สวัสดีครับเพื่อนๆ ...คราวนี้ ผม นายหยิบกล้องมาท่องโลก จะพาเพื่อนๆไปเที่ยวงานแฟร์ (canton fair)งานแสดงสินค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองกวางโจว ซึ่งงาน canton fair นี้เป็นงานที่มีชื่อเสียงมากๆ และจะมีคนจากทั่วทุกมุมโลกมาที่งานนี้ เพื่อนำเข้าส่งออกสินค้า กันมากมาย และสำหรับคนไทย งานนี้ยังเป็นงานสำคัญที่จะทำให้เห็นถึงสินค้า และช่องทางทำธุรกิจอีกมากมาย ในเมืองไทย 

ติดตาม เพจ หรือเวปได้ที่

สำหรับการเดินทางครั้งนี้ ผม ได้รับการสนับสนุนการเดินทางจากสายการบินแอร์เอเชีย ที่จะพาผมลัดฟ้าไป เที่ยวที่ เมืองกวางโจวในราคาที่สบายๆ กระเป๋า สำหรับใครอยากได้ข้อมูลดีดี ของเมืองต่างๆในเอเชีย ผมแนะนำให้โหลด app airasia travel buddy นี้ได้เลยครับ เพราะข้อมูลใน app ทำได้ดีมากๆครับ ทั้งมีแนะนำที่เที่ยว ที่กิน และที่พัก พร้อมเลย แถมสามารถ เปิดแผนที่ นำทางไปยังสถานที่นั้นๆได้อีกด้วย เรียกว่า app เดียว เที่ยวได้สบายเลย


สำหรับการเดินทางไปเมืองกวางโจว จะใช้เวลาราวๆ 3ชั่วโมง การเดินทางครั้งนี้สำหรับผมรู้สึกอบอุ่นที่ได้เดินทางกับแอร์เอเชีย เพราะทั้งราคาที่ไม่ได้แพง และยังมีความปลอดภัยสูง อีกด้วย


                                 ผมนั่งชมวิวที่ข้างหน้าต่างซักพัก อาหารเครื่อง ร้อนๆ ที่นำมาพร้อมความอร่อยก็ถูกจับมาวางด้านหน้า ถ้าใครบินกับแอร์เอเชียบ่อยๆจะทราบว่า ถ้าเราสั่งอาหาร ทางออนไลน์ก่อน จะได้ราคาพิเศษที่ถูกกว่าสั่งบนเครื่อง ถ้าใครจะบินแล้วคิดว่า ตอนเดินทางนั้น หิวแน่ๆ ผมแนะนำให้สั่งไว้เลยครับ แล้วจะอิ่ม พร้อมนอนหลับสบายเหมือนผมครับ

  ราวๆ5ทุ่มกว่าๆ ผมก็มาถึงที่สนามบิน กวางโจว เมื่อมาถึงผม รีบ เดินไปยัง ทางออกด้านหน้า เพื่อขึ้นรถ ชัตเตอร์บัส สำหรับใคร อยากประหยัดการเดินทางเหมือนกับผม ผมขอแนะนำรถชัตเตอร์บัสนะครับ เพราะราคาจะ ตกคนละ 5-30 หยวนเท่านั้นเอง แต่ถ้าเราเรียกบริการแท็กซี่ อาจจะตกคนละ 500 บาท ซึ่งแพงกว่า นั่งรถแบบนี้ ราวๆ 3-400บาทเลย

  

สำหรับย่านที่ผมพัก จะเป็นย่าน pinyu ซึ่งย่านนี้จะค่อนข้างห่างไกลมากๆจากสนามบินและกลางเมืองกวางโจว แต่ ที่ผมเลือกโรงแรม marry nest นี้เพราะโรงแรมนี้ติดรถไฟฟ้าใต้ติด และ ห้องมีพักสวย มีอาหารเช้า ราคาห้องพักคืนละ 1200 บาท ที่สำคัญ เจ้าหน้าที่ที่นี่ พูดภาษาอังกฤษได้ ทำให้ เวลาติดต่อสอบถามอะไร ค่อนข้างง่ายครับ 


 
 ก้าวแรกที่ผมเปิด ประตู ห้องพักเข้าไป ความสวยงาม ของตัวห้องพัก ทำเอาผมยิ้มเบาๆ จอทีวี50กว่านิ้ว เครื่องเสียงที่สามารถ เชื่อมต่อมือถือฟังเพลงได้เลย เตียงนอนที่แสนนุ่ม ห้องพักที่สะอาด มันทำให้ผม รู้สึกว่าการเลือกพักที่นี่ ผมเลือกไม่ผิด

หลังจากที่เก็บของและอาบน้ำเสร็จ ร่างกายที่เหนื่อยอ่อน แรงที่หมดไปอย่างไม่รู้ตัว ผมพาร่างน้อยๆไปยังเตียง เตียงนอนของค่ำคืนนั้นมันช่างนอนที่นุ่มสบาย เผลอแปปเดียวผมก็หลับไปอย่างไม่รู้ตัว ที่สำคัญทำเอาเช้าวันใหม่ ของผม ตื่นเกือบสาย และช่วงเช้านี้ผมต้องไปที่งานแฟร์ในวันแรก แต่ก่อนไป ผมมาเติมพลังวันใหม่ที่ ห้องอาหารของที่นี่
                       
                       

อาหารเช้า ของที่โรงแรม จะเป็น พวกบะหมี่ผัด โจ๊ก ข้าวต้ม และ พวกไส้กรอกที่น้ำมันเยิ้มๆ ซึ่งถามว่าทานได้ไหม ผมก็บอกเลยว่าทานได้ครับ แต่ ไม่ได้อร่อยอะไรมากนัก พออิ่มได้อีกมื้อครับ


ก่อนออกเดินทาง ผม ก็ แวะมา ซื้อขนม ..ขนมที่จีน มีให้เราเลือกมากมายครับ ที่สำคัญ ราคา ไม่แพง


จากที่พัก ผม ใช้เวลาเดิน เล่น ราวๆ ชม กว่าๆ เพราะอยาก เห็น เมืองรอบๆ เลยทำให้เดินเลยสถานีรถไฟใต้ดินไป อีกหนึ่งสถานนี ซึ่งจริงๆ ปกติ จะใช้เวลาจากที่พัก มา ที่สถานีรถไฟใต้ดิน ประมาณ 15นาทีครับ และเราสามารถยืมจักรยานที่ โรงแรมปั่นมาจอดหน้าสถานีได้ด้วยนะครับ จะทำให้ใช้เวลาราวๆ 5-10นาทีเท่านั้น

ใครที่มาที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินกวางโจวแล้ว และ จะใช้เวลาเดินทางไปที่ต่างๆหลายๆที่ผมแนะนำให้ซื้อบัตรเลยครับจะได้ไม่ต้องมาคอยต่อคิว บัตรราคาจะมัดจำ20หยวน เติมเงิน 50หยวน เราก็จะสามารถใช้ได้จนครบ50หยวนเลยครับ สำหรับการเดินทางครั้งนี้ผม ผมใช้ครบพอดีเลย 


สำหรับการมางานแฟร์(canton fair) ให้ลงรถไฟใต้ดินสาย2 แล้วมาเปลี่ยนสายที่ สาย8 แล้วมาลงที่สถานี Xingang Dong Station เมื่อมาถึงที่งาน ก่อนเข้างานจะต้องทำการลงทะเบียน เสียก่อนครับ


รูปแบบการลงทะเบียนก็ไม่ยาก แค่นำรูปถ่าย พร้อมกับจ่ายค่าเข้างาน ราคาคนละ 500บาท พร้อมโชว์หนังสือเดินทาง ให้ทางเจ้าหน้าที่ ทำการออกบัตร จากนั้นรอ ซัก5-10นาที ก็จะได้บัตรเข้างานแล้วครับ



   




ภายในงานจะมีสินค้า มากมาย ให้เลือกชม แต่ถ้าใครอยากติดต่อนำเข้าสินค้าก็ ติดต่อพูดคุยต่อรองกันได้ครับ ที่สำคัญสินค้าที่มาออกงานจะเป็นทางเจ้าของโรงงานจริงๆเลยครับ และราคาไม่แพงด้วย

สำหรับผมการมางารแฟร์ ครั้งนี้ ผมได้อะไรเยอะมากครับ ทั้ง คู่ค้าในอนาคต และการได้เห็นสิ่งใหม่ๆ ที่เราสามารถนำเอาไปต่อยอดได้ในอนาคต  สำหรับเพื่อนๆคนไหนจะมาไม่ต้องกังวลเรื่องภาษานะครับ เพราะคนที่นี่ พูดภาษาอังกฤษได้ดีเลยทีเดียว ครับ แต่สิ่งสำคัญ อย่าลืมนำ นามบัตรไปด้วยนะครับ เพราะ เป็น สิ่งจำเป็นในการติดต่องานเลยครับ


อีกอย่างนึง สำหรับใครที่จะมาเดินงานแฟร์ ต้องบอกก่อนว่า หารองเท้าดีดี เอาแบบใส่สบายซักคู่ด้วยนะครับ เพราะเราจะใช้เวลาเดินค่อนข้างมากเลยทีเดียว 
เมื่อถึงเวลาช่วงเย็น ผมออกมาที่ ถนนคนเดินปักกิ่ง ถนนปักกิ่งเป็นถนนช้อปปิ้งอีกแห่งนึงในเมืองกวางโจวที่มีทั้งที่กิน และสินค้าแบรนด์ดัง ให้จับจ่ายกันตลอดเส้นทาง สำหรับการเดินทางมาที่นี่ ไม่ยากเลย ให้ลงรถไฟใต้ดินสาย2 gongyuandian แล้วให้เดินออกทางออก D หรือE ก็ได้ครับ 

ร้านอาหาร ส่วนใหญ่จะอยู่ด้านบน ด้านล่างจะเป็น ร้านเสื้อผ้า หรือของใช้ต่างๆ

ของกินมีให้เลือกทานกันหลายร้าน  น่าทานทุกร้านเลย


สุดท้ายการเดินทางของผมในวันแรก ก็สิ้นสุดลง ขาที่อ่อนแรง ได้แต่รอการพักผ่อน ผมเดินวนเล่นๆก่อน ขึ้นรถไฟใต้ดินแล้วเดินทางกลับโรงแรม แต่ในใจได้แต่ บอกว่า คุ้มจริงๆที่ได้มางานนี้ 

เช้าวันที่สอง 

 เช้านี้ผม ขึ้นรถไฟใต้ดินมา ยังเกาะซาเมี่ยน การเดินทางให้เรามายังรถไฟฟ้าใต้ดิน นั่งรถสาย1 ลงสถานี Huang Sha ออกประตู D จากนั้นเดินข้ามสะพานลอย จะเห็นทางเข้าชัดเจนครับ หาไม่ยาก ทางด้านหน้าจะมีร้านขายขนม ให้เลือกซื้อทานกันด้วยนะครับ



ภายใน เกาะซาเมียนจะเป็นตึกทรงยุโรป เพราะใน สมัยก่อน ทางการจีนได้ นำที่ดินส่วนนี้ให้ อังกฤษ และฝรั่งเศสเช่าครับ



ถ้าเราเดินเข้ามา ด้านใน จะเห็นวิวแม่น้ำ กวางโจว ซึ่งวิวสวยมากๆครับ ผมว่าถ้ามีโอกาสได้มาตอนเย็นๆน่าจะสวยกว่านี้อีก 






ร่มรื่นมากๆ 


สำหรับที่ เกาะซาเมี่ยน เหมือนสถานที่นี้ไม่ใช่เมืองจีนเลยครับ เพราะตึกต่างๆ ออกแบบมาสวยงามมากๆ แถมภายในนี้ ยังมีต้นไม้สวยๆ เรียงร้อยกันทำให้ร่มรื่นมากๆ ยิ่งในวันที่อากาศดีดีแล้ว ผมว่าเกาะซาเมี่ยนนี้ ต้องใช้เวลาเดินเล่นและถ่ายรูปกันอยู่ไม่ต่ำกว่า 3-4ชั่วโมงแน่ๆ

จากเกาะซาเมียน ผมมาต่อที่ บ้านตระกูลเฉิน ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับเกาะซาเมียน การเดินทางไม่อยากเลย เพียง ลงรถไฟฟ้าใต้ดินสาย1 ไปลงสถานนี้ Chen Clan Academy สำหรับค่าเข้า จะตกคนละ 10หยวน เท่านั้นเองครับ


ภายใน จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และจะมีการรวบรวม ของมีค่าต่างๆไว้แสดงด้านในด้วย


ห้อง ขนาดใหญ่ที่จำลอง ยุคสมัยนั้น


สำหรับประวัติ ตระกูลเฉิน นั้น แต่ก่อนนับว่าเป็น แซ่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 1ใน5 ของคนกวางตุ้งเลยทีเดียว ซึ่งภายหลัง ได้ตกทอดมายัง รัฐบาลจีน และได้ทำการบูรณะซ่อมแซม จนเสร็จสมบูรณ์ จนเปิดให้เยี่ยมชมภายในได้


จากหมูบ้านเฉิน ผมมาต่อที่วัด กวงเสียว ซึ่งวันนี้เป็นวัดเก่าแก่ อีกแห่งหนึ่งของ คนกวางโจว การเดินทางมาที่วัดนี้ ให้ลงมายังรถไฟใต้ดินสาย1 ลงสถานี Ximenkou Station แล้ว เดินเข้าในซอยอีกราวๆ 10นาที ครับ ที่นี่จะเสียค่าเข้าด้วยนะครับ 10หยวนต่อคน



ภายในจะร่มรื่นมากๆ สวยงาม ทีเดียว



 วัดกวงเสี้ยว มีที่ให้ กราบไหว้พระหลายจุดด้วยกัน สำหรับผมแล้ว การได้มาไหว้พระที่เมืองกวางโจว เหมือน เป็นสิ่งมีค่า





จากนั้นผม ก็ไปที่ ตึก one link หรือที่คนไทยรู้จักกันดีกว่า เป็นตึกขายของเล่น กิ๊ฟช้อป การเดินทางมายังตึกนี้ ให้ลงรถไฟฟ้าใต้ดินมายัง สถานี Haizhu square แล้วออกทางออก B 2 แต่สำหรับผมแล้ว ราคาที่นี่ ยังคงแพง อยู่เหมือนกันครับ ไม่ได้ถูกมากซะเท่าไหร่ 

จากนั้นผมเดินหาซื้อน้ำเลยเดินเลยไปจากตึก one link ไปไกล อีกหน่อย แต่ด้วยความโชคดี ดันมาเจอโบสถ์แห่งนึงที่สวยมากๆ

กล้บมา ได้ค้นข้อมูลเลยทำให้ทราบว่าที่นี่คือโบสถ์โบราณ แห่งหนึ่ง ในกวางโจว มีชื่อว่า โบสถ์ แซกเครด-ฮาร์ท 


สำหรับผม โบสถ์นี้ คุ้มค่ากับการเดินทางมาเที่ยวมากๆครับ เพราะสวยงามมากๆ

ก่อนกลับผมได้แวะชิมอาหารริมถนน เป็นเมนูที่ คล้ายๆ เคบัป ตอนแรกนึกว่าไม่อร่อย ที่ไหนได้ ลองกัดเท่านั้น อร่อยเหมือนกัน นะ ราคาจะตกอันละ 4หยวนเท่านั้นเอง

ค่ำคืนนี้ ผม ได้ไป ถนนช้อปปิ้งอีกเส้นนึง นั้นก็คือ ถนนคนเดิน ซ่างเซี่ยจิ่ว การเดินทางมายังที่นี่ ให้ลงรถไฟใต้ดินสาย 1แล้วมาลงังสถานี changshoulu  ทางออก D1 หรือ A

บรรยากาศ ค่ำคืนที่นี่สวยมากๆครับ


ผมมีโอกาสไปนั่งกิน กุ้งสดๆที่นี่ด้วย อยากบอกว่าอร่อยมากๆครับ

รสชาติจะเหมือนกุ้งอบ ใส่ซอสแม็กกี้ พร้อมกระเทียม อยากบอกว่าอร่อย ไปอีกแบบครับ สุดท้ายจบวันนี้ไป ด้วยความฟินของกุ้งแล้วกัน ครับ


เช้าวันสุดท้าย
ผมมายัง ตลาดขายส่งกระเป๋า การเดินทางให้มาลงยังสถานีรถไฟใต้ดิน ไป่หม่า คือสถานีรถไฟสาย2 สถานี Guangzhou Railway Station แล้วต่อรถ taxi ไปครับ guihuagang สำหรับใครอยากได้กระเป๋าก็อปแบรนด์เนมให้เข้าไปที่ตึกได้เลย หรือ ถ้าอยากได้กระเป๋าเดินทางราคาถูก ให้ข้ามไปฝั่งตรงข้ามตึกครับ จะเจอ ร้านขายกระเป๋าเดินทางเยอะมากครับ


ถ้าใคร ชอบใบไหนก็ต่อรองราคาได้เลย ซึ่ง แต่ละใบถูกมากๆครับ ถ้ามาขายเมืองไทยตกใบละเป็นพันครับ

จากนั้นผม นั่งรถแท็กซี่ไปต่อยัง ต้าซาโถว ซึ่งจะเป็นที่ขายของใช้ไฟฟ้า มือถือ กล้อง เครื่องเกม ต่างๆ
จะมีขายเลนส์ทั้งมือ1และมือ2 นะครับ ถ้าเราเดินไปสุดๆจะเจอร้านขายพวกอุปกรณ์มือถือเยอะมากครับ ราคาถูกๆทั้งนั้น

สุดท้ายถึงเวลาเดินทางกลับ เมืองไทย ผมก็แวะชิมขนมรองท้องไปเรื่อยๆระหว่างทาง



กวางโจวสำหรับผม เป็นอีกเมืองที่น่าค้นหา เป็นเมืองที่มีความทันสมัยและความโบราณผสมกันอยู่ในตัว การเดินทางมายังเมืองแห่งนี้ได้เห็นอะไร มากมาย ถือว่าคุ้มมากครับ แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาไม่นานก็ตาม สำหรับเมืองนี้ ถ้ามีโอกาสผมคงจะได้กลับมาอีกแน่นอน 



Share To:

yhibklong

Post A Comment: