สวัสดีครับเพื่อนๆ หลังจากที่ผมหายหน้าหายตาไปนาน มาคราวนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวประเทศ ประเทศนึง ที่ผมเชื่อว่าน้อยคนนักที่จะได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ประเทศนี้ นั้นคือประเทศศรีลังกานั้นเอง 

หลายๆคนคงเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศศรีลังกา ไม่มากก็น้อย แต่ส่วนใหญ่ที่ได้ยินมักจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการแบ่งแยกดินแดน การทำสงครามกลางเมือง ระหว่าง กบฎพยัคทมิฬ กับรัฐบาล ที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลก ซึ่ง ณ วันนี้ เรื่องราวเหล่านั้นได้จบลงไปแล้ว วันนี้ที่ประเทศศรีลังกา ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิต อย่างสงบ และ กลับมาพร้อมรอยยิ้ม 


และวันนี้ ผมได้มีโอกาส ไป ในฐานะสื่อมวลชนคนนึง ที่มีโอกาสจะนำเรื่องราวของประเทศศรีลังกา มาถ่ายทอดเรื่องราวของประเทศ เล็กๆ ประเทศนี้ ให้ เพื่อนๆได้รู้จักเค้ามากขึ้น ผมหวังว่ากระทู้นี้ จะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะครับ เอาละ ^^เราไปทำความรู้จักประเทศนี้พร้อมผมกันดีกว่าครับ 






เนื่องจากเรามาเปิดเส้นทาง ใหม่กับทางแอร์เอเชีย ทำให้การเดินทางครั้งนี้ ผมได้เป็นผู้โดยสาร กลุ่มแรกที่ได้มาเปิดเส้นทาง กรุงเทพ – ศรีลังกา เลยทำให้ได้ใบประกาศนียบัตร จากแอร์เอเชียด้วยครับ ^^




บนท้องฟ้า จะทำให้ผมเห็นว่า ศรีลังกานั้น ภูเขาค่อนข้างเยอะมาก ครับ



อีกมุมนึงจากภาพวิวบนฟ้าครับ การมองลงมาทำให้ผมรู้สึกว่า ที่ประเทศศรีลังกา น่าจะอุดมสมบูรณ์ด้านอาหาร และธรรมชาติ เพราะมีป่าไม้และแม่น้ำขนาดใหญ่ ที่ยังไม่มีการบุกรุกจากเอกชน เลย





และแล้วเราก็มาถึง สนามบินศรีลังกา ^^ โดยปกติแล้วสายการบินอื่นๆที่มาประเทศศรีลังกา มักจะบินมาถึงตอนกลางคืน แต่ทางแอร์เอเชีย ได้ทำตารางการบินมาประเทศศรีลังการ ปรับให้มาถึงประเทศศรีลังกา ในตอนเช้า ซึ่งผมมองว่า เป็นแนวคิดที่ดีครับ เพราะเรามาถึงเช้าเราสามารถ เข้าไปเที่ยวชมในเมืองและหาที่พักในราคาถูกๆ ได้ ครับ




การเดินทางที่นี่ จะมีรถเมล์ รถตุ๊กๆ และรถเช่า (ซึ่งเราสามารถหาเช่า ตรงสนามบินได้เลยครับ) อัตราค่าเช่านั้นผมไม่แน่ใจครับ แต่เท่าที่รู้มา ค่อนข้างถูกมาก ….เนื่องจากที่ศรีลังกา ถนนค่อนข้างเล็ก และไฟแดง ตามแยกต่างๆเราจะพบว่าเสียเกือบหมด ประเทศเค้ามักจะใช้ ตำรวจ มาเป็นคนให้สัญญาณแทน ทำให้การระบายรถอาจจะไม่ดีเท่าที่ควร มักจะเห็นรถติดนานๆอยู่บ่อยๆ




ที่พักคืนแรกของผม ฮิลตัน โคลัมโบ หลายๆคน อยากรู้ว่าหรูไหม ผมตอบได้เลยว่าประมาณ 4 ดาวบ้านเรา แต่ที่นี่เค้าให้ 5ดาวครับ ภาพนี้จากวิว หน้าต่าง ของโรงแรมครับ




อีกมุมนึงครับ จะเห็นว่าวิวที่นี่สวยมาก เห็นทะเล ใกล้ๆเลย เพราะที่โรงแรม ตั้งใกล้ทะเลมาก เราสามารถเดินไปทะเลได้โดยใช้เวลา ไม่นาน ประมาณ 10 นาทีได้




พอเก็บของได้ซักพัก ผมก็ลงมาเดินชมเมือง ครับ จะเห็นได้ว่า บ้านเมืองเค้าสะอาดมากครับ แทบไม่เจอขยะซักชิ้นเลยครับ แต่ข้อเสียคือการข้ามถนนค่อนข้างอันตราย เพราะรถแต่ละคัน ไม่ค่อยชะลอเลย การข้ามถนนแต่ละครั้งจะต้องระมัดระวังมากๆครับ




อย่างที่ผมบอก คนที่นี่มักจะนิยม เรียกใช้งานตุ๊กๆ มากๆครับ เพราะราคาไม่แพง แถมยังเร็วด้วย ราคารถตุ๊กๆที่นี่ จะตกอยู่คันละ 50,000 บาท ประชาชนส่วนใหญ่เลยนิยม ออกรถมาใช้งานไม่ก็ออกมาใช้เพื่อหารายได้ครับ




เนื่องจากประเทศศรีลังกา ตกเป็นเมืองขึ้นของชาติอื่นๆ มาตลอด ทำให้บ้านเมืองของเค้า จะเป็นรูปแบบทางยุโรปซะส่วนใหญ่






ร้านนี้ให้เดาคงเดาไม่ออกว่าเป็นร้านอะไรใช่ไหมครับ …พอผมเข้าไปดูผมจึงได้รู้ว่าเป็นร้านขายหวย คนศรีลังกานิยมเล่นหวยกันมาก หวยที่นี่จะออกทุกวันครับ ถ้ารางวัลที่หนึ่ง ไม่มีคนถูก รางวัลนั้นจะนำไปรวมกับวันต่อๆไปทำให้ยอดสูงขึ้นเรือยๆ เนื่องจากคนศรีลังกาส่วนใหญ่ จะค่อนข้างยากจน ดังนั้น การถูกรางวัลจึงแทบจะเป็นการยกฐานะของชาวศรีลังกาเลยก็ได้











มีใบให้ตรวจเช็ครางวัล ทั้งวันนี้และย้อนหลัง







ระหว่างเดินเล่น เลยหาซื้อเบียร์ที่นี่มาชิม อยากบอกว่ารสชาติเหมือนลีโอ ผสมช้างเลย แต่พอดื่มไปเรื่อยๆ ก็อร่อยดีนะ 555




ช่วงกลางวัน ผมมีโอกาสได้ไป วัดสีมามาลากาวัดนี้มีโบสถ์กลางน้ำที่สวย จุดนึงของเมืองโคลัมโบ




อีกมุมนึงของที่นี่ครับ สวยจริงๆ





รูปอาจจะเอียงไปนิด แต่โบสถ์กลางน้ำ ก็เป็นอีกที่นึง ถ้าใครได้มาเมืองโคลัมโบ ผมอยากให้มากราบพระที่นี่ครับ เพราะสวยจริงๆครับ









เรามาต่อที่ วัดคงคาราม ภายในพระอุโบสถจะประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย













ถ้าใคร มา จังหวะดีดี อาจจะได้ทำบุญและฟังคำอวยพรจากพระที่นี่ครับ










คนศรีลังกา จะนับถือต้นโพธิ์มาก ถือว่าเป็นต้นไม้สำคัญในพระพุทธศาสนา เพราะเป็นต้นไม้ที่ประทับและตรัสรู้สัมโพธิญาณของพระพุทธเจ้า คนศรีลังกา มักจะมาไหว้ ขอพร กันมากครับ














ต้นโพธิ์ต้นนี้ มีที่มาว่า เป็นต้นโพธิ์ที่นำมาจาก ต้นจริงที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ แล้วนำกิ่งมาเพาะปลูกจนได้ต้นนี้มา คนศรีลังกาจึงเคราพนับถือกันมาก











หลังจากนั้นเรา ได้แวะผ่านมาที่รัฐสภา ของประเทศศรีลังกา จะเห็นได้ว่า รูปร่างเหมือน ยุโรปมากๆ











ใกล้ๆกัน จะมี ศาลาที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ ศาลานี้เรียกว่า ศาลาประกาศอิสรภาพ (Indepentdent Hall) เป็นศาลาที่ชาวศรีลังกา ประกาศให้โลกรู้ว่า ประเทศเค้าพ้นจากการเป็นเมืองขึ้นของ ประเทศอื่นแล้ว







วันที่ผมมา บังเอิญมีเด็กนักเรียนมา ทัศนศึกษาพอดี น้องๆแต่ละคนน่ารักมากๆครับ ^^











การเดินทางของที่นี่ นอกจากรถทั่วๆไปแล้ว ยังมีการเดินทางที่สำคัญอีกทางคือทางรถไฟ (แต่สภาพรถไฟของที่นี่ ค่อนข้างแย่ครับ )











และแล้วผมก็ มาถึงทะเลของที่นี่ ที่ริมทะเลเป็นเหมือนจุดศูนย์รวมของคนที่นี่ ผู้คนมักจะออกมาเดินเล่น มาทำกิจกรรมต่างๆ กันค่อนข้างเยอะ











แต่บางคู่มักจะมา สวีทกัน ^___^











เท่าที่ผมมองดู จะเห็นว่าคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเล่นน้ำทะเลกัน แต่มักจะมองทะเลมากกว่า ….แต่เวลาผมมาเดินทะเลมักจะเห็น อะไรน่ารักเสมอ อย่างในรูป^^














ทะเลที่นี่แม้น้ำไม่ใส แต่ ความสวยไม่แพ้ทะเลที่ไหนๆเลยครับ











อำลาทะเล เมืองโคลัมโบ ไปก่อนด้วยภาพนี้นะครับ >_<











หลังจากกลับจากทะเล เราก็มาเข้าร่วมงานเปิดตัวสายการบิน แอร์เอเชียครับ เป็นการเปิดสายการบินราคาถูก ทำให้คนศรีลังกาและคนไทยมีโอกาสไปมาหาสู่กันได้ง่ายขึ้น ในงานเปิดตัวมีการพูดถึงประเทศไทยในด้านท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากๆครับ หลังจากงานเปิดตัวจบลง ก่อนผมกลับได้ยินมาว่าเที่ยวบินมาเมืองไทย เต็มตลอด เพราะคนศรีลังอยากมาประเทศเรามาก ^^











เช้าวันนี้ เรามีโปรแกรมไปเมือง นูวาระ เอลียา เป็นเมืองตากอากาศบนเขา ของชาวเมืองศรีลังกา เมืองที่ๆเราจะไป เราจะได้พบไร่ชาบนเขา ชาที่ขึ้นชื่อที่สุดในโลก นั้นคือชาซีลอน นั้นเอง …ก่อนเดินทางขอ แวะไปหลังครัวหน่อยครับ ไปดูว่าเค้าทำอาหารกันแบบไหน ^^











ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่ อย่างที่ผมบอก ยังค่อนข้างยากจน แต่คนที่นี่จะนิสัยดีต่อนักท่องเที่ยว จะยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา ตอนผมเดินผ่านบ้านหลังนี้ ชาวบ้านเห็นผมกำลังถ่ายรูป ก็เรียกเข้ามาดูถ่ายรูปเค้า รูปนี้เป็นรูปที่เค้ากำลังทำหมอน เอง กำลังควักนุ่นยัดเข้าไป







ระหว่างทาง เราจะพบผู้คนในหลายๆมุมมองครับ เสียดายเราเสียเวลาไปกับการเดินทางค่อนข้างเยอะ ไม่งั้นคงจะมีรูปสวยๆให้ดูกันอีกเยอะๆครับ











หลังจากเดินทางมาหลาย ชั่วโมง เราก็มีโอกาสได้แวะพัก ที่จุดชมวิว ที่สวยที่สุด แห่งนึง ก่อนถึงเมืองนูวาระ เอลียา







รูปผมอาจจะไม่สวยเท่าตาเห็น เสียดายถ้าท้องฟ้าสีน้ำเงิน ภาพนี้คงออกมาสวยมากๆแน่ๆครับ











เด็กขายดอกไม้ เด็กที่นี่จะพยายามขายดอกไม้มากๆ เค้าจะวิ่งตามรถเราจนเราใจอ่อน ยอดจอดลงมาซื้อ ถ้าเราไม่ซื้อเค้าจะวิ่งลงเขาไปเรื่อยๆ เอาเป็นว่า ถ้าไม่ตายก่อนเราก็ใจอ่อนซื้อเค้าแหละครับ แต่ส่วนใหญ่ แพ้ใจครับ











และแล้วเราก็มาถึงไร่ชา ของที่นี่ ไร่ชาเค้าจะวางไม่เหมือนบ้านเรา คือเค้าจะปลูกถี่ๆ แทบไม่มีทางเดิน ไปด้านข้างจะมีแต่ทางเดิน ขึ้นลงเท่านั้น











ยอดชาชั้นดีของที่นี่














ตรงนี้เป็นเครื่องอบยอดชา จะนำมาอบ ให้ชาแห้งแล้วนำไปคัดใรกระบวนการต่อๆไป











ไร่ชา ยาวมากครับ











เรามาต่อที่ วัดศรีดา ชื่อคุ้นๆใช่ไหมครับ วันนี้ตามความเชื่อ เป็นวัดที่ ทศกัณฑ์จับนางศรีดามาเป็นเชลย แล้วพระรามสั่งให้หนุมานมาช่วยครับ ดังนั้นตรงวัดนี้ถึงชื่อวัดศรีดา โดยการนำชื่อนางศรีดามาตั้งนั้นเอง









ตามต้นไม้จะมีการผูกของต่างๆ คงมีความเชื่อเหมือนบ้านเรา ครับ










การทำพิธี ที่นี่ต้องใช้พราหมณ์ ในการทำพิธีหมดครับ ห้ามคนนอกเข้าไปโดยเด็ดขาด ที่วัดนี้จะมีรอย เท้าหนุมาน กับ รอยคุกเข่าของหนุมานด้วยนะครับ แต่เป็นรอยที่เกิดจากธรรมชาติ แต่ผูกเอาเรื่องราวเข้ามาให้คนจินตนาการเอาครับ







หลายคนคงจะถามว่าขนมที่นี่ เป็นอย่างไร ผมตอบได้เลยมีหลายแบบ อย่างที่พวกผมซื้ออยู่นี่ ก็ถือว่าเป็นขนมชนิดนึง รสชาติ เหมือนขาไก่บ้านเรา แต่ของเค้าอร่อยกว่า







และแล้วก็จบวันที่สองของการเดินทาง คืนนี้เรามาพักที่ นี่ครับ Mahaweki Reach hotel เป็นโรงแรม 5ดาวอีกแห่ง บนเขา เมืองนูวาระ เอลียา







ทางเข้า เป็นแนวยุโรป เรียบหรูดูดีมากๆครับ ^^











ที่ห้องพักของเราไม่มีแอร์ครับ แต่อากาศข้างนอก ประมาณ 9-10 องศาได้ คืนนี้ขอนอนพักแรง กับดาวเต็มฟ้าที่ศรีลังกาครับ













ภาพยามเช้าของที่นี่ครับ สวยมากที่สำคัญหนาวมากกก












อากาศเย็น สุดๆ เดินถือกล้องไป สั่นไปครับ










ผมไม่แน่ใจว่าม้านี่เป็นม้าป่าหรือเปล่า หรือเค้าเลี้ยงไว้ แต่ถ้าเลี้ยงไว้นี่ ก็แสดงว่ามันคงเชื่องมากๆ เพราะไม่ได้ล้อมคอกหรืออะไรไว้เลย











อย่างที่ผมเคยบอก คนที่นิยม ตุ๊กๆ ดังนั้นตอนเช้า เราจะเห็นตุ๊กๆ วิ่งคันแรกบนท้องถนนเลยครับ











เสร็จจากชมพระอาทิตย์ตอนเช้าแล้ว พวกเรากลับมาทาน อาหารเช้าที่โรงแรม แล้วจากนั้นเราก็มาเดินเล่นในเมืองกัน ที่นี่คือขนส่งสำคัญของเมืองนี้ครับ











รถค่อนข้างเยอะ แต่จะไม่มีรถแอร์นะครับ และส่วนใหญ่เป็นรถคันเล็กๆ สี่ล้อ ประมาณรถเมล์เขียวบ้านเราครับ







ขอนอกเรื่องการเที่ยวนิดหน่อยครับ บางทีการที่เราเดินอยู่คนเดียว บางครั้งมันก็ดูโดดเดี่ยวเหมือนกันเนอะ ไม่รู้ใครจะเป็นเหมือนผมไหม







รูปนี้อยากให้ดูรถเก็บขยะของบ้านเรา น่ารักมากครับ ถ้าเป็นบ้านเราคันใหญ่มาก











อย่างที่ผมบอก เพราะศรีลังกาเป็นเมืองขึ้น มาก่อน เลยครับ ทำให้ บ้านเมืองออกไปแนวทางยุโรปซะส่วนมาก มาเที่ยวประเทศนี้ ประเทศเดียวเหมือนไป หลายประเทศเลย











หลังจากเดินเล่นอยู่ซักพัก อยู่ๆก็เห็นทางเข้าตลาด ผมเลยไม่รอช้า เข้าไปลุยเลย สภาพตลาดไม่ต่างกับตลาดสดบ้านเราครับ มีการขายเนื้อ ขายผัก ปลา เหมือนบ้านเราเลย













พวกถั่ว ข้าว ต่างๆก็มีขาย หลากหลายแบบ










แวะพักจากตลาดมาชม เด็กศรีลังกากันบ้างครับ น่ารักไหมครับ ^^











หลังจากนั้น เราได้มีโปรแกรมไปต่อที่เมืองแคนดี้ ระหว่างผ่านไปเมืองแคนดี้ ผมขอส่งท้ายด้วย ภาพไร่ชา อีกซักสองภาพนะครับ














อาชีพหลักของคนที่นี่จะทำเกษตรกรรม เป็นหลัก ดังนั้นถ้าเราผ่านไปนอกเมืองจะเห็นการเพาะปลูกกันตลอด







สุดท้ายผมขอจบรีวิวแรกไว้ ที่รูปดอกไม้สวยๆนะครับ อย่ามาติดตามชมตอนสุดท้าย ผมจะพาไป เที่ยวสถานที่สำคัญ ที่หนึ่ง ที่ถ้าใครมาประเทศศรีลังกาต้องมาที่นี่ครับ แต่ตอนนี้ขออุบไว้ก่อน ว่าคือที่ไหน รับรอง มีเรื่องมาเล่าเยอะมากครับ ^^










Share To:

yhibklong

Post A Comment: