สวัสดีครับ เพื่อนๆ คราวนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ลัดฟ้าไปเที่ยวเมืองจีนกันครับ สำหรับเมืองที่ผมจะพาเพื่อนๆไปเที่ยว นั้น ชื่อว่า เมืองฉางซาครับ ซึ่งหลายๆคนคงจะเริ่มคุ้นหูกันอยู่บ้าง จากฉากในหนังเรื่องอวตาร หรือ จากภาพสวยๆ ของเมืองโบราณเฟิ่งหวง นั้นเอง สำหรับการเดินทางครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณแอร์เอเชีย ก่อนนะครับ ที่ให้การสนับสนุนการเดินทางครั้งนี้ครับ ถ้าเพื่อนๆพร้อมแล้ว ตามผมไปเที่ยว ฉางซา ตอนแรกกันได้เลยครับ สำหรับ เพื่อนๆ ที่ต้องการติดตาม หรือสอบถามเพิ่มเติม https://www.facebook.com/yhibklong?ref=hl





สำหรับการเดินทางจากเมืองไทย มาเมืองฉางซา ประเทศจีนนั้น มีหลายสายการบินด้วยกัน แต่สำหรับครั้งนี้ เราเดินทาง ด้วยสารการบิน airasia นะครับ สำหรับการเดินทางคราวนี้ ผมเลือก วนที่ 14-17กพ ครับ ค่าเดินทาง สำหรับตั๋วช่วงไม่โปร ไปกลับ ก็ ราวๆ 7500 บาท สำหรับการเดินทางครั้งนี้ เราเลือกไฟลท์เช้า เครื่องออก 7 โมงกว่าๆ ไปถึงจีนราวๆ 3ชั่วโมงกว่าครับ ที่สำคัญอย่าลืมปรับเวลา ด้วยนะครับเพราะที่นั้นเวลาจะเดินเร็วกว่าเรา 1 ชั่วโมง ครับ ก่อนจะไปลุยผมขอ เติมพลังก่อนนะครับ 








เมื่อลงเครื่อง ก็รีบเก็บของ แล้วไปที่จุดขึ้นรถบัสของสนามบิน โดยจุดหมายปลายทางของเราคือที่ West bus station ค่ารถคนละ29.5 หยวนครับ ถ้าใครมากันเยอะ ไม่อยากยืนคอยก็ต่อ แท็กซี่ได้เลยครับ ราคาก็ราวๆ 160-180 หยวนครับ แล้วแต่การต่อรองครับ 








เมื่อมาถึง West bus station เราก็หารถไป เมืองโบราณฟ่งหวง (鳳凰古城) ครับ ค่ารถ ตอนผมไป 140 หยวนนะครับ ราคาขึ้นจากข้อมูลที่หาได้ นิดหน่อย ส่วนรถบัส คันใหญ่ใช้ได้ ครับ เสียอย่างเดียวคือที่นั่งแคบไปหน่อย อาจจะลำบากสำหรับคนตัวใหญ่ๆครับ สำหรับผมได้รถ เที่ยว 14.30 เราจะนั่งไปถึงเมืองโบราณ ราวๆ 19.30 ใช้เวลาราวๆ5 ชั่วโมงครับ 












สำหรับการเดินทางไปในระยะเวลา 5ชั่วโมง ก็ทำให้ ผมได้เก็บภาพ ผ่านกระจกหนาของรถทัวร์ได้ เรื่อยๆ แม้ภาพจะไม่คมชัด เพราะต้องผ่านกระท้อนสะท้อนแล้วสะท้อนอีกก็ตาม แต่ ก็ไม่ทำให้ การถ่ายภาพของผมหมดความสนุกลง 















ช่วงที่ผมไป เป็นช่วงหนาวของที่นั่นพอดี เราจะเห็นได้ ว่า หิมะ ตกใส่หลังคาหลายๆบ้าน และตามทาง ก็จะเริ่มมีหิมะปกคลุมอยู่ สำหรับผมการได้นั่งรถแล้วมองไปข้างนอกหน้าตากับวิว แปลกตาที่ไม่เคยได้ เห็นมุมแบบนี้ที่จีน มันทำให้การเดินทางครั้งนี้ตื่นเต้นไม่ใช่น้อย 















สุดท้ายการเดินทาง อันยาวนาน ของผมก็จบลง รถบัสส่งผมลงที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง จากนั้น เราต้องต่อรถแท็กซี่เอาเอง ด้วยความที่อาการหนาวมาก และผมยืนรอไม่ไหว ผมจึงขอเหมารถ จากจุดที่เค้าส่งเรา ไปยัง เมืองโบราณเลย สำหรับค่าเหมารถ ผมเสีย ไป 20 หยวน (รถเหมาจะไม่ใช่รถแท็กซี่นะครับเป็นรถธรรมดานี่แหละ แต่จะเปิดกระจก เรียกเราไป แล้วเราก็สามารถต่อราคาเค้าได้ ครับ) 
คืนแรกของผม ที่โรงแรมเล็กๆ ที่จองผ่านอโกด้าครับ ชื่อ
เฟยหวง เอนเค้าท์เตอร์ อินน์ (Fenghuang Encounter Inn) 

ราคาคืนละ 683 บาทครับ ที่นี่มีน้ำอุ่น พร้อมครับ เสียอย่างเดียวส้วม 555 แต่คงเป็นเหมือนๆกันทุกที่ครับ









หลังจากเก็บของเสร็จเรียบร้อย ผมก็ออกมาหาอาหารทานกันครับ มือแรก ที่เฟิ่งหวงของผมเป็นแบบธรรมดา ไม่หรูหราอะไรมาก เวลาผ่านไปไม่นานบะหมี่ชามใหญ่ก็มาวางตรงหน้า พร้อมกับ ซาลาเปา อีกถาดนึง มื้อธรรมดา ที่อยากบอกว่าอร่อยมากๆครับ 















หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว ผมก็แวะมาจองรถไว้ก่อน เพราะพรุ่งนี้เราจะต้องเดินทางไป จางเจียเจี้ย สำหรับใครมาเมืองนี้ แล้วต้องการทราบข้อมูลการเดินรถ ผมแนะนำให้มาที่นี่นะครับ เพราะมีข้อมูลต่างๆเยอะมาก 






สำหรับการเดินทางมจีนคราวนี้ คงต้องขอบคุณ เวป pantip อีกครั้ง ที่มอบข้อมูลหลายๆอย่าง ทำให้ ผมได้ข้อมูลดีดี ทำให้ตามรอยได้ง่าย ไม่ยาก และ ผมหวังว่ากระทู้นี้จะทำให้เพื่อนๆ ที่อยากมาเมืองนี้ ตามรอยได้ง่ายๆ ไม่ยากเช่นกัน 













ค่ำคืนที่เฟิ่งหวง ผมรู้สึก มีความสุขไปกับแสงไฟ รอบๆ เมืองที่สวยอย่างไร้ที่ติ เมืองที่มีความงามที่คอยเปล่งแสงออกมาให้เราได้ สัมผัส แม้ค่ำคืนนี้อากาศจะหนาวราวๆ 3-4องศา แต่ความหนาวก็ไม่ได้ทำให้ ผม อยากกลับที่พักแต่อย่างใด 
















สำหรับใคร ที่เคยมาเมืองนี้ จะรู้ว่าที่นี่ ผับเยอะมาก ผมแอบตกใจ เพราะต่างจากที่คิดไว้ ซึ่งผมนึกว่าเมืองโบราณ จะเงียบ และเหงาซะอีก กลับเป็นว่ายิ่งดึกคนยิ่งเยอะ อาจจะเพราะนี่เป็นวันแห่งความรักพอดี ด้วยมั้ง ผมถึงเห็นคนเดินเป็นคู่ๆ เยอะมากมาย 
















สำหรับคู่รัก ส่วนใหญ่จะนิยมมาลอยกระทง ต้องขออภัยที่เรียกว่ากระทง เพราะผมเห็นเค้ายืนจุดเทียนที่ กระทงแล้วนำไปลอยน้ำ เลยขอเรียกแบบนี้ อย่างที่บอกอากาศ ณ ตอนนี้ หนาวจริงๆครับ แต่ ทำไม ไม่รู้ เวลาเห็นคนรักกัน ท่ามกลางเมืองแห่งนี้แล้วรู้สึก ยิ่งมีความสุข มุมเล็กๆของคนสองคน รอยยิ้มของคนสองคนที่ผมไม่รู้จัก แต่เชื่อไหม ไม่รู้เพราะอะไร ผมได้ แต่มองเค้าสองคนผ่านมุมมองกล้อง เล็กๆ แล้วกดชัตเตอร์เบาๆ พร้อมรอยยิ้มอย่างมีความสุข ขอบคุณนะครับ ที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้ของผมมีเรื่องราว 








มีคนถามผมหลังจากที่ผมกลับมาว่าถ้าไปเที่ยว จะใช้เวลากี่วันดี จริงๆ ที่เมืองโบราณนี้ ยังมีอีกหลายจุดที่สวยงาม และผมพลาดไป ถ้าถามผม ผมอยากตอบว่า ควรใช้อย่างต่ำๆซัก สามวันสองคืน แล้วผมว่าคุณจะกลับไปพร้อมรอยยิ้ม แน่นอน 




















เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน ภาพมุมต่างๆ ก็ใกล้จะสิ้นสุดเต็มที ไฟของเมืองจะเริ่มดับราวๆ เที่ยงคืน ค่อยๆไล่ปิดไฟมา ก่อนเดินกลับที่พัก สิ่งที่ไม่นึกไม่ฝันมาก่อน ก็อยู่ตรงหน้า ผมหยิบกล้องขึ้นมา ระดมถ่ายพร้อมปรับค่าต่างๆอย่างรวดเร็ว เสียดาย ไม่ได้ตั้งตัวสุดๆ ภาพที่ได้ เลยเบลอไม่สวยอย่างที่คิด 














เช้าวันใหม่ของผม วันนี้ผมตื่น ราวๆ ตี5.30 ผมมีเวลาในการเดินเล่นถ่ายรูป จนถึง 7โมงกว่าๆ ครับ เพราะ ตอน 9โมง เราต้องไปเมืองอื่นกันต่อ





ยามเช้าของเมืองเฟ่งหวง ช่างแตกต่างกับเมื่อคืนโดยสิ้นเชิง เมืองที่ตกกลางคืนแสงสีเยอะมาก แต่ยามเช้ากลับสงบอย่างน่าแแปลกใจ 
















ผมบอกไม่ถูก กับ เมืองนี้ เท่าไหร่ แต่รู้ว่า คงหลงใหล ในเมืองนี้เสียแล้วแน่ๆ 








เมืองที่ มีเสน่ห์ แบบบอกไม่ถูก เสียดาย รูปที่ผมถ่าย ยังไม่สามารถถ่ายทอดความสวยงามออกมาได้ เต็มร้อย ถ้าใครมีโอกาสได้ ไป ผมอยากให้มายืนมองมุมสูงของที่นี่ แล้ว คุณจะรักเค้าเหมือนผม








ก้าวแรกของวันนี้เหมือน เวลาผ่านไปช้าๆ อากาศยังคงหนาวอยู่รอบตัว แต่ความหนาว ก็เช่นเคย ไม่ได้ทำให้ความสวย ของเมืองนี้ลดน้อยลงไป ความสวยแบบเบาๆ ที่หลายคนเคยพูดถึงกัน มันคงเป็นแบบนี้นี่เอง สวยแบบ เบาๆ ^^ 
















เมืองนี้ถ้าตอนเช้าๆ เราจะเห็นคนล่องเรือมา ไม่ได้มาขายปลาหรืออย่างใด แต่เค้ามาเก็บขยะกันทุกเช้า ถึงว่า เมืองนี้สะอาด อย่างน่าแปลกใจ เพราะมีพนักงานดีเด่นแบบนี้นั้นเอง 








สำหรับใครพอมีเวลา อย่างล่องเรือ รอบๆแม่น้ำ ผมแนะนำ นะครับ ท่านจะได้ นั่งรับลมเย็นๆ ล่องไปตามแม่น้ำ ได้เห็นมุมมองอีกแบบนึง เสียดายวันนั้นเวลาผมมีน้อย เลยทำให้ ไมได้ไปใช้บริการเลย





แม้ มุมจะซ้ำไปบ้าง แต่ สำหรับผมแล้ว มุมมองบางมุมแม้ จะเป็นมุมเดิม ๆ แต่มันก็ทำให้ เรามีความสุขเสมอเมื่อมองมัน 


สำหรับบทสรุปเมืองนี้ ผมว่า ถ้าใครรักความสวยแบบธรรรมชาติ ชอบชีวิตแบบง่ายๆ สบายๆ ผมอยากให้ลองมาสัมผัสที่นี่ดูครับ แล้วคุณจะหลงรักแบบผม เสียดาย การเดินทางอาจจะไกลไปหน่อย แต่ถ้าใครมาถึงที่นี่แล้ว ผมว่าจะหายเหนื่อยแน่นอนครับ ^^ 









Share To:

yhibklong

Post A Comment: