สวัสดีครับ เพื่อนๆ วันนี้ผมอยากพาเพื่อนๆไปเที่ยวที่หนึ่ง ซึ่งไม่ไกลจาก กรุงเทพเลย นั้นก็ คือที่โฮมสเตย์ผู้ใหญ่สมร แห่งหมู่บ้านขุนสมุทรจีน หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่อยู่ที่ จังหวัดสมุทรปราการนั้นเอง ซึ่งชาวบ้านมีอาชีพหลักคือทำประมงชายฝั่งและเลี้ยงหอยแครง การเดินทางมาที่นี้ไม่ยากเลยครับ ถ้าใครมาก็ง่ายๆให้ มาทางสุขสวัสดิ์ แล้ววิ่งไปทาง ให้ตรงไปทางพระสมุทรเจดีย์ ตรงไปจนเจอ หอนาฬิกาแล้ว ก็ เลี้ยงไปขวา จากนั้นก็ตรงๆไปเรื่อยๆ จนลงสะพานแรก แล้วก็เลี้ยวขวา จนเจอ ท่าเรือของป้าลี่ ที่ท่าเรือนี้สามารถฝากรถ ได้ครับ คิดคืนละ100บาท ครับ หลังจากฝากรถแล้ว ก็ เดินไปที่ท่าเรือได้เลย จะคิด คนแรก 100บาทคนต่อไปคนละ10บาทครับ ดังนั้นถ้าไปเยอะๆ ก็จะคุ้มมากๆ ครับ 

สนใจติดตามเพจ www.facebook.com/yhibklong
เวปท่องเที่ยว www.yhibklong.com

 ผมใช้เวลาราวๆ 15 นาที จากท่าเรือ ก็ มาถึง จุดหมาย  ระวังนั่งเรือ ก็ ต้องระวังนิดนึงนะครับ เพราะ เรือวิ่ง เร็ว แรง มากๆ 



ถึงที่ท่าเรือ ก็จะมีทางเลือกให้เรา ว่าจะเราจะปั่นจักรยานไปดีหรือ เดินไปที่โฮมสเตย์ดี แต่ สำหรับผม ผมขอเลือกขี่จักรยานไปนะครับ ^^

เมื่อมาถึงที่หมาย ก่อนเข้าที่พัก ผม แวะมาไหว้ ที่ศาลเจ้าพ่อหนุ่มน้อยลอยชาย ซึ่งเป็น ศาลเก่าแก่ ที่สุดแห่งหนึ่ง และเป็นที่ เคารพศรัทธา ของชาวบ้าน  แถวนี้มากๆ


แสงแดดอ่อน สาดส่องลงมา สายลมเย็นๆ พัดผ่าน ชีวิตที่เรียบง่าย เกิดจากตรงนี้ ชีวิตที่ไม่มีกลิ่นท่อไอเสีย มาทำลายจมูก ชีวิตที่ไม่มีเสียงดังมาคอยกวนใจ ชีวิตที่หลบหนีผู้คนที่วุ่นวาย มายังที่แห่งนี้


การเดินวนรอบๆ ทำให้ผมรู้ว่า ที่บ้านขุนสมุทรจีน มีอะไรอีกมากมาย ที่ รอการค้น รอการหา และรอผู้คนเดินทางมาพบเจอ

ภายใน พิพิธภัณฑ์บ้านขุนสมุทรจีน บ้านที่มีเรื่องราว ท้องทะเล หลายแบบ มีทั้งความรู้ที่คอยสอน คอยบอกให้เรา นึกถึงสิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมที่ทำให้วันนึงมันอาจจะหมด ไป  ทำให้เราทราบปัญหา และข้อมูลต่างๆ และเราจะช่วยแก้ไข ได้อย่างไรบ้าง



 ของเก่า มีค่า ที่ชาวบ้านเก็บได้ ก็รวบรวมไว้ อย่างดี เพื่อให้คนรุ่นหลัง ได้มีโอกาสเข้ามา เที่ยวมาชม ฟรี โดย ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น


สุดท้าย มาถึงที่ พักของเรา ที่พักหลังน้อยคืนนี้ รวมอาหาร 3 มื้อ ราคาอยู่ที่ คนละ500บาทเท่านั้น ราคาแบบนี้คงหาที่ไหนๆไม่ได้อีกแล้ว แม้ภายในจะไม่มีแอร์ ไม่มีตู้เย็น มีเพียงพัดลม และทีวี แต่ลมทะเลที่คอยพัดผ่าน ก็เพียงพอ กับค่ำคืนที่จะมาถึงแล้ว



และแล้วก็ถึงเวลาที่เรารอคอย อาหารกลางวันมื้อแรก ก็มาถึง อาหารมื้อแรก เอามาให้เยอะแบบกินแทบไม่หมด ปลากุ้ง ปู ครบพร้อมและเต็มๆ แบบไม่หวง


หลักจากทานอิ่มแล้ว ผมก็เปิดเพลงเบาๆ ดนตรีเบาๆก็ ดังขึ้นทีละน้อยทีละน้อย ลมน้อยๆก็พัดผ่าน เสียงนกรอบๆต่างรายล้อมส่งเสียงขับกล่อม อากาศดีดี ช่วยโอบกอด ผมเผลอหลับไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ตื่นขึ้นมาอีกที ก็ เริ่มเย็นเสียแล้ว ผมไม่รอช้า ถ่ายรูป เก็บเรื่อยๆ 


 รอบๆ บ้านที่ล้อมไปด้วยน้ำ 

 บ้านน้อยของผม คืนนี้ พร้อมกับน้องหมาหลายตัว ที่มาคอยตอนรับ มาคอยเฝ้าเราอย่างมิตรที่ดี



พอถึงเวลาตอนเย็นๆ ก็ ถึงเวลาพาทัวร์ครับ พี่เค้านำเรือมารับผม ที่บ้าน ราวๆเกือบ5โมงเย็น เพื่อไปเดินเล่นที่ป่าชายเลน และไปไหว้พระที่วัดกัน

 เราใช้เวลาไม่นาน ก็ มาถึง ทางเดินไปป่าชายเลน ป่าที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ที่สุดอีกแห่งของประเทศไทย
 ระหว่าง การเดินทาง ที่ผมชอบมากที่สุดคือรอยยิ้ม ของชาวบ้าน รอยยิ้มที่มีความสุข และทักทายผมตลอดการเดินทาง
 เส้นทาง ป่าชายเลน มีอะไรให้ดูมากมาย มีทั้งปลา นก และปู ซึ่งยังสมบูรณ์มากๆ 


การเดิน ไปเรื่อยๆ เพื่อชมสิ่งต่างๆ มันก็ มีความสุขนะ ความสุขที่ได้เจออะไร สวยๆ ความสุขที่ได้เจออะไรใหม่ๆ ความร่มรื่นของป่าโกงกาง ความเป็นกันเองของชาวบ้าน แม้จะเป็นแค่การเดินสั้นๆ แต่สำหรับผม ก็มีความสุขมากมาย 

 ในที่สุดก็ถึงวัดขุนสมุทรจีน วัดที่ครั้งหนึ่ง เคยห่างจากทะเล ราวๆ2กิโลเมตร แต่วันนี้ วัดได้จมลงทะเลไปแล้ว ครึ่งนึง มันทำให้เราได้ข้อคิดว่า โลกเรา อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แผ่นดินที่เคยมีวันนี้ได้จมหายไปเสียแล้ว อาจจะถึงเวลาที่เราต้องอนุรักษณ์ ป่าไม้ เพื่อ ให้เป็นส่วนนึงกันคลื่นทะเลไม่ให้มาทำลาย แนวกั้นได้ อีกทาง


ถ้าสังเกตุ ภายใน เราจะเห็นคราบ ขี้เกลือจากทะเล อยู่ ตามมุมต่างๆ ของห้อง



ผมใช้เวลา ไหว้พระทำบุญ ไปเรื่อยๆ การได้มายังที่ที่สงบ มายังที่ๆผมเชื่อว่าหลายๆคนยังไม่ได้เข้ามา มันก็ทำให้ รู้ว่า มีอีกหลายๆที่ ที่เราควรรักษา ไว้ ให้นาน ที่สุดเพื่อลูกหลานของเรา



ที่วัด มี ที่ให้เรา ไหว้พระ หลายๆที่ วันที่ผมมาแม้จะเป็นวันเสาร์ แต่จะเห็นได้ว่า แทบไม่มีคนเลย 



เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน แปปนึงก็ ผ่านไปจะมืดเสียแล้ว ผมคงได้แต่เก็บความประทับใจ และหวังว่าวันนึงจะมีโอกาสกลับมาที่นี่อีก ไม่ช้าก็เร็ว

 ระหว่างทางกลับ ผมได้แต่เก็บ ความประทับใจไว้ให้นาน เท่านาน 




แสงสีทอง สะท้อนกลับพื้นน้ำ แสงที่กำลังจะบอกลา กลางวัน แสงที่ทำให้ ชีวิตยามเย็น ผม กลับมายิ้มได้อีกครั้ง




การเดินที่ละก้าวที่ละก้าว ในวันที่ไม่วุ่นวาย มันก็มีความสุขเหมือนกันนะ ชีวิตที่เดินไปช้าๆ ท่ามกลาง ความสงบ ผมแทบไม่เชื่อเลย ว่าจริงๆแล้วที่นี่ มันใกล้ กรุงเทพมากแค่ไหน




แสงยามเย็นโอบกอด บ้านหลังเล็กของผม ความงามเล็กๆที่ซ่อนอยู่ ก็ เริ่มโผล่ทีละนิดทีละนิด ความสุขของผมกำลังจะคงที่  เสียดาย เมื่อตกกลางคืน ยุงตัวน้อยใหญ่ ต่างเข้ามารุม ดูดเลือดอย่าไม่คาดคิด โชคดี ยากันยุงจากพี่ๆ ที่ นำมาให้ พอกั้นได้ สบายๆ ตกกลางคืน ผมไม่รีรอ รีบกางมุ้ง อย่างทันที เพื่อหลบหนี ยุงตัวร้ายที่จะมา ดูดเลือด  คงเป็นโชคดีของผม ที่ ทำได้ทันท่วงที ยุงน้อยใหญ่ ต่างเข้ามาในมุ้งไม่ได้ ยากันยุงที่ได้มา ก็ทำหน้าที่ คอยห้ามคอยกันได้อย่างดี


ก่อนจะนอน อาหาร เย็น ก็เริ่มนำมา ให้ทาน 

แกงส้มปลา ตัวโตๆ  ยำหอยแครง ปูอบวุ้นเส้น และผัดฉ่าทะเล ก็นำมาวางพร้อม แต่ทีเด็ดคือหอยนางรมตัวโตๆ ครึ่งโลที่ผม แอบไปซื้อมากับชาวบ้าน หอยนางรมที่สด อย่าบอกใคร มื้อนี้ ถ้าไปทานข้างนอกบ้าน ผม คาดว่าต้องเสียเงิน ราวๆ 6-700 บาทเป็นแน้แท้ เฉพาะปูอบวุ้นเส้น ก็ ราคาแพงแสนแพงเสียแล้ว แต่มากินแบบนี้ คุ้มไม่รู้คุ้มอย่างไร



เมื่อทานอาหารอิ่ม ผมอาบน้ำนอนในมุ้งอย่างมีความสุข ตาค่อยๆปิดไปอย่างช้าๆ เผลอแปปเดียว เวลาของวันใหม่ก็มาถึง 

เช้า ที่ ต้องกลับบ้าน คงเป็นเช้าที่ผมจะนำเรื่องราวของที่นี่ไปบอกต่อ หวังว่า บ้านน้อยหลังนี้อาจจะเป็นของแขกคนต่อไป แขกที่รักในการเที่ยวแบบบ้านๆง่ายๆ กันเองแบบนี้ แขกที่รักธรรมชาติ อยากช่วยชาวบ้าน คนต่อไป ผมได้เพียงแต่ฝากไม้ต่อและส่งความสุขไปยังคนต่อๆไป สุดท้ายคงอำลาไปที่ข้อดีข้อเสีย และอาหารเช้าที่กินไม่หมดหม้อนี้นะครับ หวังว่ารีวิวนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อๆไปนะครับ

ข้อดี
1 อาหารเยอะมากคุ้มสุดๆ
2 ที่พักสะอาด
3 ชาวบ้านเป็นกันเอง พูดคุยสนุกมากๆ
ข้อเสีย
1 ถ้าใครขี้ร้อนอาจจะไม่ชอบ
2 นอนพื้น ใครชอบเตียงนุ่มๆ อาจจะไม่ชอบ
3 ยุง เยอะมากครับ ใครมาเตรียมตัวดีดีนะครับ






Share To:

yhibklong

Post A Comment: