สวัสดีครับเพื่อนๆ คราวนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ไปสัมผัสอากาศหนาวแบบเบาๆที่เมืองอุตรดิตถ์ รีวิวนี้อาจจะเป็นรีวิวธรรมดา ที่ชายคนหนึ่งจะพาคุณไปเที่ยวแบบง่ายๆกินง่ายๆ ค่าใช้จ่ายไม่มากมาย ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่ารีวิวนี้อาจจะเป็นรีวิวที่ผมอยากให้เพื่อนๆตามรอยมากที่สุด รีวิวหนึ่งของผม ก็ว่าได้
              หากเพื่อนๆสนใจ หยิบกล้องไปท่องโลกกว้าง มาเป็นส่วนหนึ่งกันที่ https://www.facebook.com/yhibklong?ref=hl



ใกล้วันสิ้นปี วันนั้นผมว่าใครๆหลายคนก็หลีกหนีเส้นทางขึ้นเหนือ หรือลงใต้กันแน่ๆ วันนั้นยังเป็นวันที่ผมจำได้ดี ว่าการขึ้นเหนือที่แสนลำบาก ของผมเริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งแรก การที่นั่งบนรถเป็นเวลาราวๆ 12 ชม. จากกรุงเทพ ถึง อุตรดิตถ์ ทำให้ผมยังจำวันนั้นได้อย่างไม่มีวันลืมเลือน 12ชม แห่งการรอคอย( ปกติถ้ามาที่เมืองนี้จะใช้เวลาแค่ 6ชม แต่ปีใหม่เลยทำให้รถติดใช้เวลา12ชมนะครับ )ผมก็ได้มาถึงจังหวัดที่ น้อยคนที่จะมาเยือนจังหวัดนี้ จังหวัดที่ผู้คนใช้ชีวิตสบายๆ ไม่วุ่นวายเหมือนจุดที่ผมมา เมื่อมาถึงสิ่งแรกที่ผมจะหาได้คือที่พัก และอาหาร เราไม่รอช้า เดินเท้าถามผู้คนแถวนั้นว่าอะไรอรอ่ยบ้าง จนมาถึง ร้านๆหนึ่งที่คนต่อคิวยาวมาก และแล้วมื้อแรกของผมก็จบที่ผัดไท ที่แสนอร่อย




คืนนั้น ผมล้มตัวนอนอย่างรวดเร็ว จากเวลากลางคืนเปลี่ยนเป็นเช้าอย่างรวดเร็ว แต่น่าแปลกใจ ว่าทำไมร่างกายเช้าวันนี้กลับมีแรงอย่างบอกไม่ถูก ช่วงเช้าผมไม่รอช้า ขับรถไปกราบ เสด็จพ่อ ร.5 แถวริมน้ำ ทันที






การมาเยือนจังหวัดนี้ เป็นครั้งแรกของผม ผมกลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ที่เค้าบอกว่ามาจังหวัดนี้เวลามักจะเดินช้าคงจะเป็นความจริง เวลาที่ผมยืน ณ จุดๆนี้ มันเหมือนค่อยๆ เคลือนทีละนิดทีละนิด เหมือนเค้ากำลังบอกให้ผมดื่มด่ำกับที่ตรงนี้ให้เต็มที่ ก่อนจากเค้าไป




ก่อนจากลาจากจุดนี้ ผมข้ามไปฝั่งตรงข้ามเพื่อมากราบไหว้ หลวงพ่อเพชร วัดท่าถนน วัดนี้เรียกว่าเป็นวัดที่สำคัญอีกวัดหนึ่งของคนอุตรดิตถ์ และหลวงพ่อเพชรถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองอุตรดิตถ์ด้วย



ถ้ามาที่อุตรดิตถ์แล้วไม่มา กราบไหว้ พระยาพิชัยดาบหัก เรียกว่ามาไม่ถึงที่จังหวัดนี้แน่ๆ 




ใกล้ๆกันถ้าใครอยากเที่ยวชมของโบราณ ก็แวะมาที่  หอวัฒนธรรมสถาบันราชภัฎอุตรดิตถ์ ก็ได้นะครับ เสียดายวันที่ผมไปดันปิด อุตสาทำการบ้านมาอยากดีเลยต้องกลับไปแบบค้างคานิดหน่อย ที่ไม่ได้เข้าไปข้างใน



การเดินทางในช่วงวันปีใหม่ที่อุตรดิตถ์ ครั้งนี้ยังคง เป็นการเดินทางที่แปลกตาเช่นเดิม รถที่คิดว่าน่าจะติดกลับไม่ติดอย่างที่คิด ระหว่างทางที่ผมจะไปเมืองลับแล เมืองที่ห้ามพูดโกหก เมืองที่เป็นท้องนาสวยๆ สงบเรียบง่าย เมืองที่ ผู้คนมีแต่รอยยิ้ม การเดินทางแบบสบายๆไม่เร่งไม่รีบ ผมค่อยๆเลื่อนกระจกลง รับกลิ่นไอ อากาศเย็นๆ สายลมค่อยๆพัดผ่าน รอยยิ้มมุมปากของผมค่อยๆยิ้มอย่างมีความสุข ภาพชาวนา บนท้องนา ความสงบแบบนี้คงหาไม่ได้จากเมืองกรุง





จุดหมายแรกของเราที่เมืองลับแล อยู่ที่ ม่อนลับแล ร้านเล็กๆริมถนน ร้านที่มีของฝากให้เลือกมากมาย มีกาแฟ และน้ำผลไม้อร่อยๆให้เลือกมากมาย ใครมาที่นี่ แนะนำให้ทิ้งความทุกข์ไว้ แล้วนั่งกินบรรยากาศซักพัก จากนั้นค่อยเดินทางต่อ



แปปเดียวก็ถึงเวลา อาหารเที่ยง ร้านที่ผมจะมาฝากท้อง เป็นร้านดังในเมืองลับแล เป็นร้านที่ทุกๆคนต้องรู้จัก เป็นอย่างดี  ร้านนี้ชื่อป้าตอ ร้านข้าวพันเล็กๆแต่ฝีมือไม่เล็กตามร้านเลย ราคาก็ถูกอย่างไม่น่าเชื่อ มื้อนั้น ผมกินอย่างไม่อั้น หมดไปแค่ 60บาท อร่อยถูกแบบนี้ ถึงว่ามีแต่ลูกค้ามาเขียนถึงเยอะมาก 





ที่เมืองลับแล ยังมีของขึ้นชื่ออีกอย่างนั้นก็คือ ข้าวแคบ เป็นข้าวที่นิยมทานกันมากๆครับ สำหรับผมได้ลองชิม พูดได้คำเดียวว่าอร่อยมากครับ





เสียดายผมมีเวลานิดเดียว ทำให้ ช่วงเวลาที่มีความสุขกับเมืองลับแลนั้นสั้นเหลือเกิน จากเมืองลับแลเรามาที่เที่ยวเขื่อนดิ เขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และนี่ก็เป็นอีกครั้ง ที่ผมมาพบเจอกับที่กับสถานที่สวยๆอีกครั้ง 




ภาพเขื่อนสิริกิต์ อีกมุมนึงครับ



ใกล้เย็นแล้ว จุดหมายที่พักของผมค่ำคืนนี้อยู่ใกล้ๆ เขื่อนสิริกิต์เลยครับ นั้นคือ อุทยานลำน้ำน่าน นั้นเอง






ถ้าพูดถึงการเดินทาง ครั้งนี้ สำหรับผม ผมคิดว่ามันเหมือนความฝันมากกว่า ความทรงจำดีดี บรรยากาศดีดี หลายๆอย่างมันเหมือน ถูกถักรอยมาเป็นเรื่องราวไว้อยู่แล้ว เพียงแค่รอคนมาสัมผัสมัน และผมก็เป็นคนที่โชคดีนั้น มื้อเย็นวันนั้น อาหารง่ายๆ เมนูธรรมดา แต่ความอร่อยนี่ซิไม่ธรรมดา สุกี้ร้อนๆ ที่หาทานได้ง่ายๆที่อื่นๆ แต่พอมาอยู่ที่นี่ มันช่างอร่อยเหลือเกิน การทานอาหารท่ามกลางหมู่ดาว และ ทะเลสาป มันเหนือคำบรรยาย สายลมเย็นๆพัดมาระหว่างทานข้าว มื้อนั้นทำเอาผมมีความสุขไปอีกหลายวัน





หลังจากที่เราได้พักผ่อนมาเต็มทีอีกวัน เช้านี้ ผมตื่นมา ถ่ายวิวรอบๆ เผื่อเพื่อนๆคนไหน อยากมาเก็บฝันแบบผม จะได้ตามรอยมาเที่ยวบ้าง



สำหรับใครที่ชอบเที่ยวแบบสบายๆ ง่ายๆ วิวสวยๆ และเงียบๆ  ผมว่าไม่ควรพลาดเลย ครับ  ที่นี่อาจจะเป็นอีกที่หนึ่ง ที่ทำให้คุณยิ้มได้ แบบไม่อายใคร



เช้าของการเริ่มต้นใหม่ ของใครอีกหลายคน แต่เป็นเช้าที่ผมกำลังจะลากลับ เสียดายวันสบายๆของที่นี่ ได้แต่บอกกับตัวเองว่าจะกลับมาอีก และคงมาหลายๆวัน 




การมาเที่ยวครั้งนี้ ผมมีความสุขแล้ว ได้มาพบเจอที่ใหม่ๆ ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ที่ๆ เป็นเหมือนฝันในวัยเด็ก ที่ผมเคยอยากมีบ้านริมน้ำ อากาศดีดี  และมีความสุข บ้านที่มีเพื่อนใหม่ๆ แวะมาทักทายได้เสมอ ขอบคุณเมืองไทย ที่ได้สร้างสิ่งเหล่านี้ให้ผม 





สุดท้ายก่อนครับ เค้ายังฝากคำหวาน ผ่านทางสายลม และแสงแดดอ่อนๆ ให้ผม วินาทีที่สายลมเบาๆพัดผ่าน ได้แต่ย้ำและเตือนใจให้ผมกลับมาอีก 


กำลังเคลิ้มๆ ถึงเวลานัด  น้องคนหนึ่งที่เค้าจะอาสาพาผมไปที่วัด บนเกาะกลางน้ำ มีวิธีไปแค่ทางเดียวคือทางเรือ ระหว่างนังบนเรือ ได้พูดคุยกับน้องเค้าเบาๆ น้องเค้าบอกให้ดูรอบๆ จะเห็นว่ามีแต่ภูเขาโอบตัวเรา ความเย็นที่พุ่งผ่าน ธรรมชาติที่เราเห็น แม้ไม่คุ้นตา แต่ก็ทำให้ผมอินไปด้วย


ถึงจุดหมายปลายทาง วัดนี้เรียกว่าวัดร้างเลย ไม่มีคน ไม่มีสัตว์ใดๆ แต่สิ่งที่เรายอมจ่ายค่าเรือ มาเพราะ ผมได้อ่าน รีวิวคนหนึ่ง แล้วเกิดศรัทธา อยากมาไหว้ 




การมาครั้งนี้ของผม ไม่เสีย แรง ได้ทั้งบุญ และได้นำเสนอ ที่เที่ยวตรงนี้ผ่านทางภาพถ่าย เผื่อวันหนึ่งมีคนตามรอยผมไป วัดนี้อาจจะเป็นวัดที่มีคนมา เยอะขึ้นก็ได้ 



ก่อนกลับบ้าน ที่กทม แวะทางอาหารข้างทาง ร้านขนมจีนเบาๆ แต่เต็มไปด้วยความอร่อย ราคาก็ไม่แพง 



สุดท้าย สำหรับอุตรดิตถ์ เป็นเมืองที่ หลายๆคนมองข้าม แต่สำหรับผม มันเป็นเมืองที่ผม เคยมองผ่านก็จริง แต่ ณ วินาทีนี้ มันคงไม่ใช่แล้ว ยังคงเป็นเมืองทีมีความสุข ความน่ารัก ความเป็นมิตร ตลอดไป หวังว่า รีวิว น้อยๆ ของผม จะทำให้หลายๆคน ที่เคยมองข้าม ได้ไปเที่ยวที่นี่กันนะครับ 
       
      ใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ (พื้นที่รับผิดชอบ: แพร่ น่าน อุตรดิตถ์)  2 ถนนบ้านใหม่ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
โทร.054 521 118 เปิดทุกวัน (ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.)

































































































Share To:
Next
บทความใหม่กว่า
Previous
This is the last post.

yhibklong

Post A Comment: