วันนี้ผมยืนมองท้องฟ้า ได้ยินได้เห็น ฟ้าที่มืดครึ้ม สายฝนเบาๆ เริ่มเทลงมา พร้อมกับหยิบความเหงาๆพัดผ่าน มาที่ตัวผม วันนี้ผมเลยนึกได้ว่า มีรีวิวนึง ที่เข้ากันได้ดีกับสายฝนนี้ และความเหงานี้ เป็นรีวิว โรงแรมแม่ริมที่หนึ่ง ที่ผมเคยได้ไปพัก และไปสัมผัสมา และอยากมาแนะนำเพื่อนๆ นั้นคือ cooldown รีสอร์ท ที่แม่ริมนั้นเอง ตามผมไปพบรีวิวสั้น ๆ นี้กันครับ 

ติดตามเพจ ได้ที่ www.facebook.com/yhibklong
ติดตามรีวิวย้อนหลังได้ที่ www.yhibklong.com



การเดินทางสำหรับใคร มันมักจะบอกเรื่องราว ต่างๆ ของช่วงชีวิตหนึ่งได้มากมาย การเดินทางครั้งนี้ของผมก็เช่นกัน ผมมาพบรีสอร์ทนี้ด้วยความบังเอิญ บังเอิญที่คืนหนึ่งผมค้นหาที่พักที่แม่ริม หาอยู่หลายต่อหลายที่ แต่ผมกลับมาประทับที่นี่ แม้จะไม่มีรีวิว รีสอร์ทนี้ที่เวปใดๆ เลยก็ตาม ก้าวแรกที่ผมเดินเข้ามาที่ห้องพัก ผมได้แต่บอกตัวเองในใจว่า "ผมเลือกไม่ผิด"












เนื่องจาก ผมมาพักกับเพื่อน 4 คน เราเลยได้ห้องพัก สองแบบ และห้องพัก ห้องนี้ เป็นห้องที่ผมจะได้นอนในคืนนี้ ที่ cooldown ห้องพักออกแบบได้สวยลงตัว และเรียบง่าย 














ไม่นาน หลังจากที่ผมเก็บ ของอยู่ เสียงลมที่พัดแรง อากาศที่หนาวเย็นก็ ผ่านเข้ามา สายฝนที่ตกหนักสลับกับลูกเห็บ มันยิ่งทำให้ อากาศ เย็นขึ้นอย่างรวดเร็ว ...แต่แปลก เวลานี้ผม กลับมีความสุข สุขที่ รู้สึกเหมือนได้กลับมายืนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อากาศท่เย็นมาตบหน้าผมเบาๆ กลิ่มหอมๆลอยเข้าจมูก การนั่งหน้าห้องแล้วมองฝน ที่ตก บางครั้งมันก็มีความสุขไปอีกแบบ 












ฝนค่อยๆเบาลง เบาลง เบาลง และแล้ว เค้าก็จากไป พร้อมกับ ทิ้งความเหงา และอากาศที่เย็น ไว้ 








ความสุข ของผม คงไม่เหมือนใคร ความสุขของผมคือการที่ได้ มาพักผ่อน มาชมวิวสวยๆ กับสถานที่เงียบๆ และคำตอบของผม ก็อยู่ตรงหน้าจนได้ 









คงเพราะแรงฟ้าและฝน ไฟฟ้าของเรา ได้ดับลง แต่รีสอร์ทน้อยๆของผมยังคงมีเพียงแสงเทียน ส่องสว่าง แสงเทียนที่ทำให้ คืนนี้ของผม คงเป็นอีกมุมอีกมิตินึง การใส่ผ้าพันคออุ่นๆ กับอากาศหนาวที่ทำให้มือเราเย็น เบาบาง แสงไฟดวงน้อยๆจากปลายเทียน และแสงดาว ที่ส่องลงมา หมายเป็นคนคอยช่วยดูแลเราจากฝาฟากฟ้า ผมได้แต่หันไปมองดูดวงดาวและพระจันทร์ และยิ้มเบาๆ ส่งข้อความขอบคุณ ที่ช่วยดูแลในยามที่มีแค่แสงเทียนรอบตัว 

















วันนี้ ที่ไม่มีไฟฟ้า ต่างคนต่างหยุดเล่นมือถือ เพราะกลัวแบตจะหมด การที่ไฟฟ้าดับมันทำให้เราหันหน้ามาคุยกันมากขึ้น นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ผมมากับเพื่อนๆ แล้วเราคุยกันโดยไม่จ้อง ไม่มองมือถือ เราพูดคุยกันกับคนที่อยู่ตรงหน้า คงได้แต่ย้อนๆๆนึกไป ดีแล้วละมั้ง ที่ไฟฟ้าดับ การวางมือถือแค่แปปเดียว ทำให้ค่ำคืนนั้นมีแต่เรื่องเฮฮา รอยยิ้มที่หาไม่ได้จากข้อความทาง FACEBOOK เสียงหัวเราที่ทำให้เราได้อ้าปากได้กว้างๆ คำปลอบโยนในเรื่องที่ผิดหวัง ทุกๆอย่างเกิดขึ้นตลอดเวลา รอยยิ้มของทุกคนมีแต่ความสุข เราทั้ง4 คุยกันจนหลงจนลืม ว่ามือถือเราอยู่ที่ไหน 






ผ่านไปหลาย ชั่วโมง ไฟดวงแรกของเราก็ส่องสว่างขึ้น แสงไฟดวงน้อยๆก็สว่างตามมาเรื่อยๆ 
















คงเพราะดึกแล้วละมั้ง แขกคนอื่นๆ คงนอนพักผ่อนแล้ว ผมได้แต่เดินเล่นรอบๆพร้อมอากาศเย็นที่เป็นใจ ทำให้การถ่ายรูป ของผม มีแต่ความสุข ผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้าใครเห็นรูปผม ตอนนี้ คงต้องมีรอยยิ้มบ้าง 















มุมแต่ละมุม จัดไว้ได้อย่างลงตัว แม้พื้นที่รีสอร์ทจะไม่เยอะ ไม่ใหญ่มากก็ตาม 












ที่นั่งชั้นสอง เป็นที่นั่งพร้อมรับลม แค่เพียงผมไปยืนไม่นาน ลมเย็นๆก็พัดผ่านมาทักทายเป็นระยะ ระยะ ผมว่าถ้ามีผ้าห่มอุ่นๆ มือนุ่มๆของคนข้างกาย มานั่งชมดาวรับความหนาวกันสองคน คงมีความสุขมากมาย 








ส่งท้ายค่ำคืนนี้ ด้วย น้ำสวยๆ แต่มีฤทธิ์มากมาย ใครมา อยากให้ยื่นรูปนี้ไปให้เค้าดู แล้วให้เค้าลองผสมมาให้ชิม รับรองจะขอสองแก้วเหมือนผม 








เห็นไหม อย่างที่ผมบอก เวลาอะไรก็ตามที่มีความสุข มันมักจะสั้นเสมอ เผลอแปปเดียวก็เช้าและรีวิวนี้ก็จะจบตามไปด้วย ผมคงไม่ได้บอกให้เชื่อผม ที่ผมแนะนำรีสอร์ทนี้ แต่อยากให้ทุกคนถ้ามีเวลา ลองแวะมาชม ดู ถ้าคุณชอบ ก็ไว้ค่อยหาเวลามาพักผ่อนที่นี่ 












สุดท้าย อยากบอกว่า เวลา สำคัญเสมอ เราไม่สามารถไปหยุดไปปิดกั้นเวลาได้ เวลาเค้าก็จะเดินไปเรื่อยๆไม่มีหยุด ดังนั้น ถ้ามีเวลาอยู่ด้วยกัน วางมือถือซักพัก ไม่กี่ ชั่วโมง แล้วหันหน้ามองกันเหมือนวันวาน ที่เราไม่มีเครื่องมือสือสารใดๆ มาปิดกั้นพวกเราไว้ เก็บภาพสวยงามของวันแต่ละวันให้มาก มากที่สุด เชื่อเถอะครับ เมื่อวันนึง คุณมองย้อนกลับไป คุณจะ "คุ้ม อย่างบอกไม่ถูก"


















Share To:

yhibklong

Post A Comment: