวขวาเข้าไปถนนย่อยอีก 3 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 3 เดินทางจากพัทลุง ให้ขับรถข้ามสะพานทะเลน้อย ผ่านตัวอำเภอระโนด ไปออกสี่แยกรับแพรก แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย 408 อีก 15 กิโลเมตร ถึงทางเลี้ยวซ้ายเข้าตลาดริมน้ำคลองแดน
ขอบคุณข้อมูลการเดินทาง  ที่ เว็บ kapook ด้วยนะครับ

ผมใช้เวลาราวๆ ชม กว่าๆ ก็มาถึงจุดหมายแรก

วัดคลองแดน 

วัดคลองแดน แห่งนี้ ถือว่าเป็นวัดที่เป็นศูนย์กลางของชาวชุมชน คลองแดน อย่างแท้จริง แม้จะเป็นวัดที่มีขนาดเล็กก็ตาม แต่ที่วัดนี้ถือว่าเป็นวัดที่ชาวบ้านต่างนับถือเป็นอย่างมาก

         

ผมมีโอกาสได้เข้ามาด้านในเพื่อ ชมของเก่าที่วัดแห่งนี้ เริ่มที่ 

 เรื่อขุดโบราณ เป็นเรือที่ขุดจากไม้ตะเคียนทองทั้งต้น ตัวเรือมีความยาว 15.30 เมตร กว้าง 2.06 เมตร สามารถบรรทุกคนได้ 40-50 คน สมัยก่อนใช้ในการขนทรายเข้าวัด ใช้สอดเข้าไปใต้บ้านเพื่อย้ายบ้านทั้งหลังในหน้าน้ำและใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน ปัจจุบันได้รับการบูรณะ (พ.ศ.2551) จนมีความสมบูรณ์ สวยงาม และสามารถใช้งานได้ 


         
และที่ห้ามพลาด เมื่อมาเที่ยวที่ วัดคลองแดน คือการที่มากราบไหว้ 

หลวงพ่อพระทอง 

พระพุทธรูปที่เป็นที่เลื่อมใสของชาวคลองแดน เดิมองค์พระถูกเคลือบพลางด้วยสีดำทาปากแดง ประดิษฐานในกุฏิเก่ามาช้านาน ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2545 มีการปรับรื้อกุฏิ พบว่าองค์พระมีน้ำหนักมากต้องช่วยกันยกหลายคนจึงจะเคลื่อนย้ายได้ และเมื่อช่วยกันขัดทำความสะอาดก็ปรากฏเป็นองค์พระเนื้อทองงดงามมาก จึงเป็นที่มาของการจัดสร้างกุฏิใหม่ให้เหมาะสมกับการประดิษฐานองค์พระทอง และเปิดให้ประชาชนได้สักการะมาถึงปัจจุบัน  



ที่ด้านนอกวัด ยังมี รูปปั้น หลวงพ่อพร้อม หลวงพ่อชุม ให้เรามานมัสการ กราบไหว้ขอพร กัน



        

  
 จุดหมายต่อมา ของผม คือตลาดน้ำคลองแดน สำหรับ ตลาดริมน้ำคลองแดน ตั้งอยู่ในเขตตำบลคลองแดน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา เชื่อมต่อกับ ตำบลรามแก้ว อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ตรงบริเวณทางแยกสำคัญ ระหว่างลำคลองสามสายคือ คลองระโนด, คลองชะอวด และคลองปากพนัง ที่ไหลมาบรรจบกัน จนกลายเป็นคลองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า "คลองแดน" เป็นเส้นแบ่งเขตแดนธรรมชาติ ที่กั้นระหว่างสองจังหวัด




   ผมมาถึงตลาดน้ำช่วงเย็นๆ  ด้วยอากาศที่ยังร้อนอยู่ละมั้ง ทำให้ คนที่มาเที่ยวยังไม่เยอะมาก ทำให้ผมมีโอกาสเดินเล่นรอบๆ อย่างสบายๆ และทำให้ผมได้เรียนรู้วิถีชุมชน ตลาดริมน้ำคลองแดนไปด้วย


 ที่ ตลาดริมน้ำคลองแดน (Klongdaen Floating Market) ยังมีจุดเรียนรู้รอบๆมากมาย ทำให้รู้ว่า
ตลาดน้ำคลองแดนแห่งนี้ยัง

เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม (Cultural Attraction)

เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (Conservation Tourism)

โดยนำเอาทรัพยากรทางธรรมชาติ แสดงวัฒนธรรมริมคลอง ทุกวันเสาร์ และนำวัฒนธรรมที่มีอยู่ มาพัฒนาบริหารจัดการเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยคนในพื้นที่คลองแดนได้มีส่วนร่วม อาศัยธรรมชาติเป็นฐานไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ วิถีทางธรรมชาติและวัฒนธรรม เน้นธรรมชาติและองค์ประกอบของธรรมชาติเป็นสิ่งดึงดูดใจ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส เรียนรู้ รวมถึงเข้าใจธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของคนในคลองแดน และยังสนับสนุนคนท้องถิ่น ให้มีบทบาทในการพัฒนา ท้องถิ่นไปด้วย




    ยามเย็น  จากที่ที่คนไม่มากนัก กลับมีผู้คนมาเดินเล่นหนาตาขึ้น  ผู้คนต่างมาจับจองพื้นที่ริมน้ำ นั่งทานขนมและของหวาน พร้อมรับชมการแสดงของน้องๆตัวเล็กๆ ที่น่ารัก เสียงดนตรีผ่านสายลมขับขานเบาๆ ผู้คนต่างมากันยิ้มแย้มและนั่งคุยกันอย่างมีความสุข



วิถีชีวิตริมน้ำ ที่ ผมเดินไปทางไหนก็เห็นแต่รอยยิ้ม รอยยิ้มของครอบครัวที่ต่างจูงมือกันมาเที่ยว มาเดินซื้อของทานกัน ความสุขเหล่านั้นที่ผมอยากเห็น กลับพบเห็นรอยยิ้มแห่งความสุขได้ที่ตลาดน้ำแห่งนี้ ตลอดเวลา




แม้ตลาดแห่งนี้จะเล็กไม่กว้างขวางนัก แต่หากเดินครบรอบ จริงๆก็ใช้เวลาไม่ใช่น้อยเหมือนกัน 



เมื่อใกล้พลบค่ำ แสงไฟจากร้านค้าต่างๆ ที่ตั้งเป็นแนวอยู่ริมคลองแดน ต่างส่องแสงตัดกับขอบฟ้า ให้เกิดสวยงามมาก

  โต๊ะริมน้ำ พร้อมเสื่อที่เปิดให้นั่งทานฟรี ต่างถูกนักท่องเที่ยวได้จับจองเกือบหมด ผู้คนต่างออกมาดื่มด่ำบรรยากาศชายคลอง










บริเวณตลาด ต่างมีอาหารให้ผม เลือกสรรมากมาย มีทั้งอาหารและขนมพื้นเมือง เช่น ข้าวยำ ขนมจีน เต้าคั่ว โจ๊กข้าวสังข์หยด และขนมแปลกๆ อีกหลากหลาย



ผมไม่รอช้า ออกไปหาขนม และอาหาร มาลิ้มลอง พร้อมชมบรรยากาศชายคลองแห่งนี้



                               ผมเดินมาเจอ ลาบปลาทอด ปลาตัวใหญ่ ที่ขายในราคาถูก จานละ100บาท เท่านั้น

                             
และมาเติม รสชาติ ด้วย ไส้กรอกพร้อมลูกชิ้นอีกสองไม้  20 บาท

                 
   และที่พลาดไม่ได้ หากมาเที่ยวที่ตลาดน้ำนี้  ต้องมาทาน ข้าวยำใบบัว เมื่อผสมกัน แล้วทานรสจะออกหวานๆหน่อย แม้ราคาจะไม่แพงมากนัก 20 บาท แต่รสชาติ ที่ออกมาเรียกว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว



  สำหรับ นอกจากอาหารที่ผมซื้อมาทาน รอบๆยังมีอาหารอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ห่อหมก  ปูนึ่งที่มาพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด กุ้งฝอยทอด ที่ทอดกันใหม่ๆ  และอาหารอื่นๆอีกมากมาย ให้เลือกซื้อ กันที่สำคัญ ราคาถูกมากจริงๆ



กุ้งทอดที่ทอดสดๆ ใหม่ๆ กันเลย และยังคงความกรอบหอม ให้เลือกซื้อทาน 


วิวริมน้ำที่หาไม่ได้จากเมืองกรุง 


ที่ตลาดยังมีสะพานไม้ที่ทอดยาว ให้เราเดินชม วิวรอบๆ ได้สองข้างทาง


สิ่งที่ผมชอบอีกอย่าง เป็น แก้วน้ำที่ทำจากใบจาก หรือ เราเรียกว่า ติหมาใบจาก



หมาตักน้ำภูมิปัญญาท้องถิ่นภาคใต้ ซึ่งเป็นความรู้ความสามารถของชาวบ้าน ที่มีการปรับตัวและนำวัสดุใกล้ตัวมาประดิษฐ์ออกมาเป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อใช้สอย ในที่นี้คือการนำกาบของต้นหมากมาประดิษฐ์เป็นภาชนะตักน้ำเรียกว่า “หมาตักน้ำ” ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สั่งสมมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย เกิดจากประสบการณ์ หรือการสะสมความรู้ ลองผิด ลองถูก มาหลายยุคหลายสมัย



เสียงดนตรี ขับกล่อมตลอดเส้นทาง ที่ตลาดน้ำแห่งนี้


ยิ่งยามเย็นตลาดริมน้ำคลองแดน มีมุมให้ถ่ายอยู่มากมาย 



ทุกวัน หลังเคารพธงชาติ จะมีการแสดงรํามโนราห์ศิลปะพื้นบ้านของชาวใต้ มารำแสดงให้ชมฟรี

     มโนราห์ หรือ มโนห์รา หรือเรียกโดยย่อว่า โนรา เป็นชื่อศิลปะการแสดงพื้นเมืองอย่างหนึ่งของภาคใต้ มีแม่บทท่ารำอย่างเดียวกับละครชาตรี บทร้องเป็นกลอนสด ผู้ขับร้องต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบ สรรหาคำให้สัมผัสกันได้อย่างฉับไว มีความหมายทั้งบทร้อง ท่ารำและเครื่องแต่งกายเครื่องดนตรีประกอบด้วย กลอง ทับคู่ ฉิ่งโหม่ง ปี่นอก หรือ ปี่ใน และกรับ ปัจจุบันพัฒนาเอาเครื่องดนตรีสากลเข้าร่วมด้วย เดิมนิยมใช้ผู้ชายล้วนแสดง แต่ปัจจุบันมีผู้หญิงเข้าไปแสดงด้วย


ทุกท่วงท่าของการแสดง เกิดจากความตั้งใจของน้องๆจริงๆ แม้ผมไม่เคยได้ชมการแสดงแบบนี้ที่ไหน กลับเป็นการชมการแสดงครั้งแรกที่ผมตั้งใจชม โดยสายตาแทบไม่กระพริบ


แม้การแสดง จะใช้เวลาไม่นานนัก แต่ ความงดงามกลับตราตรึงที่หัวใจผมตลอดเวลา



ความมืดมิด กลับทำให้ ผู้คนต่างพากันมาเที่ยวชมกันมากขึ้น


ร้านค้าต่างๆ เริ่มคึกคักไปกับผู้คน ที่เดินมาจับจ่ายใช้สอย



ผมนำหัวใจ เดิน เล่นรอบๆ อย่างมีความสุข  


ผมกับตกหลุมรัก สถานที่เล็กๆแห่งนี้เสียแล้ว


แม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นานนัก แต่ ก็ได้เห็น อีกหลายมุมของตลาดริมน้ำ แห่งนี้


หากใครได้มาเที่ยวยัง นครศรีธรรมราช ลองแวะมาเที่ยวที่ตลาดริมน้ำคลองแดนได้ แล้วคุณอาจจะหลงรักที่นี่เหมือนผม




สำหรับ ใครสนใจ จะมาเที่ยวแล้วอยากได้ข้อมูล เพิ่ม สามารถติดต่อสอบถามได้

สอบถามขอเส้นทางหรือข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 

คุณเกรียงไกร อนันตพงศ์ (ประธานชุมชน) 089-2315281 
คุณสายัณห์ ชลสาคร 081-8967352 
คุณอภิชาติ เหมือนทอง 086-9582776 
ติดต่อโฮมสเตย์ โฮมสเตย์ครูสายัณห์ 081-8967352 
โฮมสเตย์เรินพี่โย 086-9582776 
โฮมสเตย์บ้านร้อยปีศรีคลองแดน 084-7472281, 090-1628614 
โฮมสเตย์บ้านริมน้ำ 089-9756970 
พรสุภัทรโฮมสเตย์ 080-7075198 
เรือนไม้ไทยโฮมสเตย์ 086-2991301, 0801426646 
ระเบียงไทยโฮมสเตย์ 089-2941776 
โฮมสเตย์บ้านน้าเลียบ 080-7114913 
ยายอองโฮมสเตย์ 080-1370711





Share To:

yhibklong

Post A Comment: