DAY2 SAPPORO - FURANO - BIEI

การเดินทาง วันนี้ มันเริ่มต้นจากเวลา ตี5ครึ่ง 


เช้าที่ผมตื่นขึ้นมารีบอาบน้ำแปรงฟัน ก่อนเตรียมตัวเดินทางไปยังเมืองฟูราโน่ Furano และเมืองบิเอะ


ติดตามเพจ ได้ที่ www.facebook.com/yhibklong




การเดินทางมายังเมืองฟูราโน่ หน้าร้อนไม่ยากเลยครับ ก่อนอื่นถ้าใครไม่ได้ซื้อพาสแบบไม่อั้น ของ Hokkaido Rail Pass แล้วละก็ ผมแนะนำให้ไปซื้อพาสแบบ Furano Biei Round Tour Ticket ราคา5,500เยน แบบผม ซึ่งจะมีที่จำหน่าย 2 ที่ คือ ที่สนามบิน กับ ที่สถานีซัปโปโร แต่ถ้าซื้อที่สนามบินจะมีราคาแพงกว่า ที่ซัปโปโร ซึ่งบัตรนี้ สามารถใช้รถไฟ ในเขตที่กำหนดได้ถึง4วัน ทีสำคัญ พาสนี้สามารถนั่ง Lavender Express ไปถึงฟูราโน่ ได้เลย แล้วยังไปต่อ รถไฟสายพิเศษ ที่มีเฉพาะหน้าร้อนอีก ที่มีชื่อว่า
Norokko train ได้อีกด้วย

การนั่งรถไฟ มายังเมือฟูราโน่ เราจะใช้เวลาราวๆ 2ชม ได้ครับ ผมเลือกมาแต่เช้า ซึ่งจะมาถึงฟูราโน่ ราวๆ10โมงเช้า ได้ครับ 




รูปที่บันได บอกถึงการต้อนรับของเมืองนี้ได้เป็นอย่างดี ทำรูปออกมาน่ารัก มากๆ


แต่ระหว่างที่มาถึงเมืองฟูราโน่ จะมีรถไฟเข้าไปยังฟาร์มอีกที ราวๆ 11โมงกว่าๆ ทำให้ ต้องรอ อีกนาน หรือ อีกทางเลือกนึง คือ นั่งแท็กซี่ ไปยังฟาร์มเลย จะมีค่าใช้จ่ายราวๆ 3000 เยน ได้ ซึ่งผมมากัน 4คนเลยเลือกที่จะนั่งแท็กซี่ไปดีกว่าเพราะจะได้ไม่เสียเวลา และจะได้ทันกับรถไฟอีกเที่ยวนึง คือเที่ยว ที่จะไป เมืองบิเอะ เลย


ผมนั่งรถแท็กซี่ไม่นาน ใช้เวลาราวๆ 15 นาทีได้ก็มาถึงยัง Farm Tomita 



เมื่อเดินเข้ามา ยังด้านใน ผมก็ถูกต้อนรับด้วย ดอกไม้สีม่วง ที่สวยงาม


ความงามของดอกลาเวนเดอร์ที่รายล้อมตัวผม มันทำให้สถานที่แห่งนี้เหมือนปกคลุมไปด้วยสีม่วง 


และรอบๆยังมีดอกไม้สีสวยๆอีกมากมาย ไม่เพียงแค่ลาเวนเดอร์เท่านั้น 



สำหรับผมมันช่างเป็นวันที่สุขอีกหนึ่งวัน กับทุ่งดอกไม้ที่เยอะมากมาย ทำให้การถ่ายรูปในวันนั้นของผมมี แต่รอยยิ้ม







ด้านหลังฟาร์มที่มีภูเขาสูงใหญ่ วิวที่สวยงามทำให้วิวที่มองออกไป สวยงามกว่าที่ไหนๆ










ไม่ว่ามองไปทางไหน ก็จะเห็น สีม่วง เต็ม พื้นที่ไปตลอดทาง











หากเพื่อนๆได้แวะมา อย่าลืมไอติม ลาเวนเดอร์ด้วยนะครับ เพราะมันเพิ่มความเย็นได้อย่างดีทีเดียว 








อีกมุมนึงของ ฟาร์ม จะเห็นดอกไม้ที่เรียงรายกันมาเหมือนสีรุ้งเลย ยิ่งสีของดอกไม้ ตัดกับผู้เขาด้านหลังทำให้ สวยงามยิ่งนัก 




1 ในหลายๆสีก็มีสีของต้นข้าวด้วยนะครับ



การที่ได้ใช้เวลา ราว 1-2 ชม ที่นี่ มันทำให้หัวใจผม มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ลมเย็นๆที่พัดผ่าน ยามที่เราชมดอกไม้ สีสันของดอกไม้ที่ฟูราโน่ ในหน้าร้อน มันงามเสียเหลือเกิน 


ผมได้แต่ตัดใจ แล้ว เดินไปตามเวลานัดหมายที่ รถไฟกำลังจะมาถึงเมืองฟูราโน่ 






รอบๆเมืองฟูราโน่ ยังคงความสงบ และเป็นธรรมชาติอย่างเต็มที่ 





ผมได้แต่ แอบฝันเล็กๆ ว่าถ้ามีบ้านเล็กๆของตัวเองซักหลัง ในที่แห่งนี้ ได้ชมวิวสวยๆ ท้องนาเขียวๆทั้งวัน คงจะมีความสุขไม่น้อย ความประทับใจที่เมืองฟูราโน่ในหน้าร้อน ผมบอกได้เลยว่ามากมาย 






ระหว่างที่วาดความฝันอยู่ เสียง รถไฟ ก็ดังขึ้นมา รถไฟที่จะนำเราไปยังเมือง บิเอะ 




ถ้าใครได้จองที่นั้งมา ก็ จะสามารถนั่งริมหน้าต่าง ชมวิวได้ตลอดเส้นทาง









วิวด้านนอก ระหว่างทางก็ยังสวยงามน่ามองตลอด









ถ้าใครชอบ มุมสบายๆก็ด้านหน้าเลยครับ มี ให้นั่งชมวิวอย่างเต็มๆ ตา





เวลาผ่านไป ไม่กี่นาที รถไฟ ก็นำผม มาสู่ เมืองบิเอะ






"ก้าวแรกของเรา"

....

....

ผมลงจากรถไฟ หาอาหารทานรองท้องก่อน จะไปเช่ารถจักรยาน เพื่อปั่น ชม เมืองรอบๆ




จุดแรก ไม่ห่างจาก สถานีรถไฟเท่าไหร่ เพียงแค่ปั่นขึ้นมา เห็นภาพนี้แล้วก็หายเหนื่อยเลย




ปล แนะนำให้เช่าจักรยานแบบมีมอเตอร์นะครับ












ผมใช้เวลา มองวิวรอบๆถนน อย่างเต็มหัวใจ แสงสีและกลิ่นไอของใบหญ้า มันทำให้ ทริปนี้ผมมีแรง ขึ้นมาอย่างเต็มที่









วิวข้างทางแบบ สบายๆ ไม่ต้องแย่งกับใคร วิวที่ มีเงินแค่ไหนก็ซื้อไม่ได้









เสียงฟ้าคำราม พร้อมน้ำฝนตกที่ตกลงมา.... 






ไม่ทัน ไร ฝนก็ตกลงมาที่ละน้อย ถนนที่เคยยิ้มแย้ม กลับกลายเป็น ถนน ที่เหงาทันที 











แต่ไม่ว่า ฝนจะตกลงมา เท่าไหร่ ก็ไม่ได้ทำให้รอยยิ้มกับขา ที่ปั่นจักรยานผมลดน้อยลง















ผมได้แต่ปั่น ปั่น ปั่น ชมวิวไปเรื่อยๆ ในหัวไม่ได้มีแม้แต่งาน แม้แต่เรื่องให้เครียด มีแต่ รอยยิ้ม ที่ยิ้มไปพร้อมกับน้ำฝน









สำหรับเมืองบิเอะ หลายๆคนอาจจะไม่รู้จัก แต่สำหรับผม แล้วผมกลับชอบเมืองนี้มาก มันอาจจะเป็นเพราะงาม และความสงบ ของที่แห่งนี้ด้วย ทำให้ผมรู้สึกหลงรักเลยก็ว่าได้









หาก ถ้าใครได้มาสัมผัส ยังที่แห่งนี้ ผมรับรองว่าคุณจะรัก เค้า ได้เท่าผมแน่นอน 

เมื่อ ถึงเวลา5โมงเย็นนิดๆ ผมก็ กลับเข้าสู่ เมือง ซัปโปโร




แต่ช่วงเวลาที่เดินทางกลับ ผมยังคงนึกถึง ทั้งเมืองฟูราโน่ และบิเอะ อยู่ตลอดทาง ...









Share To:

yhibklong

Post A Comment: