ติดตามผลงานและแรงบันดาลใจเรื่องสุขภาพและไลฟสไตล์เพิ่มเติมได้ที่ 


กายไหวใจพร้อม เที่ยวได้ไม่สะดุด

นางสาวเอ พนักงานออฟฟิศ อ่านรีวิวที่เที่ยวในพันทิปทุกวัน เก็บหอมรอมริบ เพื่อทริปในฝัน ขยันทำงาน เก็บโควต้าวันหยุดไว้สำหรับท่องเที่ยว เมื่อถึงเวลาได้เที่ยวสมใจอยาก แต่สังขารเจ้ากรรมกลับไม่สบายซะงั้น ทั้งท้องผูก ท้องเสีย เป็นไข้ อาหารไม่ย่อย ไม่มีแรง อ่อนเพลีย เห้ย! แล้วที่แพลนมาเป็นปีๆ เวลาและเงินที่อุตส่าห์ทุ่มไปกับทริปนี้ล่ะ

อย่าให้เรื่องสุขภาพมากวนใจขาเที่ยว ใส่ใจซักนิด จะได้เต็มที่กับการเที่ยวไปในโลกกว้าง  

เพราะระบบร่างกายเราซับซ้อนกว่าที่ตาเห็นมากค่ะ แค่ส่องกระจกดูใครจะรู้ว่าข้างในซ่อนความเจ็บป่วยอะไรไว้ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ป่วยซะแล้ว แล้วทีนี้จะเอาแรงที่ไหนมาทำกิจกรรมล้านแปดที่ตัวเองแพลนไว้ แถมดีไม่ดี เป็นตัวถ่วงเพื่อนร่วมทริปซะอีก เพราะเมื่อออกทริปหลายคนมักมองข้ามเรื่องสุขภาพ เพราะมัวแต่คิดว่าจะเที่ยวที่ไหน บริหารงบยังไง ซึ่งก็ไม่แปลก แต่ถ้าจะให้เที่ยวแบบเต็มที่ไม่สะดุด มาดูทริคดีๆกันหน่อยดีกว่า

เรื่องแรกที่ข้ามไปไม่ได้เลยคือเรื่องกิน โดยเฉพาะสายเที่ยวที่รักการกินเตรียมเฮได้เลยสำหรับทิปส์ข้อแรก

กินแป้งเข้าไปอย่าได้กลัว...
เพราะคาร์โบไฮเดรตเป็นกลุ่มอาหารที่ให้พลังงานที่จำเป็นต่อสมองและระบบต่างๆของร่างกาย ทำให้นางสาวเอของเรามีแรงป่ายปีนและทำกิจกรรมต่างๆได้โดยไม่รู้สึกล้า สมองแล่นปรู้ดปร้าด ท้องไม่ผูก ปากไม่เหม็น เหน็บชาไม่ถามหา ใครที่ควบคุมน้ำหนักอยู่ ขอให้ลืมความเชื่อเก่ากึ้กอย่างกินแป้งแล้วอ้วนไปได้เลยนะคะ เพราะถ้ากินไม่เกิน จะเอาที่ไหนมาอ้วนล่ะ จริงมะ
กินคาร์บแบบไหนดี : ควรเป็นคาร์บที่ได้จากพืชและผ่านการแปรรูปน้อย เช่น ข้าว จากขนมปังไม่ขัดสี หรือจะขัดสีก็ยังไม่แย่ หลีกเลี่ยงการบริโภคคาร์โบไฮเดรตหในจำนวนมหาศาลและหลีกเลี่ยงการบริโภคคาร์โบไฮเดรตจำพวกฟรุกโตสที่ดูดซึมเร็วเช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม ขนมหวานต่างๆ ส่วนเค้กต่างๆยังอนุโลมทานได้ซักชิ้นสองชิ้นต่อวันไม่ถือว่าแย่ค่ะ ก็เราไปท่องเที่ยวเพื่อชิมอยู่แล้วนี่คะ ส่วนอาหารหลักหากต้องทานพาสต้า เส้นก๋วยเตี๋ยวต่างๆก็แนะนำว่าให้ทานจานเดียวต่อมื้อก็ถือว่าพอเพียงกับความต้องการของร่างกายแล้วค่ะ อย่าเบิ้ลล่ะ

พกลูกอมดื่มน้ำเกลือแร่
ในบางทริปที่ตารางการเที่ยวแน่นเอี้ยดจนบางทีก็ไม่ได้กินข้าว ซึ่งการที่ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารจะทำให้อ่อนเพลีย ง่วง ไม่มีแรง หรือในบางคนอาจทำให้ความดันต่ำอาจวูบได้ แนะนำให้พกลูกอมไว้ค่ะ เพื่อช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้ในกรณีต้องการความเร่งด่วน ทำให้เรามีแรงและสดชื่นขึ้น หรือใช้การดื่มน้ำเกลือแร่ก็จะช่วยได้เช่นกันค่ะ แต่เที่ยวเสร็จแล้วก็ต้องไปทานอาหารตามปกตินะคะ กินลูกอมมากไปเดี๋ยวจะกลมกลับมาเมืองไทยได้นะเธอ






ดื่มน้ำ
เพื่อป้องกันการขาดน้ำซึ่งจะส่งผลทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ท้องผูก ดีไม่ดีไข้ต่างๆและหวัดอาจมาเคาะประตูโรงแรมถามหาเราเป็นแน่ แอดมินแนะนำแบบสวยๆมาตรฐานทั่วไปคือ ควรดื่มประมาณ 2 ลิตรต่อวัน ซึ่งนักท่องเที่ยวอย่างเราควรพกขวดน้ำขนาดเล็ก (500-600 ml.)ไว้ตลอด วันนึงดื่มให้ครบ 4 ขวด โดยแบ่งดื่มไปเรื่อยๆนะคะ มีเทคนิคดื่มน้ำให้ได้ตามที่เราต้องการสำหรับคนที่ไม่ชอบดื่มน้ำหรือชอบลืม นั่นคือ ให้ยกดื่มชั่วโมงละ 1/2 ของขวดก็จะทำให้เราดื่มน้ำได้ในปริมาณที่ต้องการ


อิ่มปุ๊บวางช้อนปั๊บ
ระวังเรื่องอิ่มมากไปจนกระเพาะอาหารไม่ย่อยนะคะ ถ้าเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่นะเธอ รับรองว่าเที่ยวไม่สนุกแน่นอน เพราะจะปวดท้อง จุก เสียด เกิดกรดเกินในกระเพาะ เสียเวลาต้องทานยาลดกรดอีก เดินเหินก็ลำบาก ทำอะไรก็ไม่ได้เต็มที่ เที่ยวไม่สนุก และนอกจากนั้นการทานแต่พอดีนั้น เราจะได้ไม่ต้องมาลำบากลดน้ำหนักเมื่อจบทริปอีกด้วย


ยา
พกยาไปด้วยเผื่อกรณีฉุกเฉิน เพราะสถานการณ์ในต่างบ้านต่างเมืองเราไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และเมื่อถึงสถานที่ๆเราไม่คุ้นเคย เราไม่อาจทราบถึงสถานที่ขายยาหรือบางทีอาจไม่รู้ว่าร้านขายยาที่ใกล้ที่สุดนั้น  อาจอยู่ห่างไปหลายกิโลก็เป็นได้ หรือบางครั้งในบางประเทศที่มีข้อจำกัดในการจ่ายยาแม้จะเป็นชนิดยาที่บ้านเราหาได้ง่ายตามร้านยาหมอตี๋ แต่ในบางประเทศกลับกลายเป็นของยากไปเลย เช่น การจ่ายยาแก้อักเสบในมาเลย์เซียที่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์เท่านั้น หรือจะเป็นเรื่องของราคายาในบางประเทศที่มีราคาแพง ส่วนยาที่ควรจะพกไปเอง ได้แก่ ยากแก้ปวด ยาลดไข้ ยากแก้แพ้ ยาแก้อาหารไม่ย่อย พลาสเตอร์ปิดแผล แอลกอฮอลล์ขวดเล็กๆ เบตาดีน กันไว้ดีกว่าโนะ กินเนื้อที่ในกระเป๋าไม่เยอะแต่พอถึงเวลา มันจะช่วยได้เยอะเลยแหละ


ตรวจร่างกาย
อาการป่วยบางอย่างเป็นดั่งเพชรฆาตเงียบ และอาจรุนแรงถึงชีวิตหากไม่รู้จักการป้องกัน เช่น โรคหัวใจ หลอดเลือดในสมองตีบ ไม่ได้แช่งนะคะ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะคนที่เราเห็นในกระจกทุกวัน อาจซ่อนอาการป่วยอะไรไว้ก็ได้ หากได้รู้ล่วงหน้าเราจะได้ประเมินสถานการณ์และแพลนทริปของเราให้เหมาะสมกับขีดจำกัดทางร่างกายของเราด้วย ดังนั้นถ้ามีโอกาสไปตรวจเชคสุขภาพจะดีมากค่ะ การที่ได้รู้ก่อนเราจะได้เตรียมตัวไว้ ไม่ว่าจะหยูกยาประจำตัวหรือการปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้


รองเท้า
เนื่องจากรองเท้าผ้าใบถูกผลิตมาเพื่อสรีระของเท้าอย่างแท้จริง จึงสามารถทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกและน้ำหนักตัวได้ดี ทำให้เท้าและขาของเราทำกิจกรรมได้ยาวนานขึ้น และยังเป็นการหลีกเลี่ยงการปวดเท้าได้พอสมควรด้วยค่ะ ควรเลือกรองเท้าผ้าใบที่มีน้ำหนักเบา พื้นไม่หนาและหนัก ส่วนใครกลัวจะไม่แมชกับชุดที่เตรียมไป ลองหาผ้าใบสีพื้นๆอย่างสีขาวหรือสีอ่อนๆ ไม่ก็สีดำไปเลย จะช่วยให้การแต่งตัวง่ายขึ้นได้ค่ะ


เรื่องง่ายใกล้ตัวใครก็ทำได้ เพื่อร่างกายที่พร้อม แค่นี้นางสาวเอก็เที่ยวได้ถึงไหนถึงกัน คุ้มค่ากับทั้งเวลาทั้งเงินที่จะใช้ไปกับการออกท่องโลก ดังนั้นเรามาดูแลตัวเองกันนะคะ

หมายเหตุ : อาการเจ็บป่วยต่างจะยังเกิดขึ้นได้ในทุกกรณีนะคะ แอดมินไม่ได้บอกว่าทิปส์ต่างๆคือวิธีป้องกันหรือรักษาโรคนะคะ หากแต่เป็นตัวช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีสมดุลมากขึ้นเท่านั้น

ติดตามผลงานและแรงบันดาลใจเรื่องสุขภาพและไลฟสไตล์เพิ่มเติมได้ที่ 
Facebook : idontmindhappy
Website : www.idontmindhappy.com

ขอขอบคุณภาพจาก : pixabay.com และ freepix.com
Share To:

I dont't mind happy

Post A Comment: