วันนี้เป็นวันที่ผมตื่นมา เช้าเหลือเกิน เช้าที่ผมเดินออกมาท่ามกลางอากาศหนาวเย็นตลอดเส้นทาง
ฟูกุโอกะช่วงต้นเดือน มค ยังคงเป็นเดือนที่หนาวเย็น เช่นเคย ความหนาวที่พัดผ่านตอนการเดินทาง ไปยังสถานีรถไฟ ทำเอาผมต้องหยิบเสื้อหนาวตัวใหญ่ มาห่อหุ้มร่างกาย เพื่อกันลมหนาว

แต่เช้าวันนี้ เป็นเช้าที่ ผม ตื่นมาพร้อมกับความไม่อยากรับรู้ว่า วันนี้เป็นวันก่อนวันสุดท้ายที่ผม จะเหลืออยู่ ที่ ญี่ปุ่น ก่อนจะบินกลับเมืองไทยในวันพรุ่งนี้

ติดตามเพจ ได้ที่ www.facebook.com/yhibklong
ติดตามเว็บได้ที่ www.yhibklong.com

ตารางวันนี้ ผม จะไปเที่ยวที่เมือง HIZEN - KASHIMA เพื่อชมศาลเจ้า ยูโทคุอินาริ และไปต่อที่ไร่
สตอเบอรี่ สุดท้ายไปปิดท้ายที่แหล่งช็อปปิ้ง TOSU PREMIUM OUTLETS ที่รวมเอาสิ้นค้าชั้นนำ มาลดราคากันเต็มที่

ด้วยตารางที่มากมาย เช้านี้ ผมจึงเดินฝ่าความหนาว มายืนรอรถไฟ ที่สถานี HAKATA เพื่อจะไปยังเมือง HIZEN - KASHIMA การรอรถไฟครั้งนี้ไม่นานนัก รถไฟที่ผมรอก็มาเทียบยังชานชาลา
การเดินทาง ราวๆ 1ชั่วโมงครึ่ง รถไฟก็จอดเข้าเทียบยังจุดหมายของผม
ผมเห็นป้ายบอกแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ ( Yutoku Inari ) ทำให้มั่นใจว่าลงถูกสถานีแน่นอน
การเดินทางมายัง ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ ( Yutoku Inari ) ผมแนะนำให้ นั่งรถ TAXI มาเลยดีกว่าครับ เพราะจะสะดวกกว่า รอรถเมล์ ที่สำคัญระยะทางไม่ไกลมาก แต่หากใครจะรอรถก็ได้ครับ แต่อาจจะช้านิดหน่อย ที่ ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ ( Yutoku Inari ) เปิดให้เข้าชมฟรี นะครับ
ด้วยความที่ ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ ( Yutoku Inari )   เป็น 1 ใน 3 ศาลเจ้าที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในญี่ปุ่นรองจากศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ (Fushimi Inari) จังหวัดเกียวโต, ศาลเจ้าคะซะมิ (Kasama Inari) ใน
จังหวัดอิบาระกิ ทำให้มีผู้คนมากมาย ต่างพากันมาที่ศาลเจ้าแห่งนี้

ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ ( Yutoku Inari ) แห่งนี้เป็นศาลเจ้าชินโตที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพอินาริ เพื่อเป็นที่ประทับแห่งเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ผู้ประทานผลเก็บเกี่ยวอันอุดมสมบูรณ์ ปัจจุบันมีผู้ศรัทธาไปสักการะขอความสำเร็จด้านธุรกิจการค้า และความปลอดภัยจากอุบัติเหตุทั้งปวง

เมื่อผมเดินเข้ามาด้านใน ได้เห็นศาลเจ้าขนาดใหญ่ และสวยงดงาม ผมได้แต่ ชื่นชมในความงดงามของศาลเจ้าแห่งนี้ ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ผู้คนต่างได้ เข้ามายังศาลเจ้าแห่งนี้มากมาย
ด้านล่างยังมีของ ที่ระลึก และของนำโชคให้ เราเลือกซื้อกลับไป มากมาย 
หรือใครต้องการ มาเขียนคำขอพร แล้วยังเอามาแขวนไปที่ด้านบนของวัดได้อีกด้วย 

ถ้าเราเดินขึ้นมาด้านบน ยังมีจุด ไหว้พระขอพรได้อีกหลายจุด  

และยังมี ยังมีอุโมงค์โทริอิสีแดงสด ให้เราเดินลอดด้วย ด้านบนเรายังสามารถมองวิวสวยๆ ของเมืองนี้ได้อีก 
พอลงมาจากศาลเจ้าแล้ว มาเลือกซื้อของฝาก หรือขนมอร่อยได้ ที่ Yutoku Monzen เป็นถนนช็อปปิ้ง ใกล้ๆ ศาลเจ้า 
ร้านค้าต่างๆจะมีของฝากประจำเมืองให้เลือกซื้อมากมาย ที่สำคัญแม่ค้าพ่อค้า ที่เมืองนี้ใจดีทุกคน ทุกๆคนมักจะมีรอยยิ้มให้ตลอดไม่ว่า ผมจะซื้อหรือไม่ซื้อก็ตาม

สิ่งที่ผมชอบ ของเมืองนี้ก็คือเจ้าลูกปลาย่าง หรือ ชิกุวะ นั้นเอง สำหรับถ้าใครตอนเด็กๆได้ดู การ์ตูน 
ฮาโตริ คงจะคุ้นชื่อของเจ้าชิกุวะอย่างแน่นอน และพอได้เจอ ผมก็อดที่จะซื้อชิ้มไม่ได้ สำหรับรสชาติก็บอกตรงๆว่าอร่อยใช้ได้ครับ ยิ่งได้ทานร้อนๆแล้วละก็ เรียกว่าฟินเลยทีเดียว 
ที่เมือง HIZEN - KASHIMA  ยังมีจุดทีน่าสนใจอีก ก็คือจุดย่านเมืองเก่านั้นเอง การเดินทางไม่ยากครับ เรียก taxi ด้านหน้าศาลเจ้า เลยครับ การบอกทางไม่ยากครับ ตอนที่เราลงสถานี HIZEN - KASHIMA  ด้านในสถานีจะมีแผนที่ แนะนำที่เที่ยวแจกฟรีครับ ให้เราติด มาด้วย ในแผนที่ จะมีบอก จุดเมืองเก่าแห่งนี้อยู่ครับ แล้วพอเราเรียก TAXI ก็ให้เค้าดู ได้เลย ไม่ยากครับ
ที่ ย่านเมืองเก่านี้ ตรงท่อน้ำ ชาวบ้านจะนำปลามาเลี้ยงกันครับ แล้วก็หาตาข่ายมากั้นไว้ ให้ว่ายเฉพาะหน้าบ้านตัวเอง ที่ผมชอบคือน้ำหน้าบ้านเค้าจะใสมากๆ เรียกว่าแทบมองลงไม่เห็นขยะเลย

ผมใช้เวลา ราวๆ 1 ชั่วโมงกับการเดินเล่นรอบๆ ที่นี่

แม้ที่นี่จะไม่เจริญเหมือนเมืองใหญ่ๆที่อื่นๆ บ้านจะไม่หรูหราเป็นตึกแถว แต่การที่ผมได้มาพบมาเจอ 
บ้านไม้เก่าๆ ย้อนยุค มันก็ได้บรรยากาศอีกแบบหนึ่งเหมือนกัน

บรรยากาศที่เงียบสงบ ที่สบายๆ ท่ามกลางอากาศที่เย็นของวันนี้


เมือง HIZEN - KASHIMA ทำให้ ได้รับ ได้รู้ว่า วิถีชีวิตคนต่างจังหวัดของ ญี่ปุ่น มันช่างสวยงาม สงบ และเป็นกันเองอย่างไร  มันก็แปลกเช่นกันที่ ผมมาเดินเล่นกับหมู่บ้านที่เงียบๆ แห่งนี้ได้อย่างสบายใจ ที่ทำให้ผมไม่ต้องเจออะไรวุ่นวาย ทำให้ผมได้พบกับความสงบตลอดทาง ระหว่างเดินๆไปนิดนึงได้เห็นปลาน้อยใหญ่ว่ายอยู่ที่คูน้ำหน้าบ้าน ได้เจอ คนขายของใจดี ที่หยิบยื่นขนมมาให้ลองชิ้ม สิ่งเหล่านี้ที่ได้พบได้เจอ กับทำให้วันนั้นของผมมีแต่รอยยิ้ม ..^________^

ผมออกจากเมือง  HIZEN - KASHIMA ด้วยหัวใจที่พร้อมรอยยิ้ม มาที่เมือง TOSU เพื่อมาชิมสตอเบอรี่ กับมาช็อปปิ้ง ที่ TOSO PREMIUM OUTLETS จาก HIZEN - KASHIMA มายัง TOSU ด้วยรถไฟ ผมใช้เวลาราวๆ 36 นาที ก็ มาถึงยังที่หมาย จากสถานี้ ผม เลือกที่จะนั่ง TAXI มายังไร่สตอเบอรี่ ครับ เพราะ ประหยัดเวลาแล้ว ด้วยการที่ผมมากับครอบครัว หารกันแล้ว ราคาต่อคนไม่แพงเท่าไหร่ จากสถานี TOSU มายังไร่ TOSU BERRY FOREST ผมใช้เวลาราวๆ ไม่เกิน10 นาทีได้ 
สำหรับค่าบริการ มี 2 แบบ
1 เลือกเข้าไปทานไม่อั้น โดยจำกัดเวลา40 นาที
จะตกที่ 1700 เยนสำหรับผู้ใหญ่ เด็กจะ 1300 เยน (ผู้ชาย)
จะตกที่ 1600 เยนสำหรับผู้ใหญ่ เด็กจะ 1200 เยน (ผู้หญิง) ผู้หญิงจะถูกกว่า

2 จะซื้อกลับบ้าน คิด 100กรัม กรัมละ220 เยน


สำหรับผม ผมเลือก 2 แบบครับ เข้าไปทานเต็มๆด้วย และซื้อกลับบ้าน ถ้าเราบอกเค้าว่าซื้อกลับบ้านจะมีกล่องมาให้ด้วยนะครับ เอาไว้ให้เราเลือก ซื้อ แล้ว เอามาชั่งด้านนอก จะคิดเงินกันตรงนั้นเลย

เมื่อเข้ามาภายในไร่ ผมได้แต่เห็นสตอเบอรี่ เต็มไปหมด แต่น่าเสียดาย ที่ มีบางส่วนยังไม่สีแดงเต็มที่ ยังเขียวๆอยู่ แต่นั้นก็ไม่ทำให้ ผมช้า กับการมาทานสอตเบอรี่ได้ สตอเบอรี่ชิ้นแรก ถูกหยิบเข้าที่ปาก รสชาติหอมหวาน ที่มาเติมเต็มทันที่เมื่อกัดลงไป

ความสดอร่อย ของสตอเบอรี่ที่ ญี่ปุ่น มันช่างอร่อยเสียจริงๆ 

ระหว่างทานไปเรือยๆ ผมเห็นคน ญี่ปุ่น หยิบนมข้นหวานมาทานด้วย ผมจึงลองเดินเข้าไป ลองขอมา
ชิ้มบ้าง คนญี่ปุ่นยิ้มให้พร้อมนำนมข้นหวานบีบลงสตอเบอรี่ ชิ้นใหญ่ของผม  ผมค่อยๆหยิบสตอเบอรี่มาทาน พร้อมนมข้นหวานที่ถูกทา ลงไป รสชาติ อร่อย เข้ากันได้อย่างดี เยี่ยม ณ นาทีนั้นผมเข้าใจเสียแล้วว่า นมข้นหวานนี่เหมาะกับ สตอเบอรี่จริงๆ

การมาทาน สตอเบอรี่สดๆ ผมเรียกว่าคุ้มมากๆ เพราะถ้ากลับไปทานที่ประเทศไทย ราคาคงไม่ได้เท่านี้แน่ๆ 

ก่อนกลับ ผม นำสตอเบอรี่ ที่ เก็บมานำไปชั่งกิโล พร้อมชำระเงิน ของฝาก ที่ TOSU คงเป็นของฝากที่ผมชอบมากๆ ในชีวิตอีกอย่างนึงเลย

ผมย้อนกลับมาจากไร่สตอเบอรี่ กลับมายังสถานี TOSU คราวนี้ผมมายืนรอรถบัส เพื่อไปยัง TOSU PREMIUM OUTLETS  รถจะวนมาเรื่อยๆครับ สามารถเช็คตารางได้ ที่สถานีเลย ราคาค่ารถจะอยู่ที่ 210 เยน ใช้เวลาราวๆ15 นาทีก็ถึงที่หมายครับ

เมื่อเข้ามาที่ TOSU PREMIUM OUTLETS  นอกจากแหล่งช็อปปิ้งแบรนด์ดังแล้ว ยังเป็นที่ๆ รวบรวมร้านอาหารอร่อยๆ มาไว้ให้ ลิ้มลองด้วย
สำหรับสิ้นค้า ใน TOSU PREMIUM OUTLETS  ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าลดราคา มากมาย ถ้าเราไปบางช่วง จะเจอสินค้าที่ค้าถูกมากๆไม่ว่าจะเป็นเสื้อหนาวราคาไม่แพง รองเท้าคู่ละไม่กี่บาท เรียกว่า สำหรับนักช็อป ต้องไม่พลาดเลยจริงๆครับ
รองเท้าที่ลดกันตลอด ตอนที่ผมไปเจอโอนิซิกะ ลดราคาคู่นึงพันกว่าบาท บางคู่สองพันนิดๆก็มี

หรือถ้าใครชอบ nike ก็มีให้เลือกมากมายหลายคู่เลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมี Coach, Armani, Timberland, Burbery, Gap, Puma, Levi’s, Nike, New Balance, Samsonite มาให้เลือกซื้อกันอีก
 ผมรู้สึกตัวอีกที ข้าวของผมก็เต็มมือเสียแล้ว รองเท้าที่ได้มาราคาถูกอย่างเหลือเชื่อ เสื้อสวยๆที่ราคาไม่แพง กางเกงยีนส์ ที่มาพร้อมราคาสุดคุ้ม มันทำให้ผมอดใจไม่ซื้อไม่ได้เสีย
ผมหอบของมาเต็มมือ กลับมายังสถานี HAKATA เดินทะลุด้านหลังออกไป พอทะลุแล้ว ให้ออกทางออก East 4 หาโรงแรม Hotel Centraza ร้านนี้จะอยู่ชั้น B1 ของโรงแรม เวลา : จันทร์-ศุกร์ มื้อกลางวัน 11.30-15.00 น. มื้อเย็น 17.00-23.00 น. เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุด 11.30-23.00 น. ราคา : 3,500 เยน

เป็นบุเฟ่ต์ ร้านชื่อว่า Narubon Garden (ได้ข่าวอัพเดทมาว่าร้านได้ย้ายไปทีอื่นครับ)

เว็บร้าน http://www.tsunaya.co.jp/nurubon_kitchen/daimyou/index.html
สำหรับ เนื้อบุเฟต์ของผมที่มาทานผมเลือกราคา ที่ 3500 เยน เนื้อที่ได้เนื้อลายสวยเลยทีเดียว ที่สำคัญนุ่มมากกก

เมื่อเอามา ย่างกลิ่นหอมขอมันเนื้อลอยออกมาเลย เนื้อแทบละลายในปากเลยครับ เรียกว่ามื้อนี้ทานได้ไม่อั้นเลยทีเดียว จากชิ้นที่1 ชิ้นที่2 3 และ4 ผมไม่รู้ว่า ค่ำคืนนั้นผมทานไปกี่ชิ้นต่อกี่ชิ้น เพราะความอร่อย ความหอม ของเนื้อทำเอาผมทานได้มากมาย

นอกจากเนื้อย่างสุดอร่อยแล้ว ยังมีข้าวยำให้เราสั่งมาทานได้อีก ข้าวยำก็อร่อยมาเช่นกันครับ เรียกว่า คุ้มค่ามากๆ กับร้านนี้ ซึ่งน่าเสียดาย ตอนทำรีวิวนี้ ผมเพิ่งทราบว่าร้านน่าจะมีการย้ายแล้ว เลยไม่ทราบพิกัดแน่ๆว่า อยู่ตรงไหน รู้แต่มีแผนที่ในเว็บไว้นะครับ ราคาก็ประมาณนี้อยู่ http://www.tsunaya.co.jp/nurubon_kitchen/daimyou/index.html

สุดท้ายขอบคุณเพื่อนๆ ที่ แวะมาชมรีวิว ฟุกุโอกะ ทั้ง4ตอนด้วยนะครับ เพื่อนสามารถย้อนกลับไปดูได้ที่
DAY1: ฟุกุโอกะ - ดาไซฟุ (FUKUOKA - DAZAIFU) กับทริป สบายๆ รวมตั๋วเครื่อง รวมอาหาร ค่าที่พัก และ รวมค่าเที่ยวทุกอย่างแล้ว 5 วัน 4คืน ไม่เกิน 18,000 บาท 


DAY2: ฟุกุโอกะ - ยูฟูอิน (FUKUOKA - YUFUIN) กับทริป สบายๆ รวมตั๋วเครื่อง รวมอาหาร ค่าที่พัก และ รวมค่าเที่ยวทุกอย่างแล้ว 5 วัน 4 คืน ไม่เกิน 18,000 บาท http://www.yhibklong.com/2015/03/day2-fukuoka-yufuin-4-5-18000.html

DAY3: ฟุกุโอกะ - คุมาโมโต้ (FUKUOKA - Kumamoto) กับทริป สบายๆ รวมตั๋วเครื่อง รวมอาหาร ค่าที่พัก และ รวมค่าเที่ยวทุกอย่างแล้ว 5 วัน 4 คืน ไม่เกิน 18,000 บาท http://www.yhibklong.com/2015/06/day3-fukuoka-kumamoto-4-5-18000.html

Share To:

yhibklong

Post A Comment: