สวัสดีครับเพื่อนๆ คราวนี้ผมจะพาเพื่อนมาเที่ยวต่อจาก คราวที่แล้ว ที่ผมได้พาไปเที่ยวเมืองโบราณเฟิ่งหวงกันนะครับ คราวนี้ จะเป็นรีวิวสุดท้ายของทริปนี้ครับ จะพาเพื่อนๆไปพบกับ ยอดเขาเทียนเหมินซานและหุบเขาอวตาร ครับ สำหรับใครยังไม่ได้รับชมรีวิวแรก ฝากแวะไปที่http://pantip.com/topic/31696793
สำหรับการเดินทางครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณแอร์เอเชีย ก่อนนะครับ ที่ให้การสนับสนุนการเดินทางครั้งนี้ครับ ถ้าเพื่อนๆพร้อมแล้ว ตามผมไปเที่ยวกันเลยครับ
สำหรับ เพื่อนๆ ที่ต้องการติดตาม หรือสอบถามเพิj,เติม https://www.facebook.com/yhibklong?ref=hl
ถ้าใครต้องการชมรีวิว อื่นๆ เข้าไปที่ http://www.yhibklong.com

จากที่คราวที่แล้วผมได้จองตั๋วรถทัวร์ไว้ จากเมืองเฟิ่งหวง มาที่เมือง จางเจียเจี้ยกัน โดยรถของเราออกเวลา 9.00 ครับ สำหรับใครอยากออกช้ากว่านี้ หรือเร็วกว่านี้ก็ได้นะครับ โดยจะใช้เวลาเดินทาง ราวๆ 4 ชม ได้นะครับ ราคาค่ารถ อยู่ที่ 70หยวนนะครับ 







พอถึงสถานีขนส่ง ผมก็รีบไปหาอะไรรองท้องไว้ก่อนครับ ก่อนที่จะลุยต่อ ก็ได้ Mc ช่วยชีวิตมือนี้ไว้ สำหรับใครที่มีสัมภาระเยอะ ผมแนะนำให้ไปฝากกระเป๋าที่ จุดรับฝากของของที่สถานีขนส่งครับ จะคิดค่าบริการ 10หยวนครับ ที่นี่จะเปิดรับ ฝากกระเป๋า ตั้งแต่ 5.30-18.30น. และที่สำคัญที่นี่ไม่รับฝากข้ามคืนนะครับ อย่าเผลอลืมเชียวนะครับ ไม่งั้นเดียวจะยาว ต้องเข้ามาเอาพรุ่งนี้






จุดที่เที่ยวของผมวันนี้คือเขาเทียนเหมิงซาน ครับ สำหรับ คนที่มาจากสถานีขนส่ง มีสองวิธี คือเดิน ซึ่งจะใช้เวลามาจุดขึ้นกระเช้า ราวๆ 20นาที หรือ จะขึ้นรถ taxi ค่ารถประมาณ 5หยวน ซึ่งผมเลือกวิธีที่2ครับ
เมื่อมาถึงจุดขึ้นกระเช้า ผมแนะนำให้มา ซื้อตั๋วที่ฝั่งตรงข้าม ถามว่าทำไม หรอ เพราะซื้อที่นี่ จะ ได้ราคาที่ถูกกว่าครับ จะประหยัดไป 10 หยวนเลยที่เดียว (ปกติค่าขึ้นกระเช้า225หยวน)




การเดินทางไป เขาเทียนเหมินซาน จะ ใช้เวลาบนกระเช้าราวๆ 40นาที และที่สำคัญจุดนั้งกระเช้านี้ เป็นจุดที่มีความยาวที่สุดในโลกด้วยครับ ระหว่างนั่ง เราจะเห็นวิวรอบๆ ซึ่งสวยมากครับ 



เนื่องจากภายในเป็นกระจก ทำให้สีของภาพออกมา อาจจะไม่สดใสมากนัก แต่ ถ้าใครได้มามองเห็นภาพ ในที่จริงแล้ว จะมีความสุขเหมือนผมแน่ๆ แม้ตัวผมเป็นคนกลัวความสูงมากๆ แต่เห็นวิวธรรมชาติแบบนี้แล้ว เลิกกลัวเลยครับ ทิวเขาที่สลับกัน หิมะที่ตก เป็นจุดๆ ผมได้แต่เก็บความสุข ในช่วงเวลาอันน้อยนิดให้มากที่สุด 









หลังจากเวลาไม่นาน ผมก็มาถึง บนยอดเขาเทียนเหมินซานแล้วครับ เมื่อย่างก้าวออกจากกระเช้า ก็พบว่า บนนี้ขาวโพลนเต็มไปด้วยหิมะ มากมาย อากาศที่นี่หนาวมากครับ เสื้อ4ตัวแทบเอาไม่อยู่






ความสวยของบนนี้ก็คือ วิวรอบๆครับ ที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง และหิมะ 



สำหรับช่วงหน้าหนาว ทางเดินเลียบหน้าผา อาจจะมองไม่เห็นวิวได้มากนัก แต่ ก็ สวยไปอีกแบบครับ บางจุด บางมุม เราก็จะได้ ซุ้มประตูหิมะ ได้เลย 






การเดินทางมาครั้งนี้แม้จะเหนื่อยแค่ไหน ก็ตาม พอมายืนจุดนี้ ผมรู้สึกหายเหนื่อยไปอย่างบอกไม่ถูก วิวที่สวยงาม ไม่ว่าคุณจะหันไปด้านหน้าหรือด้านหลังก็ตาม ก็จะพบ ภาพสวยๆได้หมด 


เมื่อเดินเลียบผามาเรื่อยๆ ผมก็ มาพบ ป่าหิมะด้านในครับ ตอนที่ผมมา เรียกว่าเป็นกลุ่มเดียวของป่านี้เลยครับ ทริปนี้ทั้งตื่นเต้นและมีความสุข ผมเลยเก็บภาพตรงนี้นานกว่าเพื่อนเลย






สุดท้าย เราก็ต้องอำลา เขาเทียนเหมินซาน กันเสียแล้ว เพราะทริปนี้เวลาผมมีจำกัดจริงๆ ขออำลาด้วยตุ๊กตาหิมะ ตัวน้อย นะครับ 


หลังกลับลงมาผมก็มาเอากระเป๋าที่ฝากไว้ และก็มุ่งหน้าสู่ อูหลิงหยวน ในตอนเย็น โดยเราจะใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมงในการเดินทางครับ เมื่อเวลาผ่านไปและแล้วก็มาถึงที่พัก ของผมในคืนนี้ ซึ่งในคืนนี้ผมไม่ได้มีการจองห้องพักไว้ล่วงหน้า ใช้การเดินเข้าไปถามราคาเอาเลยครับ เดินมาราวๆ ชั่วโมงนึงจนได้ ที่พัก จนได้ ราคาห้องพักคืนนี้ 120 หยวนครับ ห้องใหญ่สะอาดเลยครับ แถมใกล้จุดขึ้นกระเช้าในตอนเช้าด้วย 







เช้าวันใหม่ ก่อนเดินทาง ผม ก็มาหาอะไรรองท้องก่อนครับ จะได้ไปลุยได้เต็มที่ 



การจะมาที่ทางเข้า เพื่อไปยอดเขา เรามีสองวิธีครับ คือเรียกรถ taxi หรือจะเดินไป ค่ารถ1-5หยวนไม่เกิน ส่วนการเดิน จะใช้เวลา ราวๆ 15นาที ครับ เมื่อมาถึงทางเข้า เราจะต้องเสียค่าเข้าอุทยาน 245 หยวน ซึ่งจะอยู่ได้ 3วันนะครับ แต่ราคานี้ไม่รวม กระเช้า และลิฟท์แก้ว ครับ





ระหว่างทางเดินไปกระเช้า ก็จะมีจุดขายของเป็นระยะ สำหรับใครที่ไม่ได้ทานอะไรมาก็เลือกซื้อ ทานได้เลยครับ 



และแล้วเราก็มาถึง กระเช้าจนได้ กระเช้าที่นี่ สูงน้อยกว่าคราวที่แล้วที่ผมได้ไปขึ้นเขาเทียนเหมินซานนะครับ ค่ากระเช้า 67 หยวนครับ บรรยากาศรอบๆ สวยเลยครับ เสียดายกระจกสีฟ้ามากไปหน่อย ถ่ายอะไรก็ออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ระยะเวลาบนกระเช้านี้จะใช้เวลา ราวๆ 15นาทีได้ครับ










เมื่อมาถึงบนนี้ พบว่าหิมะเยอะมาก จะเดินไปไหนต่อไหน ลำบากมากครับ สุดท้าย ผมก็ ได้ลองซื้อรองเท้าของชาวบ้านดูครับ คู่นึงราคา 10หยวน ตอนแรก คิดว่าคงจะช่วยอะไรมากไม่ได้ แต่ที่ไหน ได้ ดีมากครับ เดินสะดวกขึ้นเยอะ เรียกว่าวิ่งได้เลย 


บรรยากาศรอบๆ ค่อนข้างเงียบเหงาครับ อาจจะเป็นเพราะหนาวมากๆก็ได้ครับ เลยไม่ค่อยมีคนขึ้นมาเที่ยวเท่าไหร่ 




หลายๆคนไม่รู้จัก ภูเขาเทียนจือซาน ในอุทยานอูหลิงหยวน แต่ถ้าบอกว่าสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องอวตาร ผมเชื่อว่าหลายๆคนจะร้อง อ๋อเลยทีเดียว ขอย้อนกลับไปซักนิด ก่อนที่ผมจะมาจุดนี้ได้ ปกติ จะมีรถรับส่งฟรี แต่ตอนที่ผมไป เรียกว่า หิมะตกหนัก รถฟรี เลยไม่มี ทำให้ต้องใช้บริการ รถ ของชาวบ้านซึ่ง ราคา อยู่ที่ 150-200หยวน ในการเหมารถไป จุดชมวิวอวตาร และแล้วเราก็ไม่ผิดหวังจริงๆ 










รอบๆ ภูเขาแม้จะเต็มไปด้วยหิมะ แต่ความสวยของบนนี้ก็ไม่ได้ ทำให้มันลดลงไปเลย 









แม้การมาครั้งนี้ของผม จะเห็นภาพจากมุมมองด้านบน ไม่ได้ เพราะหมอกลงหนักมาก แต่ผมก็มีความสุข และไม่เสียดายใดๆทั้งสิ้น คงได้แต่ขอบคุณธรรมชาติที่สวยงามแบบนี้ ที่เกิดขึ้นบนโลกครับ 







สุดท้าย อำลา จาก เมืองนี้ เพื่อกลับไปฉางซากันครับ แม้จะมีเวลาอยู่ทีนี่ ในช่วงเวลาสั้นๆ ก็ทำให้ผมมีความสุขมากๆ ครับ เรากลับไปที่ สถานนีขนส่งเพื่อซื้อตั๋ว กลับไปฉางซา จะใช้เวลา 4ชั่วโมง ในการเดินทาง 






เมื่อถึงสถานนีแล้ว ผมก็เรียก taxi เพื่อ ไปที่โรงแรม เก็บของ และค่อยออกมาหาอะไร ทานที่ ถนนคนเดินครับ 






เช้าวันใหม่ก่อน กลับ กรุงเทพ ผมก็มาเดินเล่นรอบๆ โรงแรมครับ เพื่อเก็บภาพรอบๆ ซักหน่อย



สุดท้ายก็ เวลา ก็ ไม่หยุด หรือเดินถอยหลัง เลย เวลาที่เราไม่อยากให้มาถึงก็ มาจนได้ นั้นก็คือ เวลากลับบ้าน ผมเรียกtaxi จากโรงแรม ไปที่ สนามบิน ค่ารถ 100หยวนครับ เป็นแบบเหมา 
4วัน 3 คืนที่ผมได้อยู่ที่นี่ ทำให้ผม ได้เห็นโลกใบใหม่ อีกแบบนึง ได้เห็นธรรมชาติที่สวย มากๆ ได้เห็นผู้คน ในรูปแบบใหม่ๆ ได้พบว่าความสุข ในการเดินทางนั้นเป็นอย่างไร ขอบคุณ เพื่อนๆทุกคนที่แวะเข้ามาชม ขอบคุณทุกๆคนที่เป็นกำลังใจนะครับ ขอฝาก ว่า ถ้าเรามีแต่คำว่าไม่ว่าง ไม่มีเวลา ไม่มีรถ ไม่มีเพื่อนไปด้วย ถ้าเรามั่วแต่ยึดติด คุณก็จะไม่พบ กับ โลกใบใหม่อีกใบแบบผม ขอบคุณครับ













Share To:

yhibklong

Post A Comment: