...การเดินทางหลายครั้งเกิดขึ้นได้เพราะความตั้งใจ ความฝันที่จะได้ไป .. แต่ในบางครั้งก็ได้มาซึ่งความบังเอิญ บวกความไว้ใจวางใจจากผู้ที่มอบโอกาสให้ .. ครั้งนี้สำหรับผมก็เช่นกันเมื่อเพื่อนท่านหนึ่งติดภารกิจออกเดินทางไม่ได้ การเดินทางครั้งนี้จึงถูกมอบหมายให้ผมเป็นตัวแทนเดินทางไปร่วมทริปสื่อมวลชนกับแอร์เอเชีย.. 


...โดยมีจุดมุ่งหมายปลายทางคือ “มณฑลยูนนาน ที่เมืองต้าหลี่ และ ลี่เจียง ประเทศจีน”...


...การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลา 6 วัน 5 คืน.. เดินทางไปกับสายการบินแอร์เอเชีย ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง มุ่งหน้าลัดฟ้าสู่มหานครคุนหมิง ประเทศจีน .. ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเศษถึงสนามบินฉางซุย คุนหมิง (Changshui Airport) .. จากนั้นออกเดินทางต่อด้วยรสบัสใช้เส้นทางซุปเปอร์ไฮเวย์ทางด่วนสู่เมืองต้าหลี่ และลี่เจียง ตามลำดับ... 


...ส่วนสถานที่ในเมืองต้าหลี่ที่จะนำภาพมาให้ชมนั้นจะมีดังนี้ เมืองเก่าต้าหลี่ (Ancient City of Dali), เทือกเขาชางซาน (Cangshan Mountain), หมู่บ้านตกปลาซวงหลาง(Shuanglang), สระผีเสื้อ(Butterfly Spring) และ เจดีย์ 3 องค์ที่วัดฉงเซิ่ง(วัดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน)...


...โดยภาพชุดนี้จะเป็นภาพการเดินทางตั้งแต่เริ่มขึ้นเครื่องที่สนามบินดอนเมือง และไปสิ้นสุดที่วันสุดท้ายคือวันที่ 3 ที่ได้อยู่ที่ต้าหลี่ .. โดยจะยกภาพชุด “ลี่เจียง” เป็นภาพชุดตอนต่อไปนะครับ .. 


...ถ้าพร้อมกันแล้วเราออกเดินทางไปพร้อมกันเลย...


ป.ล. ภาพทั้งหมดในรีวิวนี้ผมคัดมาจากอัลบั้มเต็มของแต่ละที่หากใครอยากชมต่อแบบเต็ม ๆ กดไลก์ที่หน้าเพจ https://www.facebook.com/ForzanuFoto แล้วดูจากอัลบั้มทั้งหมดได้เลยครับ






...จากสนามบินดอนเมืองขึ้นเครื่องด้วยเวลาประมาณ 8 โมงเศษ ๆ ด้วยไฟลท์ FD582 .. การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงนิด ๆ ถึงตัวเมืองคุนหมิง .. เมื่อฟังการอธิบายแนะนำการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดอุบัติเหตุเรียบร้อยไม่นานนักก็เริ่มตีตั๋วนอนยาว .. 

...ก่อนจะสลับหลับ ๆ ตื่น ๆ ด้วยการถ่ายภาพท้องฟ้า เมฆปุยขาว ผ่านหน้าต่างเครื่อง .. การได้นั่งริมหน้าต่างยังคงเป็นเหมือนโบนัสพิเศษที่เราได้ของแถมเป็นวิว เป็นท้องฟ้าสวย ๆ กลับมาได้เสมอ...
















...ทัศนียภาพจากด้านบนมองลงสู่เบื้องล่างทำให้เห็นถึงความอลังการของเมือง และพอเริ่มลอย ๆ เข้ามาใกล้กับคำคุ้นหูที่ว่า “จีนแผ่นดินใหญ่” ... 


















...ปรับนาฬิกาให้ตรงกับท้องถิ่นที่ประเทศจีน ที่เวลาประมาณ 11 โมงกว่าก็เดินทางถึง “สนามบินฉางซุย คุนหมิง” เป็นที่เรียบร้อย (เวลาที่คุนหมิงจะเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง)... จากสายพานขนกระเป๋าเราก็สัมภาระเพื่อมาเตรียมพบกับรถบัส และผู้นำทางไกด์ทัวร์ที่จะพาเราไปยังสถานที่ต่าง ๆ .. 


...ระหว่างรอก็เก็บภาพสักนิดกับภายในตัวอาคารของสนามบิน สร้างเป็นรูปทรงเส้นโค้งตีขนานคู่ไปมา ใช้สีทองอร่ามเห็นแล้วรู้สึกอลังการ และเท่ดีกับเส้นโค้งที่ได้ออกแบบไว้...














...ทันทีที่ทีมงานไกด์ และรถมาถึงสนามบินเรียบร้อย เราก็พร้อมออกเดินทางกันทันที โดยแวะที่ร้านอาหารในตัวเมืองคุนหมิงเป็นจุดแรกเพื่อเติมพลังอาหารกลางวันก่อนจะใช้เวลาอีกประมาณ 4-5 ชั่วโมง บนเส้นทางซุปเปอร์ไฮเวย์สู่เมืองต้าหลี่ ...ระยะทางจากคุนหมิงสู่ต้าหลี่อยู่ที่ประมาณ 320 กิโลเมตร เริ่มจากเส้นทางด่วนสิ้นสุดปลายทางที่ด่านเก็บเงินต้าหลี่... สำหรับใครที่เดินทางมาเที่ยวเองจากตัวคุนหมิงก็สามารถนั่งรถไฟสู่เมืองต้าหลี่ได้เป็นอีกหนึ่งเส้นทาง .. 


...เส้นทางถนน Chuxiong นั้นขับสบาย ๆ วิวสองข้างทางมีอะไรให้ชมเรื่อย ๆ .. พื้นถนนเรียบ เส้นทางสวย มีปั๊มอยู่ข้างทางตามจุดแวะพัก .. มองดูแล้วรู้สึกว่าเจริญมากเรื่องระบบความปลอดภัย และการดูแลด้านต่าง ๆ บนถนนเส้นนี้ .. แทบจะไม่เห็นเจ้าหน้าที่หรือตำรวจเลย โดยใช้เทคโนโลยีการติดกล้องเข้ามาแทน รวมไปถึงจุดตรวจความเร็วอยู่ทุก ๆ ระยะ ...














...รถช้าชิดขวา รถเร็วก็ชิดซ้ายสลับกันไปกับบ้านเรา .. แสงแดดยามเย็นวันแรกของการเดินทาง ๆ ค่อย ๆ หมดไปทีละน้อย.. ไม่ได้แวะหรือเที่ยวที่ไหนเลยสำหรับวันนี้มีเพียงแต่ภาพที่ถ่ายผ่านกระจกรถเท่านั้น 


...และจะมีได้หยุดเดินยืดเส้นยืดสายก็ตอนที่แวะปั๊มจอดพักข้างทาง ก็มีมินิมาร์ท มีห้องน้ำเหมือนกับบ้านเราแต่ขนาดใหญ่กว่ามาก... แต่ที่รู้สึกว่าประทับใจมากตั้งแต่มาถึงที่คุนหมิงก็คือ “สภาพอากาศ” ช่วงที่เดินทางมาอยู่ในช่วงหน้าร้อนสุด ๆ ที่บ้านเราเดือนเมษายน .. แต่อากาศนับถึงตรงที่แค่ในภาพนี้ เดินสบายอากาศเหมือนเชียงใหม่ช่วงหน้าหนาวอย่างไรอย่างนั้น...


















...นั่งรถตั้งแต่ประมาณบ่ายสามแดดแรง ๆ กว่าจะถึงตัวต้าหลี่บริเวณที่พักก็ตีไปเกือบทุ่มนึง.. 4 ชั่วโมงได้โดยประมาณ 


...ในที่สุดก็มาถึงตัวเมืองเก่าต้าหลี่จากจุดที่พักอยู่ในบริเวณเดียวกันกับตัวเมืองเก่าต้าหลี่เลย .. ทำให้ง่ายต่อการเดินเท้าสู่ตำแหน่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินกัน .. โดยขอนำเที่ยวกันตอนกลางคืนนี้ก่อนเลย ..















...จากที่เห็นตามภาพจะมีลักษณะคล้าย ๆ กับตลาดปาย ถนนเชียงคานยามค่ำคืน .. ซึ่งแน่นอนว่าเต็มไปด้วยชาวบ้านที่นำข้าวของสินค้าเครื่องประดับตกแต่ง สุดแท้แต่ไอเดีย และรูปแบบของวัฒนธรรมชาวจีนมาขายให้แก่นักท่องเที่ยว .. รวมไปถึงไก่ย่าง ร้านกาแฟ ร้านอาหารเล็ก ๆ เต็มสองข้างทางไปตลอด... 


...อากาศดีดีแบบนี้ จะว่าไปต้องบอกว่าดีมาก.. สะพายกล้องตัวนึง มือขวาถือกล้อง มือซ้ายที่ขวดเบียร์ค่อย ๆ จิบซึมซับบรรยากาศท้องถิ่นให้ค่อย ๆ กลมกลืนละมุนกับตัวเราไปเรื่อย ๆ ก็เป็นความสุขที่ดีไม่น้อย...















...ผู้คนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาเที่ยวก็ไม่พ้นชาวจีนด้วยกันที่หลั่งไหลมาจากแคว้นจากเมืองอื่น หรือเมืองใกล้เคียง .. จะมีบ้างที่เป็นชาวยุโรปก็พอมีให้เห็นกันบ้างแม้จะไม่เยอะก็ตาม... 


...ที่บริเวณเมืองเก่าต้าหลี่ยามค่ำคืนจะมีอยู่โซนหนึ่ง ซอยหนึ่งที่ได้แบ่งไว้เลยให้เป็นโซนของแสง สี เสียง .. ซึ่งจะมีร้านอาหาร มีดนตรีเล่น เปิดเพลงเสียงดัง อยู่ติด ๆ กันเหมือนพัทยาบ้านเรา .. ดังนั้นไม่ต้องบอกว่าความครึกครื้นจะมากมายแค่ไหน .. แค่เดินเข้าซอยไป แล้วเดินกลับออกมาใช้เวลาประมาณ 15 นาที .. พอพ้นซอยปุ๊บสภาพหูวิ้งเหมือนโดนอะไรน๊อกมายังไงยังงั้นเลย... 


...ก่อนสุดท้ายจะตัดสินใจกลับยังที่พักเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันต่อไป .. วันแรกที่เดินทางมานี้ไม่ค่อยได้ถ่ายภาพสักเท่าไหร่นัก แค่พอได้มาเดินซึมซับบรรยากาศยามค่ำคืนเล็กน้อยก็รีบกลับไปนอนพักเอาแรงไว้ เพื่อตื่นเช้าสักหน่อยแล้วมาเก็บภาพยามเช้าที่เมืองเก่าตรงนี้น่าจะได้อะไรที่เยอะขึ้น


























...เสียงเพลงปลุกในมือถือดังขึ้นเจียน ๆ 7 โมง ในเช้านี้ .. เพลงเดิมเหมือนทุกวันแต่วันนี้เปลี่ยนที่ตื่นนอนทำให้ลุกจากเตียงนอนได้ไม่ยาก .. 


...ปฏิบัติภารกิจทางร่างกายเรียบร้อย ต่อไปก็เป็นภารกิจทางใจให้ชุ่มชื่นกระชุ่มกระชวยด้วยการออกสัมผัสบรรยากาศยามเช้าสักเล็กน้อยบริเวณที่พัก ที่ติดกับกำแพงเมืองต้าหลี่ ... 


...ต้าหลี่ เป็นเมืองเก่าแก่โบราณตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของคุนหมิง มีกำแพงล้อมรอบสามด้าน พื้นที่ด้านทิศตะวันตกติดเทือกเขาชางซานที่สูงราว 4,000 เมตร ... อีกด้านหนึ่งติดทะเลสาบเอ๋อไห่ ทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศจีน ด้วยพื้นที่เกือบ 250 ตารางกิโลเมตร ... เหนือจรดใต้ 40 กม. และตะวันออกจรดทิศตะวันตก 8 กม. ซึ่งจุดนี้เองที่เรียกได้ว่าเป็นชัยภูมิ เป็นเอกลักษณ์ที่ชาวเมืองต้าหลี่ภูมิใจที่ได้อาศัยอยู่ในดินแดนที่หาที่ใดมาเสมือนได้ง่าย ๆ และมากไปกว่านั้นด้วยพื้นที่ความสูง 1,900 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้อากาศที่นี่เย็นสบายตลอดปี.....















...บรรยากาศในยามเช้านั้นแตกต่างมากหากเทียบกับตอนกลางคืนที่มีผู้คนเดินจับจ่ายซื้อของ เดินเล่น .. แต่สิ่งที่ทำให้ผมทึ่ง และรู้สึกถึงความเป็นระเบียบนั่นคือ “ความสะอาดของพื้นที่” อันนี้แม้ในเรื่องของมารยาทชาวจีนที่เราอาจเคยได้ยินกันมาว่าอาจจะไร้วินัย ถ่มน้ำลายลงถนน หรือต่าง ๆ .. แต่กับพื้นที่ตรงนี้เหมือนจะได้รับการดูแล และใส่ใจเป็นอย่างมาก.. 


...อาจมีตกหล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปบ้าง.. แต่โดยรวมยิ่งหากเทียบกับเวลาด้วยแล้วต้องนับว่าเก็บกวาดได้รวดเร็วมาก...















...ตอนเช้า ๆ ยังไม่เข้าช่วงสายมากนัก อากาศก็เย็นสบายแต่เช้าเสื้อยืด เกงยีนส์เดินสบาย ๆ หามุมถ่ายภาพไปเรื่อย .. ร่องรอยจากน้ำที่ชำระล้างทำความสะอาดพื้นยังพอขังไม่ระเหยไปก็ทำให้เกิดมุมสวย ๆ กับภาพขึ้นมาได้บ้าง 


...หลังจากภาพนี้ไม่นานก็เดินหาร้านซาลาเปานั่งกินเบา ๆ 2 – 3 ลูก.. เป็นออเดิร์ฟยามเช้าก่อนจะเริ่มออกเดินทางสู่ “เทือกเขาชางซาน” กันต่อในภาพหน้า















...อย่างที่ได้บอกไปตามข้างต้นเมืองต้าหลี่นั้น จะมีด้านที่อยู่ติดกับเทือกเขาสูงใหญ่ตระหง่านชื่อ “ชางซาน Changsan Mountain” อยู่ทางด้านทิศตะวันตกด้วยความยาวประมาณ 50 กิโลเมตร ทอดยาวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ มีความสูงเฉลี่ยเหนือจากระดับน้ำทะเล 3,500 เมตร โดยมียอดเขาสูงสุด“หม่าหลง” ที่ราว 4,122 เมตร มีหิมะปกคลุมในช่วงฤดูหนาว แต่ในช่วงที่เดินทางมาเมษายนนั้นหิมะได้ละลายหายไปหมดแล้ว... 


...แสงแดดของวันเริ่มแรงขึ้นทีละนิด แต่ความเย็นของสภาพอากาศ และสายลมที่พัดมาทำให้ไม่รู้สึกร้อนแม้แต่น้อย.. เริ่มต้นวันใหม่ด้วยเช้าอันสดใสแบบนี้ นักท่องเที่ยวอย่างเราก็ชื่นใจ...


















...จากนั้นก็เป็นการนั่งกระเช้าขึ้นสู่ด้านบน โดยแต่ละกระเช้าสามารถนั่งได้ประมาณ 8 คน ... ภายในกระเช้าจะค่อนข้างอึดอัดเล็กน้อยเนื่องจากต้องสร้างให้กันต่อสภาพอากาศ และกระแสลมที่พัดไปมา ทำให้หายใจลำบากเล็กน้อย..

...จากภาพจะเห็นแนวป่าสนขนาบข้างทั้งซ้ายขวาโดยมีกระเช้าแทรกอยู่ตรงกลาง... ที่เทือกเขาชางซานนอกจากจะมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่ามากมายด้วยแล้ว .. ที่นี่ยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารทั้งหมด 18 สาย... ที่ไหลสู่เบื้องล่างหล่อเลี้ยงให้แก่ชาวเมืองต้าลี่ รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไปอีกหลายจุดอย่าง ทะเลสาบหวงหลง, ทะเลสาบเฮยหลง, น้ำตกซิงปี้, ทะเลสาบสีหม่า เป็นต้น .. นอกจากนั้นพันธุ์พืช และต้นไม้หายากจำนวนมากก็มีการค้นพบที่เทือกเขาชางซานนี้ด้วยเช่นกัน

















...ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็มาถึงจุดจอดกระเช้า... ก่อนขึ้นอากาศด้านล่างว่าดีแล้วแต่ทันทีที่ขึ้นมาถึงจุดนี้ต้องบอกว่าลืมอากาศด้านล่างไปได้เลย 




... แม้ช่วงวันที่เดินทางมาเทือกเขาที่เห็นจะไม่มีหิมะปกคลุมแล้วผิดกับช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุม แต่ในวันนี้ก็มีความเขียวของผืนป่าบนเทือกเขาให้ได้เห็นอยู่อย่างหนาแน่น



















...จากบริเวณจุดพักถ่ายภาพเดินเล่นด้านบน ก็เดินลงสู่ด้านล่างอีกนิดหน่อยเพื่อเดินชมทัศนียภาพต่าง ๆ 










...จุดนี้มีน้ำตกเล็ก ๆ พอเดาได้ว่าช่วงฤดูฝน ยิ่งประกอบด้วยตำแหน่งของสะพานด้วยแล้ว มุมนี้น่าจะเป็นมุมที่ถ่ายภาพออกมาได้สวยอีกมุมหนึ่งเช่นกัน ... 
















...ที่จุดเดินชมศึกษาเส้นทางธรรมชาติ(ไม่รู้ที่จีนเรียกว่าอะไร)แต่ถ้าเป็นบ้านเราก็จะใช้คำนี้... มีการทำทางเดินไว้อย่างดี ปลอดภัยด้วยแนวรั้วตลอดทาง 


...เท้าที่ค่อย ๆ ก้าวไปแต่ละก้าว พร้อมกับสายลมที่พัดผ่าน และเสียงชัตเตอร์ที่ดังขึ้นอยู่เป็นระยะ ๆ บอกอะไรได้มากมายกับความสุขในการได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ...


















...ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ แสงของดวงอาทิตย์ และเงาที่เหลื่อมซับซ้อนไปมา สร้างภาพที่สวยงามที่พอใจให้กับผมได้เสมอ ๆ 


...ความสวยงาม และความละไมของเทือกเขาชางซานค่อย ๆ ซึมซับเข้าไปทีละน้อย ๆ ท่ามกลางความยิ่งใหญ่ และคุณประโยชน์มากมายของเทือกเขาชางซานที่เป็นต้นกำเนิดสรรพสัตว์ ต้นกำเนิดของแหล่งน้ำมากมาย.. ซึ่งรวมไปถึงทะเลสาบเอ๋อไห่ .. ทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศจีนก็มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาชางซานแห่งนี้...











...จากเท่าที่สังเกตพื้นที่ที่เดินชมเส้นทางมาเรื่อย ๆ ผมว่าที่นี่สะอาดมาก .. หากถามว่ามีขยะหรือไม่ ก็ตอบแบบตรง ๆ ได้ว่าพอมีบ้าง แต่ต้องเป็นขยะชิ้นเล็ก ๆ ที่ไปอยู่หลืบ ๆ ที่ลมอาจพัด หรือปลิวไปอยู่ตามพื้นตามหินเล็กหินน้อย..

...แต่พวกเศษขยะ แก้ว ขวด พลาสติก ซองขนม .. บอกได้เลยว่า “ไม่เห็น” .. แม้ชาวจีนอาจมีภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยดีเรื่องระเบียบวินัย แต่กับบริเวณจุดท่องเที่ยวผมว่าเค้าดูแลได้ดีใช้ได้เลย ... ยิ่งเรื่องความสะอาดด้วยแล้วบอกเลยว่าบ้านเราเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด



















...เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติน่าจะไปได้อีกไกล แต่เนื่องจากเวลาที่เรามีค่อนข้างจำกัด ทำให้มีเวลาเดินได้ไม่นานนักราว ๆ 40 นาที ... ก็เดินกลับสู่ทางเดิมย้อนกลับไปยังสะพานหินที่ใน 7-8 ภาพด้านบนก่อนหน้านี้









...ถึงเวลากลับสู่เบื้องล่างอีกครั้ง.. ทิ้งไว้เพียงความชื่นชมกับทัศนียภาพที่ห้อมล้อมด้วยผืนป่า ต้นไม้ และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์... ได้มาที่นี่อาจได้มาเพียงครั้งเดียวในชีวิต แต่แค่นี้ก็ประทับใจมากมาย ... 

...หากใครที่เดินทางมายังต้าหลี่ ผมว่านี่เป็นอีกจุดท่องเที่ยวที่ไม่น่าพลาดยิ่งหากมาช่วงฤดูหนาวที่พอมีหิมะปกคลุมด้วยแล้ว คงได้เห็นความงดงาม และความยิ่งใหญ่ในอีกแบบได้อย่างสวยงามแน่นอน


















Share To:

yhibklong

Post A Comment: