หลายๆครั้ง เวลาช่วงวันหยุด เพื่อนๆมักจะหาที่เที่ยวใกล้ๆกัน และหลายๆครั้งก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี??
แต่ในความเป็นจริง ที่เที่ยวใกล้ๆกรุงมีเยอะมากมาย และครั้งนี้ผมขอแนะนำจังหวัดที่น่าเที่ยวที่สำคัญ ใกล้กรุงเทพ อีกด้วย แถมใช้เวลา แค่เพียง 1 วันก็ไปครบทั้ง ที่เที่ยว ที่กิน ที่ช้อป ถ้าเพื่อนๆสนใจ ตามไปเที่ยวกันครับ กับที่จังหวัด นครปฐม

ติดตามเพจ ท่องเที่ยวได้ ที่ www.facebook.com/yhibklong
หากต้องการข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมเราสามารถไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 
TAT Call Center 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย หรือ www.tourismthailand.org





จุดที่1

หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) หรือ พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย 


   ตั้งอยู่ที่ ถนนพุทธมณฑล สาย 5 จังหวัดนครปฐม ใกล้มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับภาพยนตร์ไทยแห่งเดียวในประเทศที่รวบรวมข้อมูลและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของวงการภาพยนตร์ไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ศึกษาและเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวอันน่าตื่นตาตื่นใจของ ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ในประเทศไทย หอภาพยนตร์ เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่เก็บภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ตลอดจนอะไรก็ตาม ที่เกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์และวีดิทัศน์ เพื่ออนุรักษ์ไว้เป็นทรัพย์สินทางปัญญา





และมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติไทย จัดตั้งขึ้น ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2552 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552 เป็นการโอนกิจการ ในส่วนของงานหอภาพยนตร์แห่งชาติ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม มาจัดตั้งเป็นองค์การมหาชน และ ในปี พ.ศ. 2540 หอภาพยนตร์แห่งชาติได้ย้ายสถานที่ตั้งจากอาคารเก่าในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เขตพระนคร กรุงเทพฯ มาอยู่ที่ศาลายา นครปฐม

เมื่อผมเข้ามาด้านหน้า จะมีจุดลงทะเบียนอยู่ครับ ผมเข้าไปสอบถามข้อมูลพร้อมลงทะเบียน สำหรับห้องลงทะเบียน จะมีการลงทะเบียนเข้าชมใน พิพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย ด้วย จะแบ่งเป็นรอบๆนะครับ



เมื่อลงทะเบียนเสร็จ เราสามารถ เดิมรอบๆ บริเวณนี้ ได้ เพื่อรอ การเข้าชมใน พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย


พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย

จะมีพื้นที่ไม่เยอะมากครับ สามารถเดินเข้าไปช ข้อมูล หรือเรื่องราวต่างๆได้ในตึกต่าง และยังมีร้านกาแฟไว้บริการอีกด้วย







โรงแรมสคริบ Hotel Scribe

เป็นตึกจำลองอาคารโรงแรมสคริบ ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส สถานที่ซึ่งพี่น้องลูมิแอร์นำประดิษฐกรรมภาพยนตร์ของพวกเขาฉายภาพยนตร์ขึ้นจอเก็บค่าดูเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2438 ภายในจัดแสดงนิทรรศการ Grand Café & Salon Indien ที่จะพาผู้มาเยี่ยมชมย้อนเวลาไปสู่วันที่ภาพยนตร์ถือกำเนิดขึ้นบนโลกอย่างเป็นทางการร้านคิเนโตสโคป (Kinetoscope Parlor)
เป็นการจำลองร้านแสดงเครื่องคิเนโตสโคป ประดิษฐกรรมภาพยนตร์แบบถ้ำมองของโทมัส เอดิสัน และผู้ร่วมงานของเขาชื่อ วิลเลียม เคนเนดี้ ดิคสัน (William kenady dickson) 

เมื่อ พ.ศ. 2432 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5เรียกชื่อว่า "คิเนโตสโคป" (Kinetoscope) มีลักษณะเป็นตู้สูงประมาณ 4 ฟุต มักเรียกชื่อว่า "ถ้ำมอง" มีลักษณะการดูผ่านช่องเล็กๆ ดูได้ที่ละคน ภายในมีฟิล์มภาพยนตร์ซึ่งถ่ายด้วยกล้องคิเนโตกราฟ (Kenetograph) ที่เอดิสันประดิษฐ์ขึ้นเอง ฟิล์มยาวประมาณ 50 ฟุต วางพาดไปมา เคลื่อนที่เป็นวงรอบ ผ่านช่องที่มีแว่นขยายกับหลอดไฟฟ้าด้วยความเร็ว 48 ภาพต่อวินาที ต่อมาลดลงเหลือ 16 ภาพต่อวินาที


โรงหนังตังค์แดง (Nikelodeon)

เป็นห้องจำลองโรงหนังแห่งแรกมีในโลกซึ่งดัดแปลงขึ้นจากห้องแถวหลาย ๆ ห้องทำเป็นโรงมหรสพ เก็บค่าเข้าชมเพียง 5 เซ็นต์ หรือ 1 นิเกิล เมื่อรวมกับคำภาษากรีกว่า โอเดียน ซึ่งแปลว่า โรงมหรสพ ชาวบ้านจึงนิยมเรียกโรงมหรสพราคาถูกแบบนี้ว่า นิเกิลโลเดียน (หรือถ้าเป็นไทยก็อาจเรียกว่า โรงหนังตังค์แดง) เริ่มเปิดแห่งแรกที่เมืองพิทท์สเบิร์ก รัฐเพนซิลวาเนีย ในปี พ.ศ. 2448 ก่อนจะขยับขยายไปทั่วอเมริกา




อาคารมงคลบริษัท 

อาคารไม้สีแดง ตั้งอยู่ด้านหน้าเมืองมายา จำลองเป็น มายาพาณิชย์ เป็นที่ติดต่อสอบถามข้อมูล ลงทะเบียนเข้าเยี่ยมชมสถานที่ และ ขายสินค้าที่ระลึก จำลองอุปกรณ์การถ่ายหนัง แท่งโลหะสีดำที่ตั้งอยู่ตรงกลางลานเมืองมายา คือ ประติมากรรม ช่วง-เชิด ที่สร้างสรรค์โดยศิลปินแห่งชาติ "ช่วง มูลพินิจ" เพื่อรำลึกถึง "เชิด ทรงศรี" ผู้กำกับภาพยนตร์คนสำคัญของไทย และถ้ามองผ่านรู ตรงกลางของแท่งโลหะสีดำนี้ จะเห็นภาพกลับหัวของพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับการถ่ายภาพ ผ่านกล้องรูเข็ม ประตูสามยอดบนถนนเจริญกรุง ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งของโรงละครหม่อมเจ้าอลังการ สถานที่ฉายภาพยนตร์แห่งแรก ของไทย เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2440 ตรงข้ามกันคือ ฉากตึกสไตล์ยุโรป เป็นโรงแรม HOTEL SCRIBE และ ที่มุมตึกมีรูปหล่อ จำลองผู้ชายและเด็กชาย ยืนซุ่มแอบนายตำรวจอยู่มุมตึก ที่แสดงในภาพยนตร์เรื่อง "THE KID" หรือ "เจ้าหนู" (2464) หนังเงียบ อเมริกันคลาสสิก ที่นำแสดงโดย ชาร์ลีส์ แชปลิน นักแสดงตลกที่โด่งดัง แล แจ็กกี้ คูแกน นักแสดงเด็กที่ดังที่สุดคนหนึ่งของโลก


โรงถ่ายภาพยนตร์เสียงศรีกรุง

อาคารสีเหลืองขนาดใหญ่ ด้านหน้ามีรูปหล่อจำลอง พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงศ์ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ หรือ พระบิดาแห่งภาพยนต์สยาม ภายในจัดแสดงสิ่งของที่เกี่ยวกับภาพยนตร์ไทย โรงถ่ายภาพยนตร์เสียงศรีกรุง เป็นบริษัท สร้างภาพยนตร์ไทย ในสมัยรัชกาลที่ 7 เป็นกิจการแห่งเดียวที่สร้าง "หนังพูด" คือ การอัดเสียงลงฟิล์มขณะถ่ายทำพร้อมกัน โดย มานิต วสุวัต เจ้าของโรงถ่ายภาพยนตร์มาตรฐานสากลแห่งแรกของไทย ซึ่งได้ฉายา "ฮอลลีวู้ดเมืองไทย" เป็นอาคารที่มีความสวยงาม ทางสถาปัตยกรรม ออกแบบโดย โปรเฟสเซอร์ อี มันเฟรดี สถาปนิกชาวอิตาลี ต่อมาได้หยุดกิจการไปเพราะ เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ในปี พ.ศ. 2485 และ การเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ภายหลังสงครามโลกได้เปลี่ยนเป็นโรงฉายภาพยนตร์ "ศาลาศรีกรุง" ก่อนที่จะเลิกกิจการและถูกรื้อถอนไปอีกครั้ง เพื่อรำลึกถึงศูนย์กลางทางภาพยนตร์แห่งนี้ ทางหอภาพยนตร์ (พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย) จึงจำลองสร้างขึ้นมาใหม่ ในขนาดเล็กลงกว่าเดิม 4 เท่า ด้วยสถาปัตยกรรมแบบเดิม


สถานีศินิมา

เป็นการจำลองความเกี่ยวข้องของภาพยนตร์ไทยกับการรถไฟในอดีต ด้วยหัวจักรไอน้ำ โมกุล ซี 56 หมายเลข 738 ซึ่งเป็นหนึ่งใน หัวรถไฟที่ผลิตจากญี่ปุ่น เพื่อนำมาใช้ในสมัยสงครามโลกในไทย ต่อมาเมื่อสงครามสิ้นสุดลง รัฐบาลไทยได้ซื้อหัวรถจักรเหล่านี้เพื่อ ใช้ในกิจการรถไฟ เมื่อถึงเวลาปลดประจำการ จึงได้บริจาคให้แก่หน่วยงานต่างๆ ต่อมาหอภาพยนตร์ได้รับมอบหัว รถจักรไอน้ำนี้มา จากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา เพื่อนำมาอนุรักษ์ และ จัดแสดงในโครงการรถไฟสายภาพยนตร์



โรงถ่ายแบล็คมารีอา Black Maria

นิทรรศการกลางแจ้งจำลองโรงถ่ายหนังแห่งแรกของโลก “แบล็คมารีอา” ของโทมัส เอดิสัน ที่สร้างขึ้นเพื่อผลิตภาพยนตร์ป้อนฉายในร้านถ้ำมอง คิเนโตสโคป ของเขา





หากเพื่อนๆ สนใจ จะเข้ามาเยี่ยมชมที่ นี่สามารถมาเข้าชมได้ทุก วันเสาร์ อาทิตย์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

ที่อยู่ : 94 หมู่ 3 ถนนพุทธมณฑล สาย 5 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170 โทรศัพท์ : 02-4822013, 02-4821087-88 

เปิดให้บริการ : ห้องสมุด : วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 17.00 น. 

พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทยและเมืองมายา : วันเสาร์ – อาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ วันละ 5 รอบ เวลา 10.00 น. 11.00 น. 13.00 น. 14.00 น. และ 15.00 น. 

โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 17.30 น. วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 13.00 น. 15.00 น. และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 13.00 น. (กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับกิจกรรมในวันดังกล่าว)


จุดที่ 2 วัดไร่ขิง

“วัดไร่ขิง” หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า “วัดมงคลจินดาราม” ตั้งอยู่ที่อ.สามพราน
วัดแห่งนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2334 โดย "สมเด็จพระพุทธฒาจารย์(พุก )" ในขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร ท่านได้กลับมาสร้างวัดไร่ขิงและวัดดอนหวาย ซึ่งเป็นบ้านโยมบิดาและมารดาของท่าน และด้วยบริเวณนี้ในอดีตเคยเป็นที่อยู่ของชาวจีน และนิยมปลูกขิงกันอย่างแพร่หลาย จนเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านหรือชุมชนในแถบนี้ว่า “ไร่ขิง” ต่อมาเมื่อมีชุมชนหนาแน่นมากยิ่งขึ้นจึงได้มีการสร้างวัดเพื่อเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน และได้ชื่อตามชุมชนว่า “วัดไร่ขิง”


ที่วัดไร่ขิงนั้นมีขนาดใหญ่มากครับ เมื่อเข้ามาด้านใน ก็มีจุดให้ทำบุญมากมาย หลายจุดเลยทีเดียว


ผมก็ มาทำบุญด้วยการล่องเรือไม้ครับ ผมตั้งจิตขอพร ก่อนปล่อยเรือลงไปในน้ำ เรือลำน้อยจะค่อยๆลอยวนไปเรื่อยๆ เมื่อเทียนดับ ก็จะถูกยกออกไป


ถ้าเดินมาด้านหลัง จะมีจุดบริการเรือมากมาย และมีบริการพาไปเที่ยวตลาดน้ำดอนหวายด้วย โดยคิดไปกลับ แค่ ป30บาทเท่านั้นเอง หรือหากใครอยากปล่อยปลา หรือให้อาหารปลา ก็มาตรงจุดนี้ได้นะครับ


ก่อนกลับ ผมเข้าไปกราบไหว้ หลวงพ่อวัดไร่ขิง ก่อนจะเดินทางต่อ


จุดที่ 3
พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูก (Owl Art Museum)

ที่นจะเปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร-ศุกร์ เวลา 10.00-18.00 น.
ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-19.00 น.



ที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูก (Owl Art Museum) จะเป็นที่รวบรวม งานศิลปเกี่ยวกับนกฮูกไว้มากมาย และเรียกกว่าเยอะที่สุดในประเทศไทยเลยทีเดียว
สำหรับ พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูก ตั้งอยู่ที่ 10/3 ต.ไทยาวาส อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม การเดินทางใช้ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี มุ่งหน้าสู่อำเภอนครชัยศรี ตรงมาเรื่อยๆ จนถึงสะพานแยกเข้าอำเภอนครชัยศรี ให้ขึ้นสะพานเข้าไปยังตัวอำเภอ จากนั้นตรงไปจนเจอสามแยกไฟแดง ให้เลี้ยวขวา แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยแรก (ซอยเข้าตลาดท่านา) แล้วให้ตรงไปข้ามสะพานข้ามแม่น้ำนครชัยศรี จากนั้นตรงต่อไปเรื่อยๆ สังเกตทางขวามือจะเห็นพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ มีป้ายบอกชัดเจน


สำหรับค่าเข้าเยี่ยมชม ที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูก (Owl Art Museum) อยู่ที่คนละ 60 บาท 


เมื่อเข้ามาด้านใน จะพบกับ นกฮูกในรูปแบบ งานต่างๆมากมายเลยทีเดียว


สำหรับตัวผม ที่ชอบนกฮูกอยู่แล้ว พอเข้าชมที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูก กับชื่นชมมากที่ยังมี คนที่หลงรักนกฮูกเช่นเดียวกับผม และเก็บรวบรวม ข้อมูล พร้อมงานต่างๆ ไว้มากมมายเช่นนี้


ที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูก ยังมี ข้อมูลดีดีมากมาย เกี่ยวกับนกฮูก จากประเทศต่างๆ ให้เราได้รู้มากขึ้น และยังมี เจ้าหน้าที่คอย อธิบายเรื่องราว ที่ไม่เคยรู้จากที่ไหนมาก่อน อีกด้วย




พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูก เกิดจาก อาจารย์ปรีชา ปั้นกล้ำ แห่งคณะมัณฑศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้จัดตั้ง "พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูก" (Owl Art Museum) ขึ้นมา หลังจากเก็บรวบรวมศิลปะต่างสาขาที่ได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์จากนกฮูกเอาไว้หลายพันชิ้น



นอกจาก ภายในจะมีที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับนกฮูกมากมายแล้ว ด้านนอกยังมี ร้าน Owl Art Museum Shop เป็นร้านที่มีผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก และร้านเครื่องดื่ม นอกจากนี้ยังมีการจัดตลาดนัดคนรักนกฮูกทุกวันเสาร์สัปดาห์แรกของเดือนของ ทุกอย่างที่นำมาจำหน่ายเป็นของที่มีการออกแบบจากนกฮูก อีกด้วย


จุดที่ 4 
ตลาดท่านา 

ตลาดสดเก่าแก่อายุกว่า 140 ปี ที่ตั้งอยู่เคียงคู่วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนริมแม่น้ำ นครชัยศรี มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 จากการอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานของผู้คน จนกระทั่งสมัยรัชกาลที่ 5 จึงกลาย เป็นชุมชนค้าขายสำคัญของย่านนี้ ที่มาของชื่อ”ตลาดท่านา” นั้นมาจากพื้นที่บริเวณโดยรอบตลาดเต็มไปด้วยนาข้าวรวมถึงเป็นท่าเรือ ขนส่งสินค้าและท่าขึ้นลงข้าวในอดีต เนื่องจากด้วยทำเลที่อยู่ติดริมแม่น้ำนครชัยศรีจึงสะดวกต่อการคมนาคมค้าขาย ทางเรือผ่าน แม่น้ำนครชัยศรีมีสะพานรวมเมฆเชื่อมระหว่างชุมชนตลาดท่านาและแถบงิ้วราย




ที่ตลาดท่านา นอกจากเป็นตลาดเก่าแล้ว ยังมี ของกินอร่อยๆมากมาย ให้เลือกซื้อกลับบ้านกันอีกด้วย



ด้านใน มีทั้งผลไม้ ส้มตำ เป็ดพะโล้ รวมทั้งของกินตลอด 2 ข้างทาง เรียกว่า เวลาผ่านทำเอาหิวไปเลยทีเดียว


สำหรับคนที่ชอบทานเป็ดพะโล้ ต้องมาที่ร้านเจียมจันทร์ด้านในเลยครับ เพราะร้านี้มีอายุยาวนานมากที่สำคัญ ยังมีลูกค้า ติดใจในรสชาติเป็ดพะโล้ร้านนี้กันเยอะมาก เรียกว่าห้ามพลาดเด็ดขาด


ผมเดินเล่นๆอยู่ได้กลิ่นหอม มาเตะจมูก กลิ่นหอมนั้นไม่ใช่ขนมอะไรที่แปลกใหม่ กลับเป็นขนมบ้าบิ่น ที่ร้าน สุรีย์พร ขนมบ้าบื่น ที่หอม ชวนทาน ทำเอาผม สั่งบ้าบิ่นออกไปหนึ่งกล่องทันที พอได้ขนมบ้าบิ่นที่แสนหอมมา ผมลองชิมดู รสชาติที่ออกมาหอมอร่อย ไม่ผิดหวังจริงๆ


ถ้าเราเดินออกมาจากตัวตลาดท่านา มาอีกนิด จะมีร้านค้าเก่าแก่มีมาก บริเวณรอบๆ





ถ้าใครชอบขนมไทย อร่อยๆก็ ไม่ควรพลาดร้านนี้ครับ เป็นขนมไทยที่ นักท่องเที่ยวนิยม มาซื้อกลับเป็นของฝาก ที่ร้านเจ๊ฮุ่น

หรืออยากทานไอติมราคา ไม่แพง แต่หอมหวาน ก็ที่เปี๊ยกไอศรีม กับไอติมกะทิ อร่อยๆ ราคาเบาๆ 20 บาท


สำหรับอาหรกลางวัน วันนี้ผม มาทานก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ที่ร้านบ้านศิลาดล


ร้านบ้านศิลาดล เป็นร้านก๋วยเตี๋ยว ที่นำ บ้านไม้เก่ามาจัดแต่งใหม่ ให้สวยงามมากขึ้น บรรยากาศร้าน สะอาดและเป็นกันเองมากครับ

และแล้ว ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ที่ผมสั่งไปก็มาถึง เป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่ มาพร้อมนำซุปอร่อยๆ ถึงเครื่องจริงๆ เครื่องเคียงก็จัดมาเต็มที่ ในราคาเบาๆ ทำให้มื้อนี้ผมต่อเติมแรงไปเที่ยวต่อได้อีก



จุดที่ 5

วัดสามพราณ 

ที่วัดสามพราณ จะมี จุดเด่นอยู่ที่ "มังกรพันตึก" ตึกสีแดงนี้จะสูง 17 ชั้น โดยชาวจีนเชื่อถือกันว่า พญามังกรจะคุ้มครอง ให้เจริญรุ่งเรือง ทำกิจการค้าขายมั่นคง เจริญก้าวหน้า



สำหรับการมาครั้งนี้ ก่อนมาที่วัดสามพราณ ผมอ่านข้อมูลมาว่า ห้ามขึ้นไปชมด้านบน แต่ด้วยจังหวะหรืออะไรไม่ทราบ ทำให้ การเดินทางครั้งนี้ของผมได้มีโอกาสเดินขึ้นไปถึงด้านบนสุด การเดินขึ้นไปต้องเดินเข้าไปในตัวมังกร และทางเดินจะมีระยะทางยาวมาก เดินจนไปถึงด้านบนครับ



เมื่อมาถึงด้านบน ลมเย็นมากๆ ผมมาวางพวงมาลับ และกราบไหว้ พระพุทธรูปด้านบนด้วยจิตใจที่สงบ 


วิวรอบๆ ด้านบน ทำให้ ผม สงบสุขอย่างบอกไม่ถูก อาจจะเป็นเพราะก่อนเดินขึ้นมาด้านบน แม่ชี้ด้านล่างท่านบอก ให้ผม กำหนด ลมหายใจค่อยๆเดิน และภาวนา พุทธโธ ในใจด้วยละมั้ง 


แม้ผมจะมีโอกาส มาที่วัดสามพราณไม่นานนัก แต่ก็คุ้มค่า กับการเดินทางมาเที่ยวจริงๆ เพราะมีความสงบ เรียบง่าย เรียกว่าอิ่มบุญกันเลยทีเดียว


จุดที่ 6
วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร

พระปฐมเจดีย์ หรือเดิมเรียกว่า พระธมเจดีย์ มีฐานะเป็นมหาธาตุหลวง ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชวินิจฉัยว่า พระธมเจดีย์องค์นี้อาจเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเมื่อคราวที่พระสมณทูตในพระเจ้าอโศกมหาราชเดินทางมาเผยแผ่ศาสนายังสุวรรณภูมิก็เป็นได้ เพราะพระเจดีย์เดิมมีลักษณะทรงโอคว่ำหรือทรงมะนาวผ่าซีกแบบเดียวกับพระสถูปสาญจี แต่ปรากฏว่ามียอดเป็นแบบปรางค์ ซึ่งพระองค์ฯ มีพระราชวินิจฉัยว่า อาจมีเจ้านายพระองค์ใดมาบูรณะไว้ก็เป็นได้ ซึ่งตรงกับความในศิลาจารึกหลักที่ 2 (ศิลาจารึกวัดศรีชุม) ของพระมหาเถรศรีศรัทธา อันได้กล่าวไว้ว่า พระมหาเถรศรีศรัทธาฯ ท่านทรงได้แวะมาบูรณะพระธมเจดีย์องค์นี้ ก่อนที่ท่านจะเดินทางกลับ เมืองราด เมื่อคราวที่ท่านเสด็จกลับจากศึกษาศาสนาพุทธในประเทศศรีลังกา ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานนามใหม่ว่าพระปฐมเจดีย์


ผมมาถึง ที่ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร ช่วงเย็นแล้ว แต่อาจจะเป็นโชคดีของผมด้วยละมั้ง เพราะตอนเย็น ที่วัดเงียบสงบมาก ผู้คนไม่ค่อยมี ผมเดินเล่นรอบๆ พร้อมกับ ตั้งจิต ที่สงบ 



สำหรับใครที่มาเที่ยว นครปฐม หาไม่ได้มาที่ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร ผมถือว่ามาไม่ถึงที่จังหวัดนครปฐมเลย ก็ว่าได้ 
      ภายในองค์พระเจดีย์ยังเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นที่เคารพสักการบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ทางวัดจึงกำหนดให้มีงานเทศกาลนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ในวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12 ถึงวันแรม 5 ค่ำ เดือน 12 รวม 9 วัน 9 คืน เป็นประจำทุกปี



พระร่วงโรจนฤทธิ์ มีชื่อเต็มก็คือ พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ ธรรโมภาส มหาวชิราวุธ ราชปูชนียบพิตร แต่ประชาชนทั่วไปจะเรียกว่า หลวงพ่อพระร่วง หรือ พระร่วงโรจนฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ศิลปะแบบสุโขทัย ประทับยืนอยู่บนฐาน โลหะทองเหลืองลายบัวคว่ำบัวหงาย อีกทั้งบริเวณใต้ฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ ยังบรรจุพระราชสรีรางคารในรัชกาลที่ 6  



สิ่งที่ผู้คนนิยมทำเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เมื่อมาพระปฐมเจดีย์ นั่นก็คือ การเดินรอบพระอารามชั้นนอก หรือชั้นในก็ได้ให้ครบ 3 รอบ เพื่ออธิฐานจิตขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สมปรารถนาดั่งสิ่งที่หวังไว้


สำหรับใครที่จะมาเที่ยว ที่วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร ผมแนะนำให้มาช่วง เย็นๆ จะดีมากครับ อากาศไม่ร้อนเกินไป และสามารถเดินวนรอบวัดได้อย่างสบายๆ 


จุดที่ 7 
วุ้นคุณอุ๊ และร้านอาหาร กุ้งอบภูเขาไฟ


สำหรับ ของฝากเมื่อมา เที่ยว จังหวัดนครปฐม ไม่ควรพลาด วุ้นคุณอุ๊ ครับ สำหรับวุ้นคุณอุ๊ นั้นเป็นวุ้นที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นคุณแม่ จนถึงรุ่นลูก ดังนั้นความอร่อย ย่อมเป็นที่รู้จักของหลายคนอยู่แล้ว 



ที่ร้านคุณอุ๊ จะเด่น เรื่องวุ้นมะพร้าว แต่ไม่ใช่แค่วุ้นเพียงอย่างเดียว แต่ก็มีขนมอื่นๆ น่าทานอีกมากมาย ให้เราเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากได้ 


ภายในร้านยังตกแต่งสวยงาม มีเครื่องดื่มไว้ให้บริการอีก ถ้าใครชอบวุ้นมะพร้าวหอมๆ อย่าพลาดนะครับ


สุดท้ายผมขอ ส่งท้ายด้วยร้านอาหารกุ้งอบภูเขาไฟ ร้านดังของจังหวัดนครปฐมเลย เรียกว่า ใครผ่านมาเที่ยวนครปฐม ต้องไม่พลาดแวะมาทาน กุ้งร้านนี้ 


สำหรับร้านกุ้งอบภูเขาไฟ จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนห้องธรรมดา และส่วนของห้องแอร์ แต่จะเพิ่ม10บาท จุดเด่นของกุ้งอบภูเขาไฟ ที่ผมคิดว่า ไม่เหมือน ใคร คงจะเป็นซอสที่อบ เพราะจะมีรสชาติเค็มๆมันๆ เข้ากับกุ้งมาก ยิ่งทานกับข้าวสวยร้อนๆ แล้วละก็ อร่อยลงตัวเลยทีเดียว 


สำหรับข้อมูลร้านอาหารกุ้งอบภูเขาไฟ 
ที่ตั้ง: 885 ถ.เพชรเกษม จ.นครปฐม (อยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาลสนามจันทร์) 
โทร: 034-255041, 034-241109 
เวลาเปิดปิด: 10.00 น.-22.00 น.

สุดท้าย จังหวัดนครปฐม ยังมีที่เที่ยวอีกมากมาย และยังเป็นจังหวัดที่เดินทางสะดวก ไม่ไกลจากกรุงเทพมาก หากวันหยุด เพื่อนๆไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหน ผมของแนะนำ ที่ จังหวัดนครปฐม เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ของการเดินทาง ครับ 

*** เพิ่มเติมระหว่างทางไป นครปฐมจะมี ร้าน ที่รวบรวมเอาสินค้า OTOP  ชื่อ ร้านค้าประชารัฐสุขใจ” ซึ่งจะมี ในปั๊ม ปตท.ทั่วประเทศหลายแห่ง
สำหรับสินค้าที่จำหน่ายในร้านค้าประชารัฐสุขใจนั้น สสว.ร่วมกับกรมพัฒนาชุมชน และผู้ว่าราชการจังหวัด ได้คัดเลือกสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์เด่นของแต่ละจังหวัด เพื่อนำมาวางขายในร้านค้าประชารัฐสุขใจ ประจำจังหวัดนั้นๆ ส่วนสินค้าที่ยังไม่ผ่านการคัดเลือก เพราะอาจมีข้อจำกัดด้านคุณภาพของตัวสินค้า หรือ Packaging สสว.จะช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยในพื้นที่ กระทรวงอุตสาหกรรม พช. เป็นต้น เพื่อช่วยพัฒนาและปรับปรุงตัวสินค้า ***



Share To:

yhibklong

Post A Comment: