หลายๆ คนอาจจะไม่รู้ว่า สมัยเด็กๆ นั้น ผมเป็นเด็กต่างจังหวัดครับ และจังหวัดบ้านเกิดที่ผมอยู่มา เป็น10ปี ก็คือจังหวัดระยองนี่แหละครับ ด้วยวันเวลาผ่านไป และด้วยหน้าที่การงาน ก็ทำให้ผมต้องย้ายจากระยองมายัง กรุงเทพ เวลาผ่านไปเนินนาน มิได้ทำให้ผมกลับไปยังจังหวัดระยองเลย ได้แต่เพียงผ่านเลยไป  จนเวลาของผมได้นำพาให้ผม ได้มาพักผ่อนย้อนความทรงจำอีกครั้ง  ที่ ระยอง  



การเดินทางของผมเกิดขึ้น ที่เช้า วันเสาร์ เช้าที่ ผมออกเดินทาง ตั้งแต่เช้า  พร้อมความตื่นเต้น แต่จุดหมายแรกของผมกลับมิใช่ตัวเมืองระยอง แต่กลับเป็นที่ทุ่งโปรงทอง

ทุ่งโปรงทอง 

ทุ่งโปรงทอง แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ตั้งอยู่ในเขตชุมชนบ้านแสมภู่ ปากน้ำประแส อำเภอแกลง มีพื้นที่กว่า 6,000 ไร่ ซึ่งแต่เดิม เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านทำการประมง เลี้ยงกุ้ง ทำการเกษตร ทำสวนผลไม้ จนกระทั่งทรัพยากรธรรมชาติในบริเวณนี้ ได้ถูกทำลาย และสิ่งแวดล้อมป่าชายเลนเสื่อมโทรมลงอย่าง เทศบาลตำบลปากน้ำประแส ที่ดูแลใส่ใจและให้ความสำคัญในระบบนิเวศของป่าชายเลน เพื่อรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม และร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่เพื่อพัฒนาป่าชายเลนผืนที่ใหญ่ที่สุดของจ.ระยอง ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์และศึกษาเรียนรู้ควบคู่กันไป



การเดินทาง มาที่ทุ่งโปรงทองไม่ยากเลยครับ จากตัวจังหวัดระยอง ขับมาตามถนนสุขุมวิทเพื่อไปยัง อ.แกลง จนเจอแยกปากน้ำประแสให้เลี้ยวไปตามป้ายไปเรื่อยๆก็เจอแล้วครับ



เมื่อเข้ามาจะเจอสะพานไม้ และ ต้นโกงกาง พร้อมบรรยากาศรอบๆ ที่กลับเป็นใจให้ผม
ในวันที่อากาศที่ไม่ร้อนเกินไป และแสงแดดที่ไม่แรงมาก ทำเอาผมสามารถถ่ายรูปได้หลากหลายมุมอย่างสบายๆ 


 การเดินทางผ่าน ต้นไม้สีเขียวๆ ระยะ ทางราวๆ 2กิโลเมตร มันทำให้ผมรู้สึกชอบที่นี่อย่างบอกไม่ถูก


อาจจะเป็นเพราะสะพานไม้กับสีเขียว จากข้างทาง ที่มันผสมกันอย่างลงตัว
และถ้าหากใครมีความรัก แค่เพียงหยิบยื่นมือมาแล้วกุมมือกัน เดินทางข้ามผ่านสะพานแห่งนี้ไปเรื่อยๆ ชมความงามของทุ่งโปรงทองแห่งนี้ ผมว่าคงจะมีความสุขไม่น้อย


นอกจากที่นี่จะมีต้นโปรงทองแล้ว ยังมีพันธุ์ไม้สายพันธุ์อื่นๆอีกด้วย
ทั้งโกงกาง โปรงแดง ลำพู ตะบูนดำ แสม



อีกจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และยังอยู่ใกล้ๆ ทุ่งโปรงทอง อีกที่หนึ่งก็คือจุดชมเรือรบประแสร์ 




เรือรบประแสร์ 

เป็น อนุสรณ์สถานของเรือมีที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ราชนาวีไทย เรือหลวงประแสที่ตั้งตระหง่านอยู่ที่ปากน้ำประแสนี้ เป็นเรือหลวงประแสลำที่ 2 นำเข้ามาแทนเรือหลวงประแสลำที่ 1 ซึ่งเกยตื้นไปในสงครามเกาหลี ตลอดเวลาประจำการ เรือรบหลวงประแสลำที่ 2 นี้ได้ปฏิบัติภารกิจมากมาย ทั้งสังกัดกองเรือสหประชาชาติในสงครามเกาหลี ทำหน้าที่ลาดตะเวนปิดอ่าวคุ้มกันเรือลำเลียง

ต่อมาเรือหลวงประแส เรือรบหลวงเก่าที่ปลดประจำการจากสงครามเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เป็นอนุสรณ์สถานที่มีประวัติศาตร์สำคัญควรค่าแก่การรำลึกถึงราชนาวีไทย ปัจจุบัน




Kantary Bay Rayong

เป็นโรงแรม ที่ตั้งอยู่ ติดทะเล และยังเป็นโรงแรมที่มีชื่อเสียงมานาน ของคนระยอง ตัวโรงแรมหาไม่ยากครับ สามารถขับรถมาตามแผนที่ได้เลยครับ 



เมื่อเข้ามาถึง ที่ล็อบบี้ และ ทำการเช็คอิน เรียบร้อย พนักงานจะแจก คูปอง เพื่อไปแลกรับเป็นเครื่องดื่มได้ที่ห้องอาหาร มีทั้งน้ำผลไม้ ค็อกเทล และเบียร์ แทน welcome drink

 ห้องพักคืนนี้ผมอยู่ที่ชั้น15 เป็นห้องพัก แบบ One Bed Room Suite เพียงแค่เดินมาที่ระเบียงมาจะพบกับวิวทะเลเลย




และ วิวจากห้องนอนคืนนี้ของผม ยังมองเห็นสระว่ายน้ำ ขนาดใหญ่ ด้านล่าง


สระของที่ Kantary Bay Rayong  จะมีสองสระด้วยกัน คือสระด้านหน้าโรงแรม และด้านข้าง 


ผมออกมานั่งรับฟังเสียงคลื่นและลมทะเลที่ระเบียง ความเหนื่อยของการขับรถวันนี้ก็หายไป ไหนก็ไม่รู้ กลับมาเป็นความสบายแทน กับลมเย็นๆที่พัดผ่านตลอด



ภายในห้องพัก Kantary Bay Rayong  นั้นค่อนข้างใหญ่  และตัวห้องก็แยก เป็นสัดส่วนได้เป็นอย่างดี  ที่สำคัญ ตัวห้องพัก ยังสะอาดใหม่อีกด้วย


อุปกรณ์ ภายในห้องพัก มีมาให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ กระทะหม้อ จานช้อนส้อม กระติกน้ำร้อน เครื่องปิ้งขนมปัง และอื่นๆอีกมากมาย


ถ้ามาที่ Kantary Bay Rayong แห่งนี้ เรียกว่าแทบจะไม่ต้องเตรียมอะไรมาเลยครับ เพราะทางโรงแรม เตรียมให้ เกือบหมดทุกสิ่งแล้ว


ห้องนอนจะมีเตียงขนาดใหญ่ และที่สำคัญ เตียงนอนและหมอนของ Kantary Bay Rayong เหมาะกับการนอนพักผ่อนมากครับ เตียงที่นุ่มและหมอนที่ นอนหนุนได้พอดี เรียกว่า ใครๆที่นี่มาพักที่นี่รับรองหลับสนิท ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่




สำหรับห้องพักแบบอื่นๆ ผมอาจจะเอามาลงหมดไม่ไหว ถ้าเพื่อนๆท่านไหนสนใจ สามารถเข้าไปชมในอัลบั้มแฟนเพจผมได้เลยครับ 


 พอผมเก็บของเสร็จแล้ว ก็ลงมาเดินเล่นรอบๆ โรงแรม เริ่มจาก
ที่ด้านหลังของโรงแรม จะมี สนามเทนนิสให้ เล่นด้วยนะครับ โดยแขกที่มาพักสามารถมาเล่นได้ฟรีนะครับ


Kantary Bay Rayong ยังมีห้องออกกำลังกายด้วยนะครับ และอุปกรณ์ของที่นี่ยังใหม่อยู่เลย 


จุดเด่นอีกจุดนึง คือห้องซาวน่า และสตรีม ครับ ใครที่ชอบออกกำลังกายผมว่า ข้อดีตรงนี้ ต้องชอบมากแน่ๆ เพราะว่าเท่าที่ผมเคยไปโรงแรมมาหลายที่ พวกซาวน่าและห้องตรีมนี่มีแต่เสียเงิน แต่ที่ Kantary Bay Rayong สามารถใช้บริการได้ฟรี 



                                              ถ้าใครสนใจจัดสัมมนา ยังมีห้องประชุมที่สามารถรองรับคนได้เยอะมากครับ  อีกมุมนึงของ Kantary Bay Rayong ที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าจำนวนมาก ด้วย


สำหรับแขกที่มาพัก พร้อมเพื่อนๆ ยังสามารถ มาเลือกเล่นกิจกรรมอื่นๆได้อีกมากมาย เช่น โต๊ะปิงปอง


หรือ สนุ๊กเกอร์ แขกที่มาพัก ก็สามารถเข้ามาเติมความสุขได้ ตลอดวัน



Kantary Bay Rayong ยังมี ห้องเกม กะ ลานโบว์ลิ่ง  ที่เปิดให้เฉพาะแขกที่มาพักเท่านั้น ไม่รับ คนนอก


ภายในมีเกมส์ให้เล่นมากมาย ผม ไม่พลาดที่จะลองเล่นอยู่หลายครั้ง




หากใครชอบ เล่น โบว์ลิง ต้องไม่พลาดครับ เพราะ  Kantary Bay Rayong  เค้าจัดมาไว้ให้เป็นส่วนตัวเลยครับ


สามารถ เล่นแข่งกันได้ สนุกสนานเลยทีเดียวและยังเป็นส่วนตัวอีกด้วย


ปิดท้ายห้องคาราโอเกะ ที่ อัพเดทเพลงใหม่ๆ เสมอ รองรับแขกได้สูงสุดถึง 15 คนเลยทีเดียว เรียกว่า ร้อง เต้น เฮฮากันสนุกเต็มได้ เลยครับ


ยามเย็นผมออกมาเดินเล่นที่หน้าชายหาด แสงยามเย็น พร้อมเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่ มาพร้อมกับความสุข ทำเอา รอยยิ้มของผม ยิ้มอย่างมีสุข



และ แสงยามเย็น ที่ระยอง ยังคงสวยงามเสมอ



หากการพักกาย ในที่ใดที่หนึ่ง ผมมักจะคำนึงถึงความสุข ก่อนเสมอ และที่  Kantary Bay Rayong  ก็ สามารถทำให้ ผม สุข ในวันนี้



ด้านหน้าโรงแรม หากใคร พักอยู่ตรงระเบียง สามารถเปิด หน้าต่างออกมายืนรับลมเย็นๆได้ที่ระเบียงเลย



ผมถึงไม่แปลกใจ เหตุใด เวลาใครมาที่ระยอง ต่างก็แนะนำที่พักแห่งนี้มาให้ผม


ก่อน กลับเข้าไปยังที่พัก ผมได้เพียงแต่ ยืนมองพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ก่อนที่จะลาลับจากไป


ผมกลับมายัง ที่บริเวณห้องอาหาร นำ คูปอง welcomedrink มาให้ เพื่อแลกกับ เครื่องดื่มเย็นๆ



ไม่นานนักหลังจากยื่นคูปองไป พนักงาน นำเครื่องดื่ม มาวางไว้ให้ ผมนั่งสบายๆ พร้อมเล่นมือถือจิบเครื่องดื่มไปเรื่อยๆ



Kantary Bay Rayong
ยังมีมุม ที่ ไว้หลีกหนีความวุ่นวาย มายังห้อง อ่านหนังสือ



ห้องนี้ถูกจัดไว้สวยงาม และมีพื้นที่ให้ นั่งทำงาน หรืออ่านหนังสือได้ สบายๆ


ผมกลับชอบห้องนี้อย่างบอกไม่ถูก อาจจะเพราะด้วยความเงียบ ที่ทำให้ใจสงบก็ได้ และจุดเด่นอีกจุดหนึ่งก็คือ ชา กาแฟ และขนม มีให้เลือกทานได้ฟรี หากใครจะมานั่งทำงาน พร้อมจิบกาแฟร้อนๆ ในมุมเงียบๆ ผมว่า ต้องมาห้องนี้เลยครับ



ก่อนอำลาค่ำคืน ของวันนี้ ผมขอนำภาพสวยๆ จากระเบียง ห้องมาให้ชม


ยามค่ำคืนจากกลางวัน กลับเปลี่ยนเป็นกลางคืน แสงไฟที่ส่องสว่าง แสงสีที่ทำให้ ทะเลไม่เงียบเหงา ค่ำคืนคืนนี้ ผมคงนอนหลับสบาย ด้วยรอยยิ้ม


ตื่นเช้ามาวันใหม่ กับความน่าเสียดายที่วันนี้ผม ตื่นสายนิดนึง อาจจะเป็นเพราะที่นอน ที่เงียบ และนอนสบาย ทำให้ การพักผ่อนของผม ได้หลับได้อย่างเต็มที่

ก่อนกลับกทม ผมมาแวะ ที่ cafe kantary ระยอง


cafe kantary ระยอง

นี้จัดออกแบบร้านขนม ได้อย่างลงตัว ภายในมีมุมน่ารักอยู่มากมาย แถมยังมีจุดซื้อของฝากให้ติดไม้ติดมือกลับบ้านกันอีกด้วย



ตุ๊กตาน้องหมี แสนน่ารัก


ภายในร้านเราสามารถ เลือกซื้อขนมปัง หรือขนมต่างๆได้ ทั่วร้าน ซึ่งมีขนมปังต่างๆที่น่าทานให้เลือกมากมาย


ใครชอบทานไอติม ก็มีให้เลือกหลายรสเช่นกัน



ผม ไม่แปลกใจจริงๆ ว่าทำไม cafe kantary ระยอง แห่งนี้ถึงได้รับความนิยมมากมาย ด้วยขนมที่มีให้เลือก เยอะมากมาย การบริการของที่นี่ ผมเรียกว่าให้ ระดับ 5 ดาวเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญ รสชาติอาหารและขนมต่างๆ ที่ผมได้ชิม อร่อยมากจริงๆครับ



เค้กหลากหลายหน้าตาให้เลือกทาน ที่สำคัญ ราคาไม่แพงมากเลยครับ



ที่นี่ยังมี มุมให้เลือกซื้อกลับบ้านไปทานด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสลัด หรือแซนด์วิซ


เมื่อเข้ามาใน cafe kantary ด้านในจะแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งด้านนอกที่มีขนมปังต่างๆวางไว้ กับด้านในซึ่งต้องเดินทะลุมาด้านหลัง  สองฝั่งนี้ผมกลับชอบด้านหลังนะครับ เพราะเป็นพื้นที่ออกจะส่วนตัวกว่า




เค้กชิ้น แรกที่ ผม สั่งมาทานหน้าตา ไม่เพียงสวย แต่ยังอร่อยด้วย



ทีเด็ด อีกอย่างของที่นี่ คือเครปครับ เครปที่ cafe kantary ระยอง ผมเรียกว่าไม่ควรพลาดเลยจริงๆ


ตามด้วยสลัดครับ ผักสดๆ พร้อมซอส จานนี้ มาพร้อมไข่ ด้วยนะครับ ตอนแรกๆผมนึกว่า จะคาวๆ แต่พอขลุกๆ กันกลับ ไม่มี กลิ่นคาวใดๆเลยครับ แถมลงตัวอีกต่างหาก



แพนเค้ก
แพนเค้กที่นี่ ต้องทานพร้อมเครื่องเคียงนะครับ รสชาติ ออกมาอมเปรี้ยวๆนิดนึง


ยิ่งทานพร้อมซอส สูตรของทางร้านแล้วละก็ อร่อย เลยครับ จานนี้ ผมแทบแย่งเพื่อนๆไม่ทัน



ปิดท้ายด้วยอาหารคาว สปาเก็ตตี้ และพิซซ่า แซมอน หากใครชอบ ทานหนักๆ ผมว่า ไม่ควรพลาดครับ จานนึง ควรทาน สองคนนะครับ เพราะให้มาเยอะมาก เรียกว่า ให้กันเกินคุ้มแน่นอน


พิซซ่าสุดอร่อย สูตรจากทาง cafe kantary ระยอง
จานนี้เหมาะสำหรับคนชอบชีสส ครับ เพราะให้มาเต็ม เลย ทานพร้อมซอสมะเขือเทศ จะลงตัวเลยทีเดียว

สุดท้าย ทริป มาเที่ยวระยองคราวนี้ของผม เรียกว่าคุ้มค่าจริงๆ กับการกลับมายัง ที่ที่คุ้นเคยในสมัยเด็กๆ และยัง พบว่า สถานที่ในระยองเดี๋ยวนี้ ปรับเปลี่ยนไปมากมาย  และได้มาชิมขนมอร่อยๆ ที่ cafe kantary ระยอง อีกด้วย
ต้องขอบคุณเพื่อนๆ ที่แวะเข้ามา ชมรีวิวนี้กันทุกคนด้วยนะครับ ไว้พบกันรีวิวหน้านะครับ
กับทีมงาน หยิบกล้องไปท่องโลก





Share To:

yhibklong

Post A Comment: