ใครๆก็ชอบสายลมหนาว รวมถึงตัวผมด้วยเช่นกัน... 

สวัสดีเพื่อนๆ pantip



เมืองไทยเราเริ่มเข้าสู่หน้าร้อนเต็มตัว แต่ประเทศบางประเทศยังมีสายลมหนาวให้เราได้สัมผัสกันอย่างเช่น 
จีน เกาหลี หรือ ญี่ปุ่น เป็นต้น ซึ่งถ้าเป็นประเทศญี่ปุ่นหลายคนจะรอช่วงเวลาทองหรือช่วงเวลาแห่งดอกซากุระบาน
ที่จะบานช่วงต้นเดือนเมษายน ก่อนดอกไม้จะบานเรามาสัมผัสสายลมหนาวที่ญี่ปุ่น 
ประเทศที่ใครหลายคนเลือกเป็นประเทศในฝัน ประเทศที่ใครหลายคนเลือกเป็นประเทศแรกๆที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว 
มาวันนี้ผมได้มีโอกาสไปเยือนดินแดนอาทิตย์อุทัยครั้งที่ 2 ของตัวผม
ผมจะพาเพื่อนๆไปสัมผัสสายลมหนาวหนีอากาศร้อนที่เมืองไทยกันครับ ^^ กับ 


“Japan Winter”


ปล. สำหรับ เพื่อนๆ ที่ต้องการติดตาม หรือสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ http://www.facebook.com/Nejuphoto



เหมือนฟ้าเป็นใจเพราะทางบัตรเครดิต “KTC” ได้จัดกิจกรรมดีๆ ขึ้นมา

โดยเป็นโครงการของ “KTC Real Team”ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 32 แล้วครับ

มีชื่อว่า “ White Winter in Tokyo สัมผัสโตเกียวในสายลมหนาว”

หลังจากที่เห็นหัวข้อและได้อ่านของรางวัลคร่าวๆ

ผมก็เลยรู้สึกสนใจเป็นอย่างมากและก็ไม่รีรอที่จะรีบกรอกใบสมัครเพื่อเข้าร่วม 

ทั้งนี้ปกติเป็นคนที่ชอบท่องเที่ยวและยิ่งเป็นประเทศญี่ปุ่นด้วยแล้วจะพลาดได้ยังไงครับ 

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจโครงการดีๆแบบนี้ทาง KTC มีจัดกิจกรรมอยู่เรื่อยๆครับ สามารถเข้าไปดูข้อมูลและรายละเอียดได้ที่






การเดินทาง



ของรางวัลที่ผมได้จากการประกวดในครั้งนี้ ชิ้นแรกเป็น ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-นาริตะ-กรุงเทพฯ จำนวน 2 ที่นั่ง 
โดยสายการบิน Delta Air Lines (ขาไป ที่นั่งชั้นประหยัด และ ขากลับ โดยที่นั่งชั้นธุรกิจ) ย้ำครับว่านั่งธุรกิจกลับ ^^
และสิทธิพิเศษจากการสมัคร SkyMiles ของ Delta Airlines นั้นจะทำให้เราสามารถเลือกที่นั่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ

และชิ้นที่ 2 เป็นบัตรกำนัลห้องพักจาก Agoda ที่โรงแรม Mercure Tokyo Ginza จำนวน 1 ห้อง พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน
การเดินทางในครั้งนี้ของผมถูกกำหนดวันแล้วว่าไปวันที่ 28 กพ – 4 มีค รวมทั้งสิ้น 5 วัน 4 คืน


สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปจองตั๋วโดยสาร ได้โดยตรงจากทางเว็บไซท์ของ Delta Airlines 

หรือจะจองผ่านทาง เว็บไซท์ KTC World ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางความสะดวกสบายในการจองตั๋วโดยสารครับ




ไม่ได้มาสุวรรณภูมินานมากแล้วสำหรับผม เช้าๆแบบนี้คนยังไม่ค่อยเยอะมากเท่าไร






สายการบิน Delta Airlines เที่ยวบินนี้จะบินไปอเมริกา แต่ญี่ปุ่นเป็นจุดพักเครื่อง

ในเที่ยวบินจึงมีแต่ต่างชาติ และการตรวจการรักษาความปลอดภัยนั้นค่อนข้างเข้มงวดมากครับ






เมื่อขึ้นเครื่อง จะได้รับหนังสือพิมพ์ฉบับตอนเช้า หมอน ผ้าห่ม และหูฟัง





เมื่อเครื่อง Takeoff ได้ซักพัก ความ Entertain ได้กำเนิดขึ้น หน้าจอหลังเบาะมีหลายสิ่งให้เลือกผ่อนคลาย
ทั้งภาพยนตร์ใหม่ๆ เกมส์ เพลง รวมถึงเส้นทางการเดินทางของเที่ยวบินนี้





อาหารเช้าบนเครื่องมาแบบจัดเต็มมาก นี่แค่ที่นั่งชั้นประหยัด ขากลับผมได้นั่งชั้นธุรกิจจะยอดเยี่ยมขนาดไหน (จินตนาการๆ)








ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชม ก็ถึงสนามบินนาริตะ ประเทสญี่ปุ่น
สนามบินนาริตะนั้นมี 2 Terminal จำไว้ให้ดีว่าขาลงเครื่องลงที่ Terminal ไหน 
ขากลับต้องมาขึ้นที่ Terminal เดิมนะครับ ไม่อย่างนั้นไม่ได้กลับไม่รู้ด้วยนะ

ช่วงเวลาเที่ยวบินของ Delta Airlines นั้นค่อนข้างสะดวกสบาย เครื่องมาถึง ประมาณ 13.00 (ตามเวลาท้องถิ่น) 
เมื่อเครื่องลงถึงญี่ปุ่นสามารถเข้าเช้คอินทางโรงแรมและเที่ยวต่อได้เลยครับในวันนั้น





ที่พัก

โรงแรม Mercure Hotel Ginza Tokyo ตั้งอยู่บริเวณแถบ กินซ่า 
จากสนามบินนาริตะ สามารถนั่งรถไฟได้หลากหลายรูปแบบมาลงใจกลางเมืองอย่างสถานี Ueno หรือ สถานี Tokyo 
แล้วต่อรถไฟใต้ดินสาย Ginza Line ทางออก A13 เดินมาประมาณ 3 นาทีก็ถึงโรงแรมแห่งนี้แล้วครับ


บริเวณ Lobby ที่ทำการเช็คอินจะอยู่ชั้น 2



พนักงานที่นี่พูดภาษาอังกฤษได้คล่อง แถมยังสามารถช่วยเหลือบอกทางในการไปเที่ยวตามที่ต่างๆทำให้ง่ายต่อการเดินทางเองด้วยครับ



ภายในห้องพักทั้ง 4 คืน 5 วันที่ผมใช้ชีวิตอยู่ที่โตเกียวครั้งนี้

ที่พักในโตเกียวจะหากว้างขวางเป็นไปได้ยาก ยิ่งถ้าอยู่ในย่านที่สะดวกสบาย หรือแหล่งธุรกิจด้วยแล้วห้องขนาดนี้ถือว่ากว้างมากแล้วครับ






ผมขอข้ามมาในส่วนของห้องอาหาร ผมทานอาหารเช้าที่นี่ทุกวันตลอดช่วงที่พักอยู่ที่โตเกียวนี้



ในส่วนของห้องอาหารนั้นค่อนข้างกว้าง มีโต๊ะไว้รองรับแขกอยู่หลายโต๊ะ 

จากที่ผมเห็นที่นี่มีทั้งคนไทย ญี่ปุ่น รวมถึงชาวต่างชาติมาพักที่นี่ค่อนข้างเยอะเลยครับ












อาหารเช้าของโรงแรมจะมีเปลี่ยนเป็นบางเมนู ส่วนบางเมนูนั้นคงเดิมเหมือนทุกๆวัน










สำหรับคนที่สนใจจองที่พัก ผมแนะนำให้จองผ่าน Agoda Mobile App 


โดยห้องพักที่จองผ่านทางมือถือจะมีราคาถูกกว่าบนหน้าเว็บไซท์ของทาง Agoda





แต่ไม่ใช่ทุกโรงแรมนะครับ ลองสังเกตสัญลักษณ์ก่อนทำการจอง และ App นี้ download ฟรีได้ทั้งระบบ Andriod และ iOS ครับ 








Food of Japan




สวรรค์ของคนชอบทานปลาดิบและซูชิ ที่มีให้เลือกหลายร้านหลายราคา แต่ทุกร้านมั่นใจได้เลยว่าสดสะอาดแน่นอน

อย่างเมนูที่ผมได้ทานมานั้นมีอยู่หลายคำตั้งแต่จานละ 100 เยน จนถึง 400 เยน ถ้าเทียบในเมืองไทยราคาเท่านี้ถือว่าถูกมากเลยนะครับ







เมนูต่อไปเป็นคัตสึด้ง หมูนุ่มๆกับข้าวร้อนๆ ฟินในยามหนาวมากครับ 



แต่ถ้าจะไม่ได้ทานแกงกะหรี่เลยก้เหมือนมาไม่ถึง ถึงแม้ญี่ปุ่นไม่ใช่เจ้าของต้นตำรับกับแกงกะหรี่ซักเท่าไร 
แต่กลิ่นเครื่องเทศที่นี่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ฉุนจนเกินไป อย่างในเมนูนี้เป็นแกงกะหรี่ชีสทะเล 
ชีสยืดๆเหนียวๆ ข้าวร้อนๆ เอิ่มม... เกลี้ยงครับ 

ราเม็งถือว่าเป็นเมนูยอดฮิตของที่นี่ ผมได้ทานร้านราเม็งข้อสอบ (ตามที่คนไทยเรียกกัน) 

และ ที่ Ramen Museum (ซึ่งจะมีกล่าวในตอนหลัง) สำหรับอากาศเย็นๆเลขหลักเดียวเมนูราเม็งนี้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดเลยครับ 



และอีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ ชาบู หรือสุกี้น้ำดำตามสไตล์ญี่ปุ่น 




ร้านที่ผมทานนี้ตั้งอยู่ย่านชิบูย่า มีทั้งแบบบุฟเฟ่ต์และแบบเลือกเมนู รสชาติของน้ำซุปน้ำดำนั้นไม่เค็มและไม่หวานจนเกินไป 


ส่วนหมุที่สั่งมานั้น ด้วยความพิถีพิถันในการจัดวาง หมูที่ได้มีการเรียงวางที่สวยงาม และดูสดสะอาดมาก








Tokyo – Ginza 

ย่านกินซ่า ย่านเก่าแก่แห่งหนึ่งของโตเกียว ที่ที่คนรวยอาศัยอยู่รวมกัน จนทำใหที่ดินบริเวณนี้มีราคาแพงมากมาย

เมื่อคนรวยอาศัยอยู่เยอะเลยส่งผลให้เหล่าสินค้าแบรนด์เนม ชื่อดัง อาทิ Dior , Gucci , Louis Vuitton ฯลฯ

มาเปิดร้านขายสินค้า กลายเป็นสวรรค์นักช้อปโดยปริยาย






โรงละครคะบุกิซะ ศิลปะการแสดงดั้งเดิมของญี่ปุ่น การแสดงออกด้วยท่าทางการร่ายรำ 

การแต่งกายของตัวละคร รวมทั้งดนตรีประกอบ ก็ชวนให้เพลิดเพลินได้ดีทีเดียว



ผู้คนย่านกินซ่า มีทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวปะปนกันไป ตั้งแต่กลางวันถึงกลางคืนครึกครื้นตลอดทั้งวันครับ


Tokyo – Asakusa

แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังบริเวณนี้คือวัดเซ็นโซจิ หรือวัดเจ้าแม่กวนอิมแห่งอะซะกุสะ เป็นวัดทางศาสนาพุทธอันเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว

บริเวณประตูทางเข้า Kaminarimon Gateหรือประตูสายฟ้า จุดสังเกตเป็นโคมแดงขนาดใหญ่อยู่บริเวณหน้าทางเข้า





เมื่อเข้ามาด้านในจะผ่านร้านค้ามากมาย ทั้งของฝาก ของทานเล่นอย่างซาลาเปาทอดที่ขึ้นชื่อ 








บริเวณด้านในวัดเซ็นโซจิ ยามแสงทไวไลท์ ทางวัดได้เปิดไฟสวยงาม





ขั้นตอนการไหว้จะไหว้จากด้านนอก พัดควันธูปเข้าหาตัวเอง จากนั้นเข้ามาด้านในวัดไหว้เจ้าแม่กวนกิม รวมถึงโยนเหรียญเสี่ยงโชค 





ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นศิลปะสถาปัตยกรรมร่วมสมัยทั้ง 2 ยุค ทั้ง Tokyo Sky Tree และวัดเซ็นโซจิ



Tokyo – Tsukiji Market



ตลาดเช้าชื่อดังของโตเกียวที่มีชื่อว่า ตลาดสึกิจิ ตลาดค้าส่งที่ยังคงกลิ่นอายเดิมๆ ของผู้คนเอาไว้อย่างน่าทึ่ง


แม้ตัวตลาดจะขายทั้งอาหารทะเล ผัก ผลไม้ และอาหารทั่วไป 

แต่นักท่องเที่ยวหรือแม้คนญี่ปุ่นเองกลับรู้จักกันในแง่ของการเป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ในบริเวณตลาดต้องระมัดระวังรถขนสินค้าที่จะขับกันอย่างพลุกพล่าน



อย่างปลาทูน่าตัวโตๆ หลังจากที่ประมูลเสร็จสิ้นก้ได้ส่งมายังร้าน ร้านจะใช้เครื่องผ่าปลาทูน่าแช่แข็งนี้ 


แล้วค่อยมาแล่บางๆส่งขายให้ตามร้านอาหารทั่วไป 





หรือจะเป็นร้านซูชิที่ขึ้นชื่อในญี่ปุ่นที่มีผู้คนมายอมต่อคิวกันตั้งแต่เช้าตรู่ 


จากที่ผมเคยลองต่อคิวกว่าจะได้ทานก็ใช้เวลาประมาณ 4 ชม ครับ หิวไส้ลากพอดี ^^ 


ไข่หวานขั้นเทพเสียบไม้ขาย อุ่นๆ หอมยั่วยวนใจก็อยู่บริเวณย่านนี้เช่นกัน


Tokyo – Roppongi 

แม้ผู้คนส่วนใหญ่จะนิยมมารปปงงิยามค่ำคืน เพื่อเที่ยวบาร์และไนต์คลับ แต่ที่นี่ไม่ได้มีจุดเด่นเพียงแค่นั้น
ทั้งสถาปัตยกรรม พิพิธภัณฑ์ศิลปะงานระดับชาติต่างมารวมตัวกัน ณ ที่แห่งนี้

อาคารโมะริ ที่มีจุดเด่นเป็นแมงมุมยัก์อยู่บริเวณหน้าตึก เป็นจุดนัดพบ และมีผู้คนมาแวะถ่ายรูปอยู่มากมาย



ด้านในอาคารโมะริที่ชั้น 52 จะเปิดให้ชมทัศนียภาพของเมืองโตเกียวเฉกเช่นอาคารสูงอื่นๆโดยใช้ชื่อว่า Tokyo City View 
แต่มีกระจกกั้น ถ้าอยากได้แบบไม่มีกระจกกั้นก็ต้องขึ้นไปชมชั้นดาดฟ้า The Sky Deck เป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ 

รับรองไม่มีอะไรมาขวางสายตาแน่ครับ 


ค่าเข้าชม Tokyo City View ผุ้ใหญ่คนละ 1500 เยน 

ส่วนถ้าขึ้นไปตรง The Sky Deck จะต้องจ่ายเพิ่มอีกคนละ 500 เยน ครับ 

ซึ่งในส่วนของ The Sky Deck จะปิดเร็วกว่าในโซนล่างอย่าง Tokyo City View




Yokohama – Anpanman Museum

Yokohama เป็นเมืองหลวงของจังหวัดคะนะงะวะ ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของโตเกียว

เป็นเมืองใหญ่ ทั้งยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ทำให้มีทางเลือกในการเดินทางหลายวิธี

โดยเฉพาะการเดินทางโดยรถไฟ ซึ่งสามารถตั้งต้นจากย่านสำคัญในโตเกียว แล้วไปลงสถานีรถไฟโยะโกะฮะมะ 

อันเป็นศูนย์กลาง จากนั้นก็ต่อรถไฟหรือรถบัสไปเที่ยวสถานที่อื่นๆได้อย่างสะดวกสบาย 

ที่แรกที่จะพาไปเที่ยว ผมจะพาไปย้อนวัยเด็ก ผมเชื่อว่าต้องมีคนรู้จักตัวการ์ตูนสุดคลาสสิคตัวนี้


ที่ทำมาจากขนมปัง หน้ากลมมีเพื่อนผองเป็นขนมปังชนิดต่างๆ

Anpanman นั่นเองครับ





บรรยากาศด้านในทุกอย่างจะเกี่ยวกับอังปังแมนและผองเพื่อนขนมปังด้วยกันทั้งหมด
ไม่ว่าเดินไปทางไหนก็เจอแต่ความน่ารักของเจ้าอังปังแมนนี่แหล่ะ 



แม้กระทั่งร้านตัดผม ที่นั่งตรงเก้าอี้ที่ตัดผมยังเป็นรูปอังปังแมนเลยครับ 

เสียดายที่ด้านในห้ามถ่ายภาพ ไม่อย่างนั้นจะเอามาให้ชมถึงความน่ารักกัน



มาดูความน่ารักของเด็กๆกับลานของเล่นด้านในกันครับ 


จากที่สังเกตเห็น พ่อแม่จะพาลูกๆมาเที่ยวที่นี่อยู่ค่อนข้างเยอะ 

แล้วเด็กๆก็สนุกไปกับโลกของอังปังแมน ที่ล้วนถูกเนรมิตให้เป็นส่วนหนึ่งเหมือนเพื่อนเล่นในวัยเด็ก





ไม่ว่าจะอุปกรณ์ สถานที่ เครื่องเล่น ของใช้ รวมถึงอาหารยังมีรูปร่างเป็นอังปังแมนเลยครับ 


ด้านในมี Museum แต่ผมไม่ได้เข้าไปจากที่ดูรายละเอียดจากข้างนอก จะเป็นเครื่องเล่นจำพวกสไลเดอร์ 

รวมถึงเครื่องเล่นต่างๆ ที่ให้น้องๆหนูๆได้สนุกสนานในโลกของ... อังปังแมน ^^



Yokohama – Landmark Tower 

อาคารระฟ้าโยะโกะฮะมะแลนด์มาร์กทาวเวอร์ ที่มีความสูงแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นเป็นตัวดึงดูดผู้คนไม่แพ้กัน

ซึ่งภายในเขาแบ่งพื้นที่เป็นสวนสวย (ชั้นใต้ดิน) , โซนพลาซ่า (ร้านค้าและร้านอาหาร) , คลินิก , โชว์รูม และจุดชมเมืองโยะโกะฮะมะ


วิว 360 องศา บนชั้น 69 (Sky Garden) ที่ รับ-ส่ง นักท่องเที่ยวด้วยลิฟต์ความเร็วสูง

และใช้เวลาเพียง 40 วินาทีจากชั้นล่าง 


ค่าขึ้นไปด้านบน ผู้ใหญ่ คนละ 1000 เยน เด็ก 800 เยน กรณีมาแล้วฝนตกเขาจะลดค่าเข้าชมให้ด้วยนะครับ 





 
พอเดินออกมาจาก Yokohama Landmark Tower จะมองเห้นสัญลักษณ์ของเมืองนี้

เรือเดินสมุทรนิปปงมะรุ และ สวนมนุกริมอ่าว Yokohama Cosmo World





Kamakura - Daibutsu

Kamakura มีระยะห่างจากเมืองโตเกียวประมาณ 50 กม. ทำให้การเดินทางค่อนข้างสะดวกมาก โดยเราสามารถนั่งรถไฟเจอาร์
ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ไปลงสถานีรถไฟ JR Kita-Kamakura Station ได้เลย

Daibutsu พระใหญ่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น ถูกสร้างครั้งแรกด้วยไม้ ตอนหลังมีการบูรณะใหม่โดยใช้สัมฤทธิ์
ภายในองค์พระยังสามารถเข้าไปชมด้านในได้อีกด้วยครับ




ช่วงเวลา 5 วัน 4 คืน ในญี่ปุ่นผ่านไปเร็วนัก


ถึงเวลาเช็คอินไฟลท์บินขากลับแล้วครับ

Delta Airlines จะได้ นน. โหลดกระเป่า ถ้าเป็นที่นั่งชั้นประหยัด จะได้คนละ 2 ใบ ใบละไม่เกิน 23 กก.

แต่ถ้าเป็นที่นั่งชั้นธุรกิจ จะได้คนละ 2 ใบ ใบละไม่เกิน 30 กก. ครับ 





เข้ามาในส่วนของเลาน์จของสายการบิน Delta Airlines กันครับ



ด้านในมีบริเวณกว้างขวาง มีหลายมุมให้เลือกนั่ง รวมถึงมีห้องส่วนตัวด้วยครับ
เผื่อใครต้องการความสงบ ความเป็นส่วนตัว สามารถใช้บริการได้ฟรี










อาหาร เครื่องดื่มจัดเต็มแบบเบาๆ เพราะเมื่อขึ้นเครื่องไปด้านในมีให้ทานอีกเยอะครับ ^^



Delta Airlines - Business Class



ต้องขอบคุณกิจกรรมดีๆแบบนี้ของทาง KTC ที่ทำให้ผมได้มีโอกาสนั่ง Business Class ด้วยระยะเวลากว่า 6 ชม. ในการเดินทาง



ผมเลือกนั่ง Business Class ชั้นบน โดยใช้สิทธิเลือกที่นั่งจากการสมัคร SkyMiles ที่สามารถเลือกที่นั่งได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

และที่เลือกนั่งชั้นบนนั้น จะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าชั้นล่างครับ แต่จำนวนเก้าอี้ที่นั่งจะมีจำนวนน้อยกว่า





ที่นั่งสะดวกสบาย เอนได้เหมือนนอนบนเตียง สำหรับเที่ยวบินที่มีระยะเวลาในการเดินทางนานๆ

การเลือกที่นั่งแบบนี้จะช่วยลดการเหนื่อยล้าไปได้เยอะเลยครับ








เมื่อตอนขึ้นเครื่องพนักงานจะเดินมาถามถึงเมนูอาหารที่จะทานบนเครื่อง รวมถึงเครื่องดื่มที่เติมไม่อั้น

ทั้งไวน์ น้ำผลไม้ น้ำอัดลม ต่างๆ อย่างเมนูเที่ยวบินนี้ผมเลือกรีซอสโต้ ทะเล รสชาติอร่อยเลยครับ

ขอปิดท้ายกระทู้ สัมผัสสายลมหนาว Tokyo Winter ด้วยรูปนี้ ซึ่งรูปนี้เป็นรูปที่ถ่ายจากการไปญี่ปุ่นครั้งแรก

ถ้าพูดถึงญี่ปุ่น ใครๆก็คงนึกถึง ฟูจิ ซากุระ แต่จริงๆแล้ว วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ รวมถึงความเป็นระเบียบในบ้านเมืองเค้า
ช่างมีสเน่ห์มากมาย ชวนให้เหล่านักท่องเที่ยว ถ่ายภาพ อยากเข้าไปสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนๆก็ตาม

ต้องขอขอบคุณ KTC กับกิจกรรมดีๆ ที่มีขึ้น ที่ทำให้ผมได้ไปสัมผัสสายลมหนาวที่โตเกียวอีกครั้ง
ขอบคุณ Delta Airlines ที่เป็นหนึ่งในผุ้สนับสนุนของรางวัลครั้งนี้ และทำให้ผมได้นั่ง Business Class เป็นครั้งแรกในชีวิต
ขอบคุณ Agoda ที่เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนของรางวัลที่พักย่านกินซ่า ย่านทำเลหรูหรามีระดับ ตลอด 4 คืน 5 วัน


และ ขอบคุณทุกคนที่ตามอ่านกระทู้รีวิวนี้จนจบ หวังว่าคงเป็นข้อมูลให้เพื่อนๆตามรอยเดินทางต่อได้ไม่มากก็น้อยนะครับ













Share To:

yhibklong

Post A Comment: