การเดินทางครั้งนี้ ผมไม่รู้ว่ามันเริ่มมาจาก ตอนไหน และเมื่อไหร่ ผมมารู้อีกที กระเป๋าเสื้อผ้า และกล้องถ่ายรูป ของผมก็ถูกจัดลงกระเป๋าใบโตเสียแล้ว การเดินทาง ที่ ไปเรื่อยๆ ไม่รีบเร่ง กับเส้นทางแห่ง ที่เค้าบอกกันว่าต้องใช้ความอึดในการขับรถ เป็นอย่างมาก 

เช้านี้ผมตื่นมา ราวๆ ตี3 กับภารกิจ ขับรถ ตรงสู่ จังหวัดกระบี่ ช่วงเวลาการขับรถช่วงเช้าเป็นไปอย่างสบายๆ การเดินทางคราวนี้ผมไปอย่างไปรีบเร่ง เสียงเพลงบนรถถูกเปิดอย่างเบาๆ ท้องฟ้ายามเช้าเริ่มเปิดออกมาให้เห็นแสงสว่าง เสียงเพลง ท้องฟ้า และท้องถนน สามสิ่งที่ คอยดันให้เรามุ่งหน้าเดินทางอย่าไม่ท้อ
สนใจติดตามเพจ www.faceboo.com/yhibklong


กระบี่เที่ยวต้องมา......ครั้งเดียวไม่เคยพอ





ตกเย็น ผมออกไปหาขนมและของอร่อยที่ถนนคนเดิน ถนนคนเดินที่จังหวัดกระบี่ ยาวมากครับ และความยาวของถนนยังเต็มไปด้วย ขนม อาหารทะเลสดๆ และอีกทั้งเสื้อผ้า หรือแม้แต่เคสมือถือ ที่พ่อค้าแม่ค้าต่างนำมาขายในราคา ถูกแสนถูก ผมจึงไม่แปลกใจว่าทำไม ถนน สายนี้ คนถึงเเน่นเหลือเกิน





ชีวิตคืนแรก กับการมากระบี่ ทำให้รู้ว่าเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ ไม่ได้แพงอย่างที่คิด เริ่มด้วยห้องพัก แบบโฮมสเตย์ใจกลางเมือง (บ้านโชคลาภ)ตกคืนละ250บาท ต่อคืน ผมพัก3วัน ตกอยู่ 700บาท(ราคาลดครับ) สำหรับอาหารมือแรกที่จังหวัดกระบี่ ผมไปซื้อของในตลาดเพื่อมากินกันอย่างเต็มที่ เริ่มต้นด้วยหอยนางรม ตัวใหญ่ยักษ์ ปกติ ที่กทม ตัวละ 50-70บาทต่อตัว แต่ที่กระบี่ ตัวละ20บาท (เริ่ด) ปลาเผา ตัวใหญ่กว่าฝามือ ตัวละ150บาท ปกติ กทม กินแบบนี้230อัพ ยำหมึกไข่ 60 บาท ถ้าไปกินในร้านคงโดนไป120แน่ๆ ยำวุ้นเส้นทะเล 60 บาท ถูกสุดๆ หมูย่างกับลูกชิ้นรสเด็ด 50บาทปิดท้ายด้วย โรตีกรอบ 40บาท เต็มๆถ้วย สรุป ตกมา หารๆกันไม่เกิน150 

ถึงได้ว่า กระบี่ที่เดียวเที่ยวได้ครบเครื่อง จริงๆ







เช้าวันแรกที่กระบี่ เช้าที่ผมเดินทางไปยังอ่าวท่าเลน แต่เช้า เพื่อไปจองคิวพายเรือคายัค ที่นั้น ระหว่างเส้นทางผมมองไปเห็น พระอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น แสงสีแดงที่สาดส่อง หมอกจางๆในฤดูร้อนค่อยๆคืบคลาน ท้องฟ้ายามเช้า พร้อมอากาศที่บริสุทธิ์ ความงามข้างทางที่ทำเอาใจผมหยุดไปชั่วขณะ ไม่แปลกเลยที่ผมจะใช้เวลาจอดรถอยู่ข้างทางซักพัก เพียงเพื่อมองแสงของวันใหม่



เช้านี้ผมเข้าไปจองเรือที่กระบี่ ดิสคัฟเวอรี รีสอร์ท เมื่อเข้าไปทำให้ทราบว่าน้ำทะเล ลงมากไม่สามารถไปพายคายัคได้ในช่วงเช้าแต่จะสามารถไปพายตอนช่วงบ่ายได้ ทำให้ผมต้องไปช่วยบ่ายแทน ส่วนค่าใช้จ่าย ราคา 2คน500บาท แต่ผมมากัน 3คน เลยได้ราคา600บาท เท่านั้น แต่ด้วยเราขอเพิ่มเอาไกด์ไปด้วย เลยเสียเงินเพิ่มอีก 300บาทครับ รวมเป็น900บาท ต่อสามคน หรือเท่ากับคนละ 300บาท ครับ

หลังจากจองเรือแล้ว ผมก็มาทานอาหารเช้าที่ท่าเรืออ่าวท่าเลน อาหารเช้าวันนี้ของผมเป็น ขนมที่เจ้าของร้านทำเองใหม่ๆ กับ ชาร้อนๆ พอทานสองอย่างพร้อมๆกัน มันช่างอร่อยอย่างบอกไม่ถูก



เมื่อทานอิ่ม ผมออกไป นั่งเล่น ชมวิวยามเช้าที่ อ่าวท่าเลน สายลมเย็นๆ ที่พัดมาพร้อมกลิ่นไอทะเล เสียงนกร้องเคล้ากับเสียงคลื่น การนั่งห้อยขาชมวิวทะเล มันช่างมีความสุขเสียเหลือเกิน







สำหรับผมความสุขที่ได้อยู่ตรงนี้ ท่ามกลางความสวยงาม ที่แม้แต่ผมจะถ่ายรูปออกมาให้ดีแค่ไหน ก็ยังมิอาจจะเทียบเท่าตาเห็นได้ ผมได้เพียงแต่นั่งฟังเสียงทะเล ฟังเสียงคลื่น แล้วใช้เวลากับมันไปอย่างช้าๆ 





ระหว่างรอเวลา ผมแวะมาที่ ท่าปอมคลองสองน้ำ เพื่อถ่ายรูปสวยๆ







ทางเข้า ไปด้านในจะมีสะพานทอดยาวที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ สองข้างทาง








ความสวยงามของทะเลและน้ำจืดที่มาผสมรวมกันออกมาเป็นน้ำใสๆ สองสีสวยงาม




ความงามของสายน้ำ ที่ใสจนมองลงไปเห็นยังตัวปลา 




ความร่มรื่นของป่าไม้ ที่ทำให้ ที่ตรงนี้ สวยงามกว่าที่ใดๆ ข้อดีอีกข้อหนึ่งของทีท่าปอม ก็คือ ห้ามลงไปเล่นน้ำ บริเวณนี้ เพราะหาก ลงไปเล่นอาจจะเผลอไปเหยียบ หรือลงไปทำลาย รากไม้ ทำให้ต้นไม้ตายได้ 

คงเป็น เพราะการห้ามแบบนี้ เลยทำให้ ธรรมชาติยังคงอยู่ และสวยเสมอ








ผมค่อยๆเดินไปอย่างเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน ค่อยๆ ซึบซับ กับความสวยงามทีละน้อยทีละน้อย









สำหรับที่ ท่าปอมคลองสองน้ำ ยังคงเป็นธรรมชาติที่สุขสงบ และเหมาะสำหรับคนรักการพจญภัยต้องการหา กิจกรรมแปลกใหม่ ผมอยากแนะนำให้มาเที่ยวที่ท่าปอมคลองสองน้ำแห่งนี้ ผมเชื่อว่าคุณจะหลงรักที่นี่อย่างแน่นอน








เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักก็ถึงเวลาที่ ผมต้องไปพายเรือคายัคเสียแล้ว เรือคายัคลำใหญ่ของผมถูกนำมาวางไว้ เพื่อเตรียมพร้อม ออกเดินทางอย่างเต็มที่








แสงแดดอ่อนๆ พร้อมกับสายลมที่คอยพัดพา คลื่นที่สงบนิ่งหมายราวทำให้การเคลื่อนตัวของเรือไปได้อย่างสบายๆ เสียงฝีพายที่คอยจุ่มน้ำเป็นจังหวะ ทำให้การเคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็ว











วิวเขาที่อยู่ด้านหน้าพร้อมทำให้ผมตื่นตาตื่นใจเสมอ การพายเรือไปเรื่อยๆ พร้อมหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายมันไม่ง่ายเลย แต่หากด้วย ความสวยของรอบๆ มันก็ทำให้ผมจำเป็นต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายตลอดเวลา












เพียงเวลาไม่นาน ผมมาถึงจุดพักแรก ก่อนที่จะเข้าไปยังป่าชายเลน 








การพักเพียงไม่นาน มันกลับเติมพลังให้ผมอย่างบอกไม่ถูก พลังที่พร้อมจะก้าวไปต่อยังจุดหมายที่สวยงามด้านหน้า ป่าชายเลน นั้นเอง








ไกด์ เดินมาบอกผม ว่าพร้อมหรือยัง คำตอบที่ผมได้บอกออกไปอย่างไม่คิด คือ พร้อม !!

เสียงลากเรือลงน้ำ การประจำตำแหน่งถูกจัดวางอย่างเดิม เสียงฝีพายค่อยๆดังขึ้นมา พร้อมพายออกจากจุดพัก ไม่นานนัก ก็มายังป่าชายเลนขนาดใหญ่ เสียงลิงที่ร้องดัง แมลงและนกต่างพากันร้องเป็นระยะ ความร่มรื่นของต้นไม้สลับกับเขา ภาพตรงหน้าของผม มันเป็นความสวยงามที่หาดูได้ยากเสียเหลือเกินจากที่อื่นๆ 












ความเหนื่อยที่หายไป มันหายไปตอนไหนผมไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีผมได้แต่ปล่อยกายปล่อยใจไปกับ เค้าเสียแล้ว เค้าที่นี่ไม่ใช่ใคร แต่เป็นภาพที่สวยงามที่อยู่เบื้องหน้า 












ภาพที่ทำเอาผมตกอยู่ใน มนต์สะกดเสียแล้ว หากวันนี้รูปที่ผมถ่าย มันได้ซักเพียงครึ่งหนึ่งของที่ผมเห็นวันนั้นได้ ก็คงจะดี เพื่อนๆคงจะได้เห็นความสวยงามที่ อยู่ในมนต์สะกดนั้นเป็นเช่นไร หากจะบอกเล่ามันก็เป็นเพียง การที่ พายเรือไป แล้วมีภูเขาที่ใหญ่สวยงาม โอบกอดเราไป ตลอดการเดินทาง ไม่ว่ามองไปทางไหน ทางไหน ก็ มิอาจจะหนีจากมนต์นี้ไปได้เสีย ผมได้แต่พายเรือไปพร้อมรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ผมหมายจะบอกคนอื่นๆว่ามีความสุขมากมายเพียงใด 





คงได้แต่ขอบคุณท้องฟ้า ท้องทะเล และต้นไม้ ที่ ก่อให้เกิดสถานที่สวยๆ แบบนี้ ผมไม่แปลกใจเลย ว่าทำไม คนจากหลากหลายชาติ ต่างเดินทางมาพายเรือยังที่แห่งนี้ เพราะความน่าตื่นเต้น และความงามสองข้างทางนั้นเองคือคำตอบทั้งหมด








แม้เวลา ที่ผมอยู่ มันอาจจะไม่ได้นานมากมายเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ผมได้มามันกลับอย่างบอกไม่ถูก จากการมาแบบไม่ได้คาดหวังอะไร แต่สิ่งได้กลับไปมันช่างมีค่าเสียเหลือเกิน 








หากใครเคยไปแล้ว คงไม่แปลกใจ ว่าทำไม ผมถึงได้หลงรักที่นี่ หากแต่ใครยังไม่ได้ไป ผมอยากให้ลองมาเที่ยวดูนะครับ ไม่ไกลจากตัวเมืองเลย ขอเวลาไม่กี่ชั่วโมง คุณจะได้อะไรใหม่ๆ กับไปอย่างแน่นอน อย่างน้อยๆ ความสุข พร้อมรอยยิ้ม เค้าก็คอยคุณนำเค้ากลับไปเสมอ




สุดท้าย กระบี่ไม่ได้มีดีแค่เกาะเพียงอย่างเดียวนะครับ 




ขอบคุณที่มาชม นะครับ.... หยิบกล้องมาท่องโลก 











Share To:

yhibklong

Post A Comment: