ตอนเด็กๆผมว่าหลายๆคนก็คงเคยอ่านหนังสือการ์ตูนกัน... หนังสือการ์ตูนเล่มแรกที่ผมอ่านก็คือ โดราเอม่อน จากหนังสือเล่มเล็กๆ บางๆ มันก็ทำให้ผมรู้สึกอยากไป ประเทศญี่ปุึ่น .....เพราะอยากไปหาโดราเอม่อน
วันเวลาผ่านไป ความฝันวัยเด็กก็มาเป็นจริง เมื่ออายุเกือบจะ 30 ปี ..... ญี่ปุ่น ประเทศที่เคยฝัน ประเทศที่ เคยได้แต่ดูรีวิว ประเทศที่ๆผมได้แต่มองผ่านจอโทรทัศน์ วันนี้ มีโอกาสได้สัมผัส ซะที และที่สำคัญพวกกลุ่มทัวร์ผมเป็นกลุ่มที่ 5 หลังจากสีนามิ เป็นกลุ่มคนไทยที่เข้ามาเที่ยว 
ผมขอเรียก รูปถ่ายเหล่านี้ว่า" memories of japan" รูปทุกรูป ผมตั้งใจถ่ายทอด รูปทุกรูป ผม หวังจะให้เพื่อนๆเห็นมุมมองที่ผมรัก ที่ผมชอบผ่านทางภาพถ่าย











ก่อนเดินทาง มาประเทศญี่ปุ่น ผมเชื่อว่าหลายๆคนเคยได้ยิน มาว่า ประเทศนี้ เจริญด้านเทคโนโลยี และความทันสมัยมากแค่ไหน และที่สำคัญเรื่องความเป็นระเบียบของคนในประเทศ จากสิ่งบอกเล่าต่างๆ ผ่านทางข้อความและทางสื่อต่างๆ ทำให้ผม อยากรู้จักประเทศแห่งนี้ให้มากขึ้น เสียแล้ว 






สิ่งแรก ที่ผมเห็น ในประเทศ ญี่ปุ่น คือความสะอาดครับ จะเห็นได้ว่าประเทศนี้ ไม่ค่อยพบเห็นขยะข้างทางเลย และจะเห็นรถยนต์ไม่เยอะ คนส่วนใหญ่นิยมขี่จักรยานมากๆครับ 









จุดหมายแรกของผม คือวัดอาซากุซะ ด้านหน้าจะมีจุดที่เค้าว่ากันว่าเมื่อเวลาจุดธูปไหว้พระ ให้เราโกยควันเข้าตัวให้มากที่สุด จะนำโชคดีเข้าตัว ดังนั้นถ้าเห็นคนเยอะๆ รอบๆกระถางธูปไม่ต้องตกใจนะครับ คือเค้าต้องการโชคมากๆนั้นเอง






จุดเด่น อีก อย่างนึง คือโคมไฟใหญ่ๆ สีแดงนั้นเอง






















ใครมาที่วัดนี้ ยัง สามารถเลือกซื้อของฝากกันได้นะครับ แต่เนื่องจากคน ค่อนข้างเยอะมาก อาจจะเดินหรือทำอะไรลำบากไป หน่อยนะครับ 
























ผม ชอบความเป็น ญี่ปุ่นมากๆครับ ไม่ว่าเดินไปทางไหน ก็ มักจะมีมุม ที่เราชอบเสมอ การเดินทางคราวนี้ ของผม ก็ไม่ผิดหวัง เลยครับ แม้ จะมาแค่ที่แรก ก็ ชอบแล้ว ครับ 


















สำหรับห้องน้ำ ก็ ยังมีแบบ สมัยก่อนที่นั่งย่องๆ กับแบบใหม่ นะครับ 










แม้การเดินทางครั้งนี้ เวลา เหมือน เอาเปรียบเรา เดินไป อย่างรวดเร็ว ผมได้แต่ เก็บ ความทรงจำในแต่ที่ให้นาน เท่านาน ที่สุด






เหล้าที่ญี่ปุ่นที่โด่งดัง คงไม่พ้น สาเก สาเกมีประวัติอันยาวนาน ถ้าจะให้ผมเล่าคงเล่าไม่จบแน่ๆ และสาเกแต่ละจังหวัดก็มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกันนะครับ 




วัดที่สองที่ ผมได้มา คือวัดเมจิ เป็นวัดที่ เงียบสงบและธรรมชาติมากๆ ย่างก้าว แต่ละก้าวเต็มไปด้วความสงบ








ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu / Meiji Shrine) นั้นสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์อุทิศถวายแด่สมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ (Emperor Meiji) และพระจักรพรรดินีโซเค (Empress Shoken) ภายหลังจากที่ทั้งสองพระองค์นั้นสวรรคต ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1920 โดยการร่วมมือของประชาชนทั่วญี่ปุ่นที่ช่วยกันบริจาคต้นไม้กว่า 100,000 ต้น เพื่อสร้างป่าแห่งนี้ขึ้น ศาลเจ้าเมจินั้นเป็นศาสนสถานในศาสนาชินโตอันเป็นศาสนาเก่าแก่และดั้งเดิมของญี่ปุ่น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นศาลเจ้าแห่งนี้ถูกทำลายอย่างหนัก ศาลเจ้าปัจจุบันนั้นได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ราวปี ค.ศ.1958 ด้วยงบประมาณที่เกิดจากการระดมทุนสาธารณะอีกครั้งนั่นเอง





ก่อน กลับ ผมได้แวะ ซื้อโค้ก กระป๋องนึง เหตุผลที่ซื้อเพราะขวด เค้าไม่เหมือนกับที่บ้านเราเลย 





ตกเย็น วันนี้ เราก็ มาทานชาบู ของแท้ๆ ที่ ญี่ปุ่นเลย เนื้อนั้นผมคงไม่ต้อง บรรยายว่าอร่อยแค่ไหน ความนุ่ม ของเนื้อเมื่อนำมาจุ่มไข่ดิบสดๆ แล้วนำเข้าปาก ความหวานของไข่ ผสมเข้ากันอย่างลงตัว





ตกกลางคืน ผู้คนก็ออกมาเดินเล่น กันมากมาย ร้านค้าต่างๆ ก็ เปิดไฟต้อนรับกันอย่างเต็มที่ 





สำหรับ คนที่ชอบหยอด ตู้ จับตุ๊กตา มาที่ญี่ปุ่นต้องไม่พลาดครับ ตุ๊กตาทุกตัวเป็นของแท้ ด้วย งานนี้ทำเอาผม แทบหมดตัว เพราะหยอดเท่าไหร่ เท่าไหร่ก็ไม่ได้ แต่ผมแอบเห็น บางคนที่เล่นเก่งๆ ก็ได้ ไปหลายตัวเหมือนกันนะครับ 






คืนแรก ของการมาเที่ยว ญี่ปุ่น สำหรับผม มีแต่ความสุขครับ มันเหมือนได้มาเติมเต็มความฝัน ในวัยเด็กของผม อีกครั้ง คืนนี้คงได้แต่พักเอาแรง แล้ว พรุ่งนี้ ก็เดินทางต่อ




สำหรับ วันนี้ เป็น วัน ฟรี ครับ ให้เราไปเที่ยวที่ไหน เองก็ได้ ผมเลย นั่งรถไฟ ไปเที่ยว ใกล้ๆ ครับโดยจุดหมายเราก็เป็นประสาท เก่า และหา ที่ กิน ขนม ทั่วๆไปครับ





เรามาถึงจุดหมายเรา ช้ากว่าที่เรากำหนด เพราะ หลงทางครับ โชคดีมี พี่ใจดีคนนึง พาผม มาส่งยังที่นี่ พระราชวังอิมพิเลียน











ใบไม้ที่ร่วงโรย ยามที่สดใสอยู่บนต้น ก็มีแต่คนชมชอบ แต่พอวันที่มันร่วงโรย ก็แค่ใบไม้ทีั่รอคนมากวาด ทิ้ง




ความเป็นธรรมชาติ เข้ากับ วังเก่าได้อย่างดี ทีเดียว หลายๆมุมมอง ผมนึกย้อนๆ ไป ในหนัง ญี่ปุ่นหลายๆเรื่อง ที่ผมเคยได้ดู ได้ชม และวันนี้ ผมก็ดีใจที่ได้มา เห็นของจริงด้วยตาตัวเองครับ













แม้ความทันสมัยจะเข้ามา แต่ ความเก่าดังเดิมก็ไม่เสียไป 



เรามาที่ถนนชิบูย่า ถนน ที่ ทุกคน รู้จักกันดี ถนนแห่งนี้ เวลาข้ามถนน ต้องรีบ อย่างทันที จะเห็นได้ ว่า คนข้ามแต่ละครั้ง เยอะมากมาย


ปิดท้าย วันนี้ ของเราด้วยทริป ขนมหวาน กับอาหาร ที่ ผม ไปซื้อที่ บริเวณ สถานีรถไฟ ขนมที่น่าทาน อาหารที่มีหลากหลาย แถมราคาไม่แพง ด้วย








ใครมาโตเกียว อย่าพลาด ขนมนี้ โตเกียวบานาน่า อร่อย หอม อย่างบอกใคร 



ภาพใน สถานี รถไฟ ครับ ก่อนที่ผมจะกลับไปพัก เพื่อ รอเช้าวันใหม่ ที่จะมีโอกาสไปชม ภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาไฟที่ ได้แต่รู้ใจผ่านภาพถ่ายมาหลายที คราวนี้ จะมีโอกาสไป สัมผัสสถานที่จริง



เช้าวันใหม่ ......การเดินทางของผมเริ่มต้นขึ้น จากรถบัส รถที่ขับพาเราไปยัง ภูเขาไฟฟูจิ วิวรอบๆระหว่างทาง ยังคงมีอะไรให้ผม ดู ให้ผมชมตลอดทาง






ภูเขาไฟ อยู่ข้างหน้าแล้ว สวยมากเลยทีเดียว











ด้วยเป็นความโชคดีของ หมอกวันนั้น ไม่ลงหนัก ทำให้เราได้ขึ้นมา ด้านบนได้ สบายๆ อากาศด้านบน ไม่ต้องบอกว่าหนาวแค่ไหน เพราะมันหนาวมากก เราได้ขึ้นมาถึงชั้นที่5 ที่นี่มีของแก้หนาวเช่นไข่ต้มร้อนๆ หรือถุงมือสวยๆขายกัน เยอะมากมาย ความสดชื่น และความเย็น มันทำให้เรายิ้มได้ การเดินทางผ่านเวลาจากวัยเด็ก โดยคิดไม่ถึงว่าครั้งหนึ่ง ผมจะได้มีโอกาสมาเที่ยวที่นี่จริง แม้จะเป็นแค่เวลาสั้นๆ ไม่นานนักในการใช้เวลาบนนี้ แต่มันก็ทำให้ ผมได้สัมผัส ถึงความฝันในวัยเด็ก




สำหรับใครมาเที่ยวก็ สามารถ ก็เดินเล่น และชม ความงาม ได้เต็มๆตา





ส่วนผมก็แอบไปปั้น ตุ๊กตาหิมะ ตัวน้อย เล่น ท่ามกลางความหนาว 





จาก ภูเขาไฟฟูจิ ผมก็มาต่อ ที่ พิพิธภัณฑ์ ราเม็ง กันครับ




ภายในมี ให้เลือกทาน หลายร้านเลยครับ เป็นร้านดังๆทั้งนั้นเลย 




ก่อนจะกลับเมืองไทย ผมก็ ไหว้พระกันต่อ ที่ ศาลเจ้า ที่ ไชน่าทาวน์ ศาลเจ้าประจำที่นี่ ผมเข้าไปไหว้พร้อมความศรัทธา บอกกล่าวขอพร ให้รับ ความสุขในวันต่อๆไป







สุดท้าย ก่อน จะกลับ ผมคงได้แต่ เก็บ เรื่องราว และบอกผ่านไป กับตัวอักษร บอกเล่าถึงการเดินทางครั้งนี้ การเดินทางที่ ผม มาครั้งแรก และสมหวังแล้วกับประเทศนี้ แต่ประเทศ ญี่ปุ่น ก็ยัง คงอยู่ในใจผม ไปอีกนานแสนนาน และไม่ว่า เวลาจะผ่านไปแค่ไหน ผมก็จะหาเวลาและเก็บเงินมาเที่ยว อีกครั้งให้ได้








Share To:

yhibklong

Post A Comment: