ตราด เมืองเกาะในฝัน หนึ่งในเมืองต้องห้ามพลาด
จาก 12 เมืองของประเทศไทยที่เราได้ไปตระเวณท่องเที่ยว
และไดัสัมผัสมา ในมุมที่เชื่อว่า ใครหลายคนที่ยังไม่คุ้นเคย
ในมุมที่เชื่อว่า ใครหลายคนที่ยังไม่รู้จัก
และในมุมมองที่เชื่อวา จะกระตุ้นให้ใครหลายคนได้ออกเดินทาง
ได้ออกท่องเที่ยวกันในจังหวัดนี้เพิ่มมากยิ่งขึ้น




ทำไมตราดถึงได้ชื่อว่่าเมืองเกาะในฝัน
ทำไมตราดถึงได้ติดหนึ่งใน 12 เมืองต้องห้ามพลาด
และอีกหลากหลายประเด็น หลากหลายคำตอบ
ที่นี่อาจไม่ได้ไขข้องใจทุกประเด็นมากนัก
แต่เราจะชวน เพื่อนๆ ไปเที่ยวด้วยกันกับเรา
กินอะไร เที่ยวที่ไหน ห้องพักเป็นอย่างไรตลอด 3 คืน
ที่นี่ จะมีคำตอบให้ค่ะ ^^





นี่คือโปรเจคยักษ์ใหญ่ของ ททท.ในปีท่องเที่ยววิถีไทยที่มาแรงในขณะนี้ เป็นการจัดประกวดและโปรโมทกิจกรรม
เมืองต้องห้ามพลาดที่เพื่อนๆ ได้อ่านในฉบับนี้ เพื่อให้เป็นที่รู้จักจังหวัดเหล่านี้มากยิ่งขึ้น
และเราเป็นหนึ่งในทีม TTBN09 ที่อยากจะพาเพื่อนๆ ได้ออกเดินทางด้วยกัน ได้รู้ ได้เห็น ได้สัมผัส

จังหวัดตราด กันมากยิ่งขึ้น


การเดินทางในคืนแรก เราและทีมงานออกเดินทางในตอนหัวค่ำวัน ศุกร์ ต้นเดือน กรกฏาคมที่ผ่านมาค่ะ 
ด้วยรถปาเจโร่สปอร์ตสีขาวคันลุยๆ จากไทยเร้นท์ อะคาร์ รถเช่าที่มีสาขาทั่วไทย มุ่งหน้าสู่จังหวัดตราดในระยะทาง 300 กิโลเมตร
ใช้เวลาในการขับแบบชิวๆ  4 ชั่วโมง มาถึงที่พักคืนที่ 1 ของเราตอน 5 ทุ่มที่ เรซิดัง เกสต์เฮาส์ ในชุมชนคลองบางพระ
ที่พักคืนแรก คืนละ 550 บาทค่ะ






ภายในห้องพักเรซิดัง เกสต์เฮาส์
มีสิ่งอำนวยความสะดวก ตู้เย็น ฟรีน้ำดื่ม 2 ขวด แอร์ ห้องน้ำในตัวพร้อมผ้าเช็ดตัว และFree Wi-Fi เบอร์โทรที่เราโทรไปจองค่ะ 039-530-013  โทรติดยากนิดนึงเพราะเจ้าของไม่ค่อยรับสาย แต่ก็ไม่ละความพยายามของเราล่ะ 555

ทำไมถึงเลือกที่พักแถวชุมชนคลองบางพระ  เพราะที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น เชียงคานตะวันออก มีมุมสงบสำหรับชีวิต Slow Life ที่กำลังฮิตในปัจจุบัน 
และมีหลากหลายมุมสถาปัตย์ที่สร้างแรงจูงใจให้คนได้ไปเยือนชีวิตช้าๆ ริมคลอง
ริมน้ำคลองบางพระกัน



ปัจจุบันชาวชุมชมรักษ์คลองบางพระยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิต และมรดกทางสถาปัตย์ 
ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยการสร้างที่พักและเกสต์เฮาส์ในราคาย่อมเยาว์หลักร้อยต้นๆก็พักสบายๆ กันได้แล้วค่ะ
ที่ชุมชนแห่งนี้ยังมีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูแแนวฮิปสเตอร์ ให้เป็นแคปชั่นเจ๋งๆ กันได้อีกด้วย
พวกเราเช็คเอ้าท์กันตอนสายๆ แวะทานข้าวมันไก่ร้านแถวคลองบางพระ 5 คนค่าเสียหายมื้อนี้ 200 บาท




ศาลหลักเมือง







ศาลนี้มีลักษณะแปลกจากศาลหลักเมืองอื่น ๆ คือ ตัวอาคารก่อสร้างในลักษณะเป็นเก๋งจีน เมื่อครั้งมารวบรวมรี้พลกอบกู้เอกราชที่ตราด สมเด็จพระเจ้าตากสินโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นตามความเชื่อแบบจีนเพื่อให้ปกป้องคุ้มครองเมืองตราดให้รอดพ้นจากอันตราย ชาวเมืองอยู่เย็นเป็นสุขค่ะ

และเมื่อมาถึง ณ จุดนี้แล้วก็แอ็คชั่น
รวมพลสมาชิกทีม #TTBN09 อย่างพร้อมเพรียงกันหน่อยค่าาา



สถานที่ต่อไปที่พวกเราได้ไปเยือนนั่นคือ บ้านน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ
เป็นหมู่บ้านในเส้นทางผ่านไปขึ้นเรือสู่เกาะช้างที่เราพร้อมทีมได้แวะเข้ามา และได้ซอกแซกกันไปหลายมุม 
หมู่บ้านแห่งนี้มีคลองน้ำเชี่ยวไหลผ่านกลางชุมชนสู่อ่าวไทย







มองดูเห็นเป็นชุมชนเงียบๆ อย่างนี้ แต่คิวจองเข้ามาชมการสาธิตผลิตงอบเพียบนะคะ Smiley

เดินจากศูนย์หัตถกรรมงอบเข้ามาอีกหน่อยจะเป็นป่าชายเลนบ้านน้ำเชียว มีการสร้างทางเดินทอดยาวเข้าไปในป่า แต่เราไม่ได้เดินจนจุดทางจึงไม่รู้ว่าข้างในเป็นอย่างไรต่อไปนะคะ
รวมทั้งต้องทำเวลาให้ทันไปท่าเรือเฟอร์รี่ไปยังเกาะช้างต่อด้วย

และพวกเราจึงมาต่อที่ท่าเรือข้ามไปเกาะช้างกันค่ะ คนละ 100 บาทใช้เวลาเพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้น

ต่อไปนี้พวกเราจะตระเวณบนเกาะช้างทั้งหมด ซึ่งเป็นไฮไลท์ของจังหวัดตราดเลยก็ว่าได้

ตราด
เมืองเกาะในฝัน





Welcome to Koh-chang





เมื่อมาถึงเกาะช้าง สิ่งแรกที่เรามองๆ หานั้นคือ ร้านอาหารค่ะ หิวล่ะ 555
มาตกลงกันที่ครัวสลักเพชร ซึ่งเป็นร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งบนเกาะช้าง อยู่แถวๆ เกาะช้างใต้ 
ทำเลร้านอาหารดีติดทะเล มองวิวเพลินๆ ไปด้วยค่าาา
มาดูเมนูอาหารที่ทำให้เราปลื้มกันมากคือ
ผัดฉ่าทะเล จานนี้เราชื่นชอบมากเป็นพิเศษ เพราะเผ็ดได้ใจจริงๆ ทั้งที่เมนูนี้เราไม่ได้สั่งอ่ะนะ แต่เพื่อนในทีมเป็นคนสั่งมา แต่กลับมาวางอยู่ตรงหน้าเรานานกว่าใคร 555
ไม่เคยทานผัดฉ่าที่อร่อยเท่าร้านนี้เลย อันนี้พูดจากความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ ด้วยนะคะ Smiley





และเมนูอื่นๆ ไข่เจียวปู กุ้งอบวุ้นเส้น ต้มยำทะเลน้ำใส เมนูนี้ก็แซ่บได้ใจค่ะ 
จึงสรุปเองว่า ร้านครัวสลักเพชรอาหารประเภทเผ็ดๆ นี่จะทำมาแซ่บถูกปากคนไทยเป็นอย่างมากเลยค่า
ค่าเสียหายมื้อเที่ยง ที่ครัวสลักเพชร รวมเครื่องดื่มจ่ายไป 1030 บาทค่ะ





On the Way แล้วเราก็ไปกันต่อค่ะ หลังจากส่งสมาชิกในทีมแยกขึ้นเขาแหลม เพื่อเป็นตัวแทนของกลุ่ม TTBN09 
ไปสำรวจเส้นทางและชมวิวมุมสูงของเกาะช้าง ส่วนสมาชิกในทีมพากันตะลอนๆ แวะชมที่จุดชมวิว หาดต่างๆ ทั่่วเกาะช้าง




รายชื่อหาดต่างๆ ของเกาะช้าง 
ขอสรุปออกมาดังนี้ค่ะ

หาดคลองสน**
หาดทรายขาว**
หาดไข่มุก**
แหลมไชยเชษฐ์**
หาดคลองพร้าว**
โลนลี่ บีช หรือหาดท่าน้ำ**
หาดไก่แบ้**
หาดใบลาน**
หาดบางเบ้า
หาดธารมะยม
อ่าวโกงกาง
อ่าวสลักคอก
หาดสลักเพชร

หมายเหตุ. ** สัญลักษณ์คือเป็นหาดทรายทอดยาวสามารถลงเล่นน้ำได้ค่ะ





หาดไก่แบ้

เป็นจุดชมวิวที่เป็นไฮไลท์เด่นๆ บนเกาะช้างด้วยนะคะ โดยมีการสร้างตู้ไปรษณีย์หัวจรวดสีแดงไว้เป็นสัญลักษณ์ให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพเป็นที่ระลึก
ยิ่งตอนเย็นพระอาทิตย์ตก วิวตรงนี้จะยิ่งสวย เปล่งประกายแสงมาก เสียดายที่เราไม่ได้รอเก็บภาพยามพระอาทิตย์ตกกันตรงนี้ค่ะ
แต่เรานั้นเลือกไปเก็บฉากพระอาทิตย์ตกที่ไหนนั้น ตามมาเลยค่าาา Smiley





คืนที่สอง เรามาเช็คอินกันที่นี่ค่ะ

Mercure Koh Chang Hideaway
รีสอร์ท 5 ดาวบนหาดส่วนตัว กับที่พักอีกสไตล์หนึ่งที่เราอยากบอกต่อ
สำหรับใครที่ชอบความหรูหรา สะดวกสบาย และความสงบ เมอร์เคียว เกาะช้างฯ ถือเป็นคำตอบลำดับต้นๆ ที่พักเกาะในเกาะช้างก็ว่าได้นะคะ ในราคาเริ่มต้น 1,900+ บาท

ที่นี่มีห้อง ฟิตเนส สปา และห้อง kids club รวมทั้งห้องคาราโอเกะด้วย แบบว่ามาพักผ่อนที่นี่กันได้เพลินๆ ทั้งครอบครัว

เช็คอินที่ Lobby มีค่าประกันกุญแจ 1,000 บาท มี Welcome Drink  ที่ Lobby ยังไม่พอ
ภายในห้องพักยังมี Welcome fruit ให้อีกด้วยค่าา







ห้องพักมีทั้งหมด 96 ห้อง แบ่งออกเป็น 5 ประเภทค่ะ ห้องนี้เป็นห้องพักที่เราได้พักในคืนนี้ค่า Deluxe Ocean View ขนาด 52 ตร.ม. มีระเบียงส่วนตัวซึ่งมีวิวทะเลอยู่ด้านหน้า และมีอ่างจากุซซี่ส่วนตัวให้ด้วย  อาบน้ำ เปิดม่าน แช่อ่างกันเพลินๆ ^^













Mercure Koh Chang Hideaway ที่นี่แหละค่ะ เป็นสถานที่เราได้ยืนมองพระอาทิตย์ลาลับฟ้าที่นี่
และก็ถือว่าเป็นจุดที่พระอาทิตย์ตกที่สวยอีกแห่งหนึ่งบนเกาะช้าง  

ด้านหลังติดหาดจะเป็นสระว่ายน้ำใหญ่มาก มีอ่างจากุชี่อีกหลายจุดในพื้นที่สระว่ายน้ำ  และยังสามารถเดินทะลุย่ำทรายเล่นบนชายหาดที่ทอดยาวสุดสายตา



..โ ร แ ม น ติ ก ย า ม เ ย็ น..




ห้องพักอีกแบบหนึ่งที่เราได้มาเก็บภาพมาฝากกันนั้นคือ Pool Villas ซึ่งมีจำนวน 20 ห้อง ขนาด 123 ตร.ม. ค่ะ ไปกรี๊ด เอ้ย ไปดูกันค่า





Pool Villas ห้องพัก Type นี้จะอยู่ใกล้ Lobby มากกว่า จะไม่เห็นวิวทะเลแต่ แต่ว่าภายในห้องพัก จะมีสระว่ายน้ำส่วนตัว และอ่างจากุชชี่
พื้นที่ภายในห้องน้ำ กว้างขวาง จะมีประดูในห้องน้ำเปิดเชื่อมต่อไปยังอ่างจากุชชี่และสระว่ายน้ำกันได้เลย


อุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องพักของ Mercure Koh Chang Hideaway ไดร์เป่าผม ตู้นิรภัย อุปกรณ์ภายในห้องน้ำ น้ำดื่มฟรี 2 ขวด และมินิบาร์จะมีราคาบอกไว้บนตู้เย็นค่ะ 

Mercure Koh Chang Hideaway เราได้ทดสอบ Free Wi-Fi ซึ่งจะได้รหัสมาจาก Lobby ตอนเช็คอินด้วย Wi-Fi ที่นี่ เร็ว แรง ใช้ได้ดีค่า







พื้นที่ส่วนกลาง และ Lobby ของMercure Koh Chang Hideaway ค่ะ ตกแต่งได้สวย น่าถ่ายรูปเล่นมาก จัดมากันหน่อย ^^

ซึ่งในส่วนของ Lobby จะมีมุมนั่งเล่นชิลๆ ให้อีกหลายจุด และสิ่งที่เราจะคอมเม้นต์ตามสไตล์เราเองคือ พนักงานทีนี่จะเทคแคร์และดูแลเป็นกันเองมากค่ะ
เข้าใจว่าผ่านการฝึกกันมาอย่างดี





ยามเย็น หลังจากพระอาทิตย์ได้ลาลับไปแล้ว เราได้เดินมาที่มุมนีอีกครั้งค่ะ สระว่ายน้ำ หาดทราย สายลม ริมทะเล

แม้จะเป็นช่วงหน้าฝน กับข้อมูลที่ได้รับมาคือ ตราดเป็นจังหวัดที่ฝนตกชุก จังหวัดหนึ่ง เราโชคดีจริงๆค่ะ วันนี้ฝนไม่ตก ทำให้เราได้มีโอกาสได้เห็นแสงพระอาทิตย์ ณ พื้นที่แห่งนี้

แสงทไวไลท์ ที่งามจับใจจริงๆ ^^






วันที่ 3 ของทริป หลังจากเช็คเอ้าท์ออกมาจาก Mercure Koh Chang Hideaway พวกเราก็มุ่งหน้ามาที่พักอีกแห่งค่ะ ซึ่งเป็นแนว โฮมสเตย์ แสงอรุณซีฟู้ด & รีสอร์ท มาถึงเที่ยงๆ พอดีก็สั่งอาหารมาทานกันก่อนเล้ย แสงอรุณซีฟู้ด & รีสอร์ท อยู่เกาะช้างใต้ค่ะ อยู่ติดๆ กับครัวสลักเพชร ที่พวกเราได้ทานมาในมื้อแรกที่มาถึงเกาะ แต่ร้านครัวแสงอรุณฯ ป้ายทางเข้าจะไม่เด่นชัด มีทางเดินเข้าซอกเล็กๆ ไปอีกนะคะ ซึ่งรถยนต์ไมสมารถผ่านได้ ส่วนรถยนต์ก็ใช้พื้นที่จอดด้วยกันกับครัวสลักเพชรได้เลยค่า



อาหารมื้อนี้มี ปลาหมึกชุบแป้งทอด จ้อปู ยำทะเลรวมมิตร และต้มยำปลากระบอก  ค่าเสียหายรวมเครื่องดื่มแล้วจ่ายไป 820 บาทค่ะ




คณะเรามาเช็คอินที่พักที่นี่พร้อมได้นังเรือจากแสงอรุณซีฟู้ด & รีสอร์ท ไปเที่ยวกันต่อยัง เกาะเหลายา 
ซึ่งได้ชื่อวาเป็นเพชรเม็ดงามแห่งทะเลตะวันออก
วันนั้นคลื่นค่อนข้างสูง ต้องเป็นเรือใหญ่เท่านั้นถึงจะออกได้ แต่พวกเราก็บ่หยั่นค่ะเพราะอยากเห็นกันมากกว่า 555
นั่งเรือใช้เวลาราวๆ 40-50 นาทีก็ถึงกันแล้วค่า


เกาะเหลายา เพชรเม็ดงามแห่งทะเลตะวันออก







เกาะเหลายา หาดทรายขาวละเอียดมากๆ เสมือนเป็นเกาะส่วนตัว ไม่มีคน แต่มีรีสอร์ทด้วยนะคะ เป็นเหลายา รีสอร์ท ทราบมาว่าเป็นรีสอร์ทแห่งเดียวบนเกาะเท่านั้น และช่วงที่เราไปรีสอร์ทจะปิดชั่วคราวเนื่องจากรับนักท่องเที่ยวแค่ช่วงฤดูกาลเท่านั้น

ณ เวลานั้น ทั้งเกาะก็จะมีแต่พวกเราเท่านั้นที่ได้ลัลล้ากันได้อย่างเต็มที่
อ้อ เกาะนี้คลื่นโทรศัพท์ชัดกันทุกเครือข่ายค่ะลองเทสมาแล้วให้อัพเฟสบุ๊คแชร์ลงโซเซียลกันเพลินๆ ได้เล้ย








กลับออกมาจากเกาะเหลายา เวลาของพวกเรายังมีเหลืออีกหลายชั่วโมงกว่าจะย่ำเย็น เราก็เดินทางไปกันต่อค่ะ แบบว่าไม่ยอมเหน็ดเหนื่อยกันเลยทีเดียว 555  

และเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ที่หลายคนยังไม่รู้จักว่าซุกซ่อนอยู่ที่ไหนในเกาะช้าง นั่นคือ ป่าชายเลนบ้านนาใน อ่าวสลักเพชร แห่งเกาะช้างใต้  ขอแนะนำเลยค่ะที่นี่ ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าไหร่ ความสวยงามยิ่งมากขึ้นเท่านั้น !!







พื้นทางเดินลายไม้สีแดง ทำไว้แข็งแรงมาก ตอนเริ่มต้นยังไม่สวยเท่าไหร่ แต่ถ้าหากใครถอดใจไปก่อนถือว่าเสียดายนะคะ 

แต่เรากลับรู้สึกว่า ยิ่งเดิน ยิ่งเพลิน แม้สองข้างทางจะเป็นป่า และก็ป่า ด้วยระยะทางไม่ไกลมาก อากาศเย็นสบายด้วยมั้ง ทำให้เราเพลิดเพลินกับการเดิน เดินไปข้างหน้า ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอกับวิวอย่างไรกันบ้าง


และฉากภาพตรงหน้า ที่พวกเราได้เจอมานี่สิ ทำให้เรายิ้ม ยิ้มและทุกคนก็ยิ้มด้วยกันหมด พูดได้คำเดียวว่าสวยมากกกกกกก









สุดทางเดินของป่าชายเลนบ้านนาใน จะเป็นทะเลค่ะ ทะเลยามเย็นที่น้ำกำลังขึ้นมา ขึ้นมาช้าๆ และอย่างเร็วในพริบตา มาถึง ณ จุดนี้ หายเหนื่อยกันเลยทีเดียว ลมทะเลยามเย็นตรงนี้ เย็นชื่นใจมากกก น่างีบเป็นที่สุด อิอิ

ทำให้เรากล้าที่จะพูดว่า ป่าชายเลนบ้านนาใน แห่งอ่าวสลักเพชร บนเกาะช้างที่นี่ เป็นป่าชายเลนที่สวยที่สุดเทาที่เคยเจอมา ก็ว่าได้นะคะ





เย็นแล้วๆ กลับมากันต่อที่พักล่ะน้าา ที่พักคืนที่สามของทริป แสงอรุณซีฟู้ด & รีสอร์ท คืนละ 500 บาท ห้องแอร์ติดทะเล รับลมแบบชิวๆ เป็นอย่างมาก ภายในห้องพัก ห้องน้ำในตัว น้ำดื่มฟรี 2 ขวด ไม่มีตู้เย็นนะคะ Free Wi-Fi อ้อ ผ้าเช็ดตัวก็ไม่มีให้ค่า ใครมาพักที่นี่ต้องเตรียมมากันด้วยล่ะ  แต่ที่นี่มีทีเด็ด ที่อยากจะบอกต่อนั้นคือ อะไร!! เลื่อนลงไปดูเลยค่าาาา Smiley


พื้นที่กว้างขวางภายใน แสงอรุณซีฟู้ด & รีสอร์ท ที่สามารถมาจัดงานปาร์ตี้ สำหรับมาเป็นกรุ๊ปทัวร์ได้ด้วยนะคะ
ที่นี่เค้ายังจัดแพ็คเก็จทัวร์แบบ 2 วัน 1 คืน หรือ 3 วัน 2 คืน พาไปดำน้ำ ล่องเรือเที่ยวเกาะเหลายา ตกหมึกอะไรด้วยนะคะ 
รวมที่พักและอาหารทุกมื้อเป็นแพ็จเก็จ 1 คืน คนละ 1500 บาท  2 คืนคนละ 2600 บาท แต่ถ้าใครต้องการเฉพาะแค่ที่พักก้ได้ห้องละ 500 บาทค่ะ

และทีเด็ดที่จะได้จาก แสงอรุณซีฟู้ด & รีสอร์ทที่นี่คือ
อาหารชีฟู้ด มื้อเย็นมื้อนี้ บอกได้เลยว่า เด็ดมากกกกก



อาหารเย็นเช็ตนี้จะเป็นไฮไลท์ของทางแสงอรุณฯเค้าเลย ทราบมาว่าจะมีให้กับทุกกรุ๊บทุกแพ็จก็จ ปูม้านึ่งที่นี่ตัวใหญ่มากกก เนื้อแน่นกันสดๆ เด็ดๆ น้ำจิ้มก็แซ่บได้ใจ ปลาหมึกไข่ทอดกรอบนี่ด้วยค่ะ ไข่เต็มๆ ตัวเลย ปลื้มมากกกก หอยเชลล์ทะเลผัดฉ่านี่ด้วยสิ ไม่พลาดแน่ๆ กะข้าวสวยร้อนๆ เข้าท่าเป็นที่สุดเล้ยยย อ่าาาาาา พิมพ์ไปน้ำลายไหลไปด้วยนะเนี่ย 555

บรรยากาศยามเย็น Dinner ไปด้วยมองทะเลตรงหน้าไปด้วย ลมเย็นๆ เพลินๆ ยาวไป ยาวไปคืนนี้





รุ่งเช้า เปิดม่านมาเจอกับบรรยากาศฝนตกปรอยๆ และคาดกว่าคงตกเกือบทั้งวันอย่างแน่นอน ยิ้มๆ อยู่ในใจคิดบวกยังดีเนอะ ที่สองวันที่มานั้นยังมีแดดบ้าง เช้านี้เตร่ๆ อยู่ที่รีสอร์ทกันก่อนค่ะ ประเดิมเปิดมาด้วยอาหารเช้าเป็นข้าวต้มทะเลรวมมิตร ได้มาหม้อใหญ่มากกกก เราเติมไป 3 รอบอิ่ม จุกกันเลยทีเดียว 555

ในเมื่อฝนไม่มีท่าที่ว่าจะหยุดตก แม้จะลดดีกรีลงน้อยนึงพวกเราก็เช็คเอาท์กันออกมาล่ะน้าา อีกแห่งที่คุ้มค่า แสงอรุณซีฟู้ด & รีสอร์ท เราเชื่อว่าเพื่อน ๆต้องชอบกันกับซีฟู้ด จัดเต็มขนาดนั้น


อุปสรรคไม่ได้อยู่ทีเส้นทาง แต่อุปสรรคการเดินทางอยู่ที่ใจเราต่างหาก ถ้าใจเราพร้อมที่จะสู้ เรื่องอื่นๆ คือเรื่องเล็กค่ะ ระหว่างทาง เจอถนนขนาดขนาดใหญ่มาก เป็นผลมาจากเกาะช้างเจอฝนตก และน้ำเชียวอย่างหนัก ในพื้นที่ธรรมชาติสุดๆ อย่างที่นี่ แต่ไม่ใช่ปัญหาและอุปสรรคที่จะทำให้เราก้าวผ่านไมไ่ด้

ชิวไป ชิวไป ทางข้างหน้ายังรอพวกเราอยู่ ณ จุดชมวิวอ่าวกะรัง ซึ่งเป็นจุดชมวิวสุดท้ายก่อนขึ้นฝั่ง และเดินทางกันต่อไป
ที่เราเชื่อเหลือเกินว่า ตราดนั้นคือเมืองเกาะในฝัน อย่างแท้จริง!!









Share To:

yhibklong

Post A Comment: